เผยแพร่ครั้งแรก: 24 มิถุนายน 2026
อัปเดตล่าสุด: 9 กรกฎาคม 2026
“การขึ้นทะเบียนผู้ทำบัญชี” หรือ “การแจ้งเป็นผู้ทำบัญชี” เป็นขั้นตอนสำคัญ สำหรับคนที่กำลังจะรับผิดชอบจัดทำบัญชีให้บริษัท ห้างหุ้นส่วน หรือกิจการต่างๆ ตามกฎหมาย รู้หรือไม่ว่า แม้เราจะเรียนจบบัญชีและทำงานด้านบัญชีอยู่แล้ว ก็ไม่ได้แปลว่าเราจะมีสถานะ “เป็นผู้ทำบัญชีตามกฎหมายโดยอัตโนมัติ” พวกเราต้องแจ้งรายชื่อผ่านระบบ e-Accountant ให้เรียบร้อยเสียก่อนจึงถือว่าเป็นผู้ทำบัญชีอย่างถูกต้องค่ะ
ในปี 2569 วิธีการขึ้นทะเบียนผู้ทำบัญชีครั้งแรก เปลี่ยนแปลงไปจากเดิมอย่างมาก บทความนี้ CPD Academy จะพาทุกคนเช็กคุณสมบัติ เตรียมเอกสาร และขึ้นทะเบียน e-Accountant แบบอ่านแล้วทำตามได้เลยค่ะ
การแจ้งเป็นผู้ทำบัญชีคืออะไร และใครต้องแจ้งบ้าง
การแจ้งเป็นผู้ทำบัญชี คือ การแจ้งข้อมูลต่อกรมพัฒนาธุรกิจการค้าผ่านระบบ e-Accountant เพื่อให้กรมฯ ตรวจสอบว่า ผู้สมัครมีคุณสมบัติตามที่กฎหมายกำหนดและสามารถทำหน้าที่เป็นผู้ทำบัญชีได้
ในระบบ e-Accountant มีบริการครอบคลุมเกี่ยวกับผู้ทำบัญชีตามนี้
- แจ้งเป็นผู้ทำบัญชี
- ตรวจสอบสถานะผู้ทำบัญชี
- แจ้งรับหรือยกเลิกการทำบัญชี
- ยืนยันการทำบัญชี
- แจ้งชั่วโมงพัฒนาความรู้ต่อเนื่อง หรือ CPD
กรมพัฒนาธุรกิจการค้าใช้คำว่า “แจ้งเป็นผู้ทำบัญชี” เป็นหลัก ส่วนคำว่า “ขึ้นทะเบียนผู้ทำบัญชี” เป็นคำที่พวกเรานิยมเรียกกันค่ะ
ใครบ้างที่ต้องแจ้งเป็นผู้ทำบัญชี
คนที่ต้องแจ้งเป็นผู้ทำบัญชี ได้แก่
- พนักงานบัญชีที่ได้รับมอบหมายให้รับผิดชอบจัดทำบัญชีของกิจการ
- ผู้รับทำบัญชีอิสระ
- นักบัญชีในสำนักงานบริการรับทำบัญชี
- ผู้ที่กำลังจะรับผิดชอบจัดทำบัญชีให้นิติบุคคลเป็นครั้งแรก
- ผู้ที่เคยขาดคุณสมบัติและต้องการกลับมาเป็นผู้ทำบัญชีอีกครั้ง
ผู้ทำบัญชีกับผู้มีหน้าที่จัดทำบัญชีต่างกันอย่างไร
ก่อนจะเข้าสู่เนื้อหาเรื่องการขึ้นทะเบียนผู้ทำบัญชี ลองมาดูสิ่งที่หลายคนมักสับสนเกี่ยวกับคำว่า “ผู้ทำบัญชี” และ “ผู้มีหน้าที่จัดทำบัญชี” ว่าแตกต่างกันอย่างไรค่ะ
| ประเด็น | ผู้ทำบัญชี | ผู้มีหน้าที่จัดทำบัญชี |
| หน้าที่ | จัดทำและลงบัญชี | จัดให้กิจการมีการทำบัญชี |
| ตัวอย่าง | พนักงานบัญชี ผู้รับทำบัญชี | กรรมการ หุ้นส่วนผู้จัดการ |
| ต้องมีคุณวุฒิทางบัญชี | จบการศึกษาด้านบัญชี | ไม่จำเป็นต้องจบบัญชี |
| ต้องแจ้งผ่าน e-Accountant | ต้องแจ้ง | ไม่ต้องแจ้ง |
สรุปง่าย ๆ คือ กรรมการหรือเจ้าของกิจการ คือ “ผู้มีหน้าที่จัดทำบัญชี” ส่วนผู้ทำบัญชี คือ ผู้ที่รับผิดชอบจัดทำบัญชีให้ถูกต้องค่ะ โดยผู้ทําบัญชีต้องมีคุณสมบัติและปฏิบัติตามเงื่อนไขของการเป็นผู้ทําบัญชีตามที่อธิบดีกําหนด
คุณสมบัติผู้ทำบัญชีมีอะไรบ้าง
ตามประกาศกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เรื่อง กําหนดคุณสมบัติและเงื่อนไขของการเป็นผู้ทําบัญชี พ.ศ. 2568 มีผลบังคับใช้ 1 มกราคม 2569 คุณสมบัติผู้ทำบัญชี โดยสรุปมีดังนี้
| คุณสมบัติผู้ทำบัญชี | สิ่งที่ควรเช็ก |
|---|---|
| มีถิ่นที่อยู่ในประเทศไทย | ข้อมูลส่วนตัวและที่อยู่ถูกต้อง |
| มีความรู้ภาษาไทยเพียงพอ | สามารถปฏิบัติหน้าที่และจัดทำบัญชีเป็นภาษาไทยได้ |
| มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้าม | ตรวจตามประกาศกรมฯ ล่าสุด |
| เป็นสมาชิกหรือขึ้นทะเบียนกับสภาวิชาชีพบัญชี | สถานะต้องคงอยู่ |
| ไม่เคยต้องโทษจำคุกตามมาตรา 39(3) ของ พ.ร.บ. วิชาชีพบัญชี พ.ศ. 2547 | ตรวจลักษณะต้องห้าม |
| มีวุฒิการศึกษาตามที่กำหนด | ตรวจวุฒิและผลสอบ |
| ผ่านการทดสอบผ่านระบบ e-Accountant | มีความรู้เกี่ยวกับแบบทดสอบผู้ทำบัญชี |
ข้อควรระวังเกี่ยวกับสถานะสมาชิกสภาวิชาชีพบัญชี
อย่างที่กฎหมายระบุว่าคุณสมบัติผู้ทำบัญชี ต้องเป็นสมาชิกสภาวิชาชีพบัญชี และต้องมีสถานะคงอยู่ด้วย
ดังนั้นก่อนที่จะขึ้นทะเบียนผู้ทำบัญชี ทุกคนอย่าลืมไปสมัครสมาชิกสภาวิชาชีพบัญชีตามขั้นตอนนี้ไว้รอค่ะ: สมัครสมาชิกสภาวิชาชีพบัญชีอย่างไร? ขั้นตอน เอกสาร และค่าธรรมเนียม
โดยอายุสมาชิก สภาวิชาชีพบัญชีจะหมดทุกสิ้นปีปฏิทิน ผู้ทำบัญชีจะต้องต่ออายุปีถัดไปไว้ล่วงหน้าให้เสร็จสิ้นภายใน 31 ธันวาคม ของทุกปีปฏิทินนะคะ เพื่อให้สถานะคงอยู่อย่างต่อเนื่อง
ทดสอบผู้ทำบัญชี 2569 ต้องรู้อะไรบ้าง?
ด้วยความที่ปี 2569 เป็นปีที่ผู้ทำบัญชีขึ้นทะเบียนปีแรกต้องทำแบบทดสอบ เราลองมาทำความเข้าใจหลักเกณฑ์และขอบเขตเรื่องการทดสอบผู้ทำบัญชีกันสักนิดนะคะ
หลักเกณฑ์การทดสอบผู้ทำบัญชี
| เรื่อง | รายละเอียด |
|---|---|
| ช่องทางทดสอบ | ผ่านระบบ e-Accountant Plus |
| รูปแบบข้อสอบ | ข้อสอบปรนัย แบบเลือกคำตอบ |
| จำนวนข้อสอบ | 60 ข้อ |
| ระยะเวลา | 90 นาที |
| เกณฑ์ผ่าน | คะแนนไม่น้อยกว่าร้อยละ 60 |
| อายุผลสอบ | 1 ปีนับแต่วันที่ผ่านการทดสอบ |
| กรณีสอบไม่ผ่าน | สอบได้อีกครั้ง หากครบ 2 ครั้งแล้วยังไม่ผ่าน ต้องเว้น 30 วันก่อนเริ่มทดสอบใหม่ |
ขอบเขตเนื้อหาที่ใช้ทดสอบ
เนื้อหาทดสอบแบ่งออกเป็น 4 กลุ่มหลัก ได้แก่
| ขอบเขตการทดสอบ | สัดส่วน |
|---|---|
| พ.ร.บ. การบัญชี พ.ศ. 2543 และประกาศกรมฯ ที่เกี่ยวข้อง | 30% |
| พ.ร.บ. วิชาชีพบัญชี พ.ศ. 2547 และจรรยาบรรณ | 20% |
| หลักการบัญชีเบื้องต้นและมาตรฐานการรายงานทางการเงิน | 30% |
| กฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้องกับการจัดทำบัญชีและงบการเงิน | 20% |
Tip จาก CPD Academy: อย่าลืมอ่านกฎหมายและทบทวนตามหัวข้อที่ใช้ทดสอบ และแบ่งความสำคัญตามสัดส่วนที่ใช้ทดสอบนะคะ

วิธีแจ้งเป็นผู้ทำบัญชีครั้งแรกทีละขั้นตอน
มาถึงตรงนี้ ถ้าเช็กคุณสมบัติ สถานะสมาชิกสภาวิชาชีพบัญชี และเงื่อนไขการทดสอบเรียบร้อยแล้ว ต่อไปเรามาดูขั้นตอนการแจ้งเป็นผู้ทำบัญชีผ่านระบบ e-Accountant กันค่ะ
ตามคู่มือกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ระยะเวลาการแจ้งเป็นผู้ทำบัญชีโดยทั่วไปใช้เวลาประมาณ 10–15 นาที หากเตรียมข้อมูลครบและระบบเชื่อมโยงข้อมูลได้ถูกต้อง แต่ในทางปฏิบัติพี่นุชแนะนำให้เผื่อเวลาไว้มากกว่านั้นนิดหนึ่ง เผื่อกรณีต้องตรวจข้อมูลสมาชิก วุฒิการศึกษา หรือเอกสารแนบเพิ่มเติมค่ะ
ขั้นตอนที่ 1 เข้าสู่ระบบ / ลงทะเบียน e-Accountant
เริ่มจากเข้าสู่หน้าระบบ e-Accountant แล้วเลือกเข้าสู่ระบบหรือลงทะเบียนตามช่องทางที่ระบบรองรับ
โดยทั่วไปสามารถเข้าสู่ระบบได้ 2 วิธี คือ
- เข้าสู่ระบบด้วย Username และ Password
- เข้าสู่ระบบด้วย ThaID
ถ้าใครยังไม่เคยลงทะเบียนใช้งานระบบ ต้องลงทะเบียนให้เรียบร้อยก่อนค่ะ ส่วนกรณีลืมรหัสผ่าน สามารถใช้เมนู “ลืมรหัสผ่าน” เพื่อดำเนินการเปลี่ยนรหัสผ่านตามขั้นตอนของระบบได้

ขั้นตอนที่ 2 ทำแบบทดสอบ หากระบบกำหนดให้ต้องทำ
หากยังไม่เคยผ่านการทดสอบ หรือผลการทดสอบหมดอายุ ระบบอาจให้ทำแบบทดสอบก่อน เพื่อให้มีคุณสมบัติของการเป็นผู้ทำบัญชีครบถ้วน
ให้เลือกเมนู “แบบทดสอบ” และทำตามขั้นตอนที่ระบบกำหนด เมื่อทำแบบทดสอบผ่านแล้ว จึงสามารถดำเนินการแจ้งเป็นผู้ทำบัญชีในลำดับถัดไปได้
Tip จาก CPD Academy: ก่อนเริ่มทำแบบทดสอบ อย่าเปิดทำพร้อมกันหลายอุปกรณ์ และควรเตรียมเวลาให้พร้อม เพราะถ้าทำไปตอบแชตลูกค้าไป มีโอกาสหลุดโฟกัสสูงมากค่ะ

เมื่อเข้าสู่ระบบสำเร็จ และผ่านเงื่อนไขที่ระบบกำหนดแล้ว ให้เลือกเมนู “แจ้งเป็นผู้ทำบัญชี”
ระบบจะพาเข้าสู่หน้าการแจ้งเป็นผู้ทำบัญชี ซึ่งโดยหลักจะแบ่งข้อมูลออกเป็น 4 ส่วน ได้แก่
- ข้อมูลทั่วไป
- ที่อยู่
- ข้อมูลการเป็นสมาชิกสภาวิชาชีพบัญชี / วุฒิการศึกษา
- ตรวจสอบข้อมูล

ขั้นตอนที่ 4 กรอกหรือตรวจสอบข้อมูลทั่วไป
ในส่วนข้อมูลทั่วไป ระบบจะให้ตรวจสอบหรือกรอกข้อมูลส่วนบุคคล เช่น
- เลขบัตรประจำตัวประชาชน
- คำนำหน้า ชื่อ และนามสกุลภาษาไทย
- คำนำหน้า ชื่อ และนามสกุลภาษาอังกฤษ
- วันเดือนปีเกิด
- สัญชาติ
- เพศ
- อีเมล
- เบอร์โทรศัพท์
กรณีเข้าสู่ระบบด้วย Username และ Password ผู้ใช้งานอาจต้องกรอกข้อมูลทั่วไปและกดตรวจสอบข้อมูลกับกรมการปกครอง
แต่ถ้าเข้าสู่ระบบด้วย ThaID ระบบจะดึงข้อมูลจากกรมการปกครองโดยอัตโนมัติ ทำให้บางขั้นตอนถูกข้ามไปค่ะ

ขั้นตอนที่ 5 ตรวจสอบข้อมูลที่อยู่
ถัดมาเป็นส่วนของข้อมูลที่อยู่ โดยระบบจะแสดงหรือให้กรอกข้อมูลที่อยู่ตามทะเบียนบ้าน และที่อยู่ที่ติดต่อได้
ข้อมูลที่ควรตรวจสอบ เช่น
- เลขที่ / อาคาร / หมู่บ้าน
- หมู่ที่
- ตรอก / ซอย
- ถนน
- จังหวัด
- อำเภอ / เขต
- ตำบล / แขวง
- รหัสไปรษณีย์
หากที่อยู่ที่ติดต่อได้ตรงกับที่อยู่ตามทะเบียนบ้าน สามารถเลือกใช้ข้อมูลเดียวกันได้ตามที่ระบบรองรับ
คู่มือกรมพัฒนาธุรกิจการค้าระบุว่า ไม่ต้องแนบเอกสารที่อยู่ตามทะเบียนบ้าน เพราะระบบเชื่อมโยงข้อมูลจากกรมการปกครองแล้วค่ะ

ขั้นตอนที่ 6 ตรวจสอบข้อมูลสมาชิกสภาวิชาชีพบัญชีและวุฒิการศึกษา
ขั้นตอนนี้เป็นจุดสำคัญมาก เพราะระบบจะเชื่อมโยงข้อมูลการเป็นสมาชิกและข้อมูลวุฒิการศึกษากับสภาวิชาชีพบัญชีโดยอัตโนมัติ
ให้ตรวจสอบข้อมูลให้ถูกต้อง เช่น
- ประเภทสมาชิกสภาวิชาชีพบัญชี
- สถาบันการศึกษา
- สาขาวิชา
- ระดับการศึกษา
- ปีที่สำเร็จการศึกษา
- ประเทศที่สำเร็จการศึกษา
กรณีผู้ใช้งานเป็นสมาชิกสภาวิชาชีพบัญชีประเภท “สมทบ” ระบบอาจให้ระบุข้อมูลวุฒิการศึกษาเพิ่มเติม และต้องแนบเอกสารตามที่ระบบกำหนด

ขั้นตอนที่ 7 แนบเอกสารเฉพาะกรณีที่ระบบกำหนด
เอกสารแนบไม่ได้จำเป็นสำหรับทุกคนค่ะ ต้องดูตามเงื่อนไขที่ระบบแสดงในวันที่ดำเนินการ
กรณีที่คู่มือระบุชัด คือ สมาชิกสภาวิชาชีพบัญชีประเภท “สมทบ” ต้องแนบเอกสารสำเนาวุฒิการศึกษา เช่น
- สำเนาประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูงที่ออกโดยกระทรวงศึกษาธิการ
- สำเนาใบระเบียนผลการเรียน
- เอกสารที่ลงลายมือชื่อรับรองสำเนาตามที่ระบบกำหนด
ก่อนแนบไฟล์ แนะนำให้ตรวจว่าไฟล์เปิดได้ ภาพชัด และข้อมูลครบทุกหน้า เพราะเอกสารที่อ่านไม่ชัดเป็นสาเหตุยอดฮิตที่ทำให้ต้องกลับมาแก้คำขอค่ะ

ขั้นตอนที่ 8 ตรวจสอบข้อมูลและรับรองคุณสมบัติ
ก่อนส่งคำขอ ระบบจะให้ตรวจสอบข้อมูลทั้งหมดอีกครั้ง
ผู้ใช้งานต้องตรวจสอบว่าข้อมูลถูกต้องครบถ้วน และรับรองว่าตนเองมีคุณสมบัติครบถ้วนตามที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้าประกาศกำหนด โดยทำเครื่องหมายรับรองในช่องที่ระบบกำหนด
นอกจากนี้ ระบบยังให้เลือกได้ว่าจะเปิดเผยหรือไม่เปิดเผยข้อมูลการติดต่อ หากเลือกไม่เปิดเผย ข้อมูลติดต่อจะไม่ปรากฏในการค้นหาข้อมูลติดต่อผู้ทำบัญชีในหน้าหลักของระบบ e-Accountant

ขั้นตอนที่ 9 บันทึกและยืนยันส่งคำขอ
เมื่อข้อมูลครบถ้วนแล้ว ให้กดบันทึกข้อมูล ระบบจะแสดงข้อความยืนยันการบันทึกข้อมูล
หากต้องการส่งคำขอให้เจ้าหน้าที่พิจารณา ให้กดยืนยันส่งคำขออีกครั้ง เมื่อดำเนินการสำเร็จ ระบบจะแสดงข้อความ “บันทึกข้อมูลสำเร็จ”
หลังจากนั้นควรเก็บหลักฐานไว้ เช่น
- วันที่ส่งคำขอ
- เลขอ้างอิงหรือรายละเอียดคำขอ หากระบบแสดง
- ภาพหน้าจอการส่งคำขอสำเร็จ
หมายเหตุ: ตามคู่มือกรมพัฒนาธุรกิจการค้า การแจ้งเป็นผู้ทำบัญชีไม่มีค่าธรรมเนียมการให้บริการ

ขั้นตอนที่ 10 ติดตามสถานะคำขอ
หลังส่งคำขอแล้ว อย่าเพิ่งถือว่าเป็นผู้ทำบัญชีทันทีนะคะ ต้องติดตามสถานะคำขอในระบบจนกว่าจะได้รับสถานะ “รับแจ้ง”
สถานะที่อาจพบ ได้แก่
| สถานะ | ความหมาย |
|---|---|
| ยื่นคำขอ | ผู้ใช้งานส่งคำขอแล้ว |
| อยู่ระหว่างพิจารณา | เจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบคำขอแล้ว |
| แก้ไขข้อมูล | เจ้าหน้าที่ตรวจสอบแล้วพบว่าคำขอมีข้อมูลไม่ถูกต้องหรือมีข้อบกพร่อง ต้องแก้ไข |
| รับแจ้ง | เจ้าหน้าที่ตรวจสอบและอนุมัติคำขอแล้ว |
ถ้าสถานะเป็น “แก้ไขข้อมูล” ให้กดดูรายละเอียดคำขอ อ่านหมายเหตุของเจ้าหน้าที่ และแก้เฉพาะส่วนที่เจ้าหน้าที่ส่งกลับให้แก้ไข จากนั้นส่งคำขอใหม่อีกครั้ง

เมื่อเจ้าหน้าที่รับแจ้งคำขอแล้ว ผู้ใช้งานจึงถือว่ามีสถานะเป็น “ผู้ทำบัญชี” และสามารถเข้าใช้ระบบงานผู้ทำบัญชีเพื่อตรวจสอบข้อมูลส่วนตัว สถานะผู้ทำบัญชี และใช้เมนูต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องต่อไปค่ะ
Update 2569: จากขั้นตอนนี้ทุกคนจะเห็นว่าสิ่งที่เปลี่ยนแปลงไปจากระบบก่อนก็คือ เราสามารถขึ้นทะเบียนผู้ทำบัญชีได้ โดยที่ยังไม่ต้องมีลูกค้ารายแรกเหมือนเมื่อก่อนนะคะ เพราะว่าเมนูขึ้นทะเบียน กับแจ้งรายชื่อธุรกิจจะแยกต่างหากออกจากกัน

หลังแจ้งเป็นผู้ทำบัญชีแล้ว ต้องแจ้งรายชื่อธุรกิจที่รับทำบัญชีด้วย
หลังจากกรมพัฒนาธุรกิจการค้ารับแจ้งให้มีสถานะเป็นผู้ทำบัญชีแล้ว หากเริ่มรับทำบัญชีให้กิจการใด ผู้ทำบัญชีต้องแจ้งรายชื่อธุรกิจที่รับทำบัญชีผ่านระบบ e-Accountant ภายใน 30 วันนับแต่วันที่เริ่มรับทำบัญชี
ขั้นตอนนี้เป็นคนละส่วนกับการแจ้งเป็นผู้ทำบัญชี ซึ่งอธิบายง่ายๆ ได้ตามตารางนี้
| ขั้นตอน | ความหมาย |
|---|---|
| แจ้งเป็นผู้ทำบัญชี | แจ้งตัวเราว่ามีสถานะเป็นผู้ทำบัญชี |
| แจ้งรับทำบัญชี | แจ้งว่าเรารับทำบัญชีให้กิจการใด |
ข้อมูลที่ควรเตรียมก่อนแจ้งรับทำบัญชี เช่น
- เลขทะเบียนนิติบุคคล
- ชื่อกิจการ
- วันที่เริ่มรับทำบัญชี
- รอบปีบัญชี
- ฐานะการรับทำบัญชี เช่น พนักงานของกิจการ ผู้ทำบัญชีอิสระ หรือสำนักงานบริการรับทำบัญชี
ข้อควรระวังคือ หากเลิกรับทำบัญชีให้กิจการใด ก็ต้องแจ้งยกเลิกภายใน 30 วันเช่นกัน และหลังจากแจ้งรับทำบัญชีแล้ว ยังต้องยืนยันการทำบัญชีก่อนที่กิจการจะนำส่งงบการเงินด้วย
Tip จาก CPD Academy: อย่ารอแจ้งรับทำบัญชีตอนใกล้ยื่นงบค่ะ เพราะถ้ารอบปีบัญชีหรือรายชื่อกิจการไม่ตรง ระบบอาจกระทบขั้นตอนยืนยันการทำบัญชีและการนำส่งงบได้
อ่านต่อ: วิธียืนยันรายชื่อธุรกิจรับทำบัญชีผ่าน e-Accountant
ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยตอนขึ้นทะเบียนผู้ทำบัญชี
แม้การขึ้นทะเบียนผู้ทำบัญชีผ่านระบบ e-Accountant จะทำออนไลน์ได้ แต่จุดที่ทำให้เสียเวลามักอยู่ที่ข้อมูลไม่ตรงหรือเตรียมเอกสารไม่ครบค่ะ ก่อนส่งคำขอ แนะนำให้เช็กข้อผิดพลาดเหล่านี้ก่อน
| ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย | วิธีป้องกัน |
|---|---|
| สถานะสมาชิกหรือการขึ้นทะเบียนกับสภาวิชาชีพบัญชียังไม่เรียบร้อย | ตรวจสถานะกับสภาวิชาชีพบัญชีก่อนเข้าแจ้งเป็นผู้ทำบัญชี |
| ข้อมูลส่วนตัวไม่ตรงกับบัตรประชาชน | เช็กชื่อ นามสกุล เลขบัตรประชาชน และวันเกิดให้ถูกต้อง |
| อีเมลหรือเบอร์โทรศัพท์ไม่ใช้งานจริง | ใช้อีเมลและเบอร์ที่เปิดดูเป็นประจำ |
| ข้อมูลวุฒิการศึกษาไม่ตรงกับเอกสาร | ตรวจระดับการศึกษา สาขา สถาบัน และปีที่สำเร็จการศึกษา |
| แนบเอกสารไม่ครบหรือไฟล์ไม่ชัด เฉพาะกรณีที่ระบบกำหนด | ตรวจไฟล์ก่อนส่ง และแนบเฉพาะเอกสารที่ระบบร้องขอ |
| กดบันทึกไว้แต่ยังไม่ได้ยืนยันส่งคำขอ | เช็กให้แน่ใจว่าส่งคำขอแล้ว และติดตามสถานะในระบบ |
| ไม่กลับมาตรวจสถานะหลังยื่นคำขอ | ติดตามจนขึ้นสถานะ “รับแจ้ง” จึงถือว่ามีสถานะเป็นผู้ทำบัญชี |
อ่านต่อบทความทั้งหมดสำหรับผู้ทำบัญชี
- ผู้ทำบัญชีต้องทำอะไรบ้าง? เช็ก 5 ข้อตามเกณฑ์ใหม่ปี 2569
- คุณสมบัติผู้ทำบัญชี ปี 2569 มีอะไรบ้าง?
- สมัครสมาชิกสภาวิชาชีพบัญชีอย่างไร
- ผู้ทำบัญชีอิสระต้องขึ้นทะเบียนไหม
- เช็กลิสต์งานประจำปีของผู้ทำบัญชี
สรุป: ขึ้นทะเบียนผู้ทำบัญชีให้ถูกก่อนเริ่มรับงาน
การขึ้นทะเบียนผู้ทำบัญชี หรือการแจ้งเป็นผู้ทำบัญชีผ่านระบบ e-Accountant เป็นขั้นตอนสำคัญก่อนเริ่มรับผิดชอบงานบัญชีให้กิจการ ผู้สมัครควรเช็กคุณสมบัติ สถานะกับสภาวิชาชีพบัญชี ผลการทดสอบ และข้อมูลส่วนตัวให้ถูกต้องครบถ้วนก่อนส่งคำขอ
เมื่อส่งคำขอแล้ว ต้องติดตามสถานะจนขึ้นว่า “รับแจ้ง” จึงถือว่ามีสถานะเป็นผู้ทำบัญชี หลังจากนั้น หากเริ่มรับทำบัญชีให้กิจการใด ต้องแจ้งรายชื่อธุรกิจที่รับทำบัญชีภายใน 30 วัน และยืนยันการทำบัญชีก่อนกิจการนำส่งงบการเงิน
สรุปง่าย ๆ คือ เช็กให้ครบ ส่งให้ถูก และติดตามสถานะให้จบ จะช่วยให้การเริ่มต้นเป็นผู้ทำบัญชีราบรื่น และลดปัญหาที่ต้องกลับมาแก้ไขภายหลังค่ะ
FAQ การแจ้งเป็นผู้ทำบัญชี
แจ้งเป็นผู้ทำบัญชีกับขึ้นทะเบียนผู้ทำบัญชีเหมือนกันหรือไม่
ในบริบทของบทความนี้หมายถึงกระบวนการเดียวกัน โดย “แจ้งเป็นผู้ทำบัญชี” เป็นถ้อยคำที่ DBD ใช้ในระบบ ส่วน “ขึ้นทะเบียนผู้ทำบัญชี” เป็นคำที่คนทั่วไปนิยมใช้กัน
เรียนจบบัญชีแล้วรับทำบัญชีได้เลยหรือไม่
ยังไม่ได้โดยอัตโนมัติ ต้องตรวจสอบคุณสมบัติ เป็นสมาชิกสภาวิชาชีพบัญชี และแจ้งเป็นผู้ทำบัญชีผ่านระบบให้เรียบร้อยก่อน
ต้องเป็นสมาชิกสภาวิชาชีพบัญชีหรือไม่
ผู้ประกอบวิชาชีพเป็นผู้ทำบัญชีต้องเป็นสมาชิก หรือขึ้นทะเบียนกับสภาวิชาชีพบัญชีตามมาตรา 44 โดยเลือกอย่างใดอย่างหนึ่งค่ะ
แจ้งเป็นผู้ทำบัญชีผ่านช่องทางใด
ดำเนินการผ่านระบบ e-Accountant ของกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ซึ่งมีเมนูแจ้งเป็นผู้ทำบัญชีและตรวจสอบสถานะโดยตรง
ยื่นคำขอแล้วเริ่มรับงานได้ทันทีหรือไม่
ควรรอจนคำขอได้รับการรับแจ้งและตรวจสอบสถานะในระบบเรียบร้อยก่อน
เริ่มรับทำบัญชีแล้วต้องแจ้งภายในกี่วัน
ต้องแจ้งภายใน 30 วันนับจากวันที่เริ่มรับทำบัญชี และกรณียกเลิกงานก็ต้องแจ้งภายใน 30 วันเช่นกัน
ผู้ทำบัญชีรับผิดชอบได้ไม่เกินกี่งบ
ตามเกณฑ์ใหม่ ผู้ทำบัญชีรับผิดชอบได้ไม่เกิน 100 งบการเงินต่อปีปฏิทิน
เตรียมพร้อมเป็นผู้ทำบัญชีอย่างมืออาชีพกับ CPD Academy
เมื่อแจ้งเป็นผู้ทำบัญชีเรียบร้อยแล้ว อย่าลืมวางแผนพัฒนาความรู้ต่อเนื่อง ทั้งด้านบัญชี ภาษี กฎหมาย และจรรยาบรรณ เพื่อรักษาสถานะและทำงานได้อย่างมั่นใจค่ะ
ดูคอร์สอบรมบัญชีและภาษีออนไลน์จาก CPD Academy
เลือกเรียนตามหัวข้อที่ใช้จริง พร้อมวางแผนเก็บชั่วโมง CPD ให้ครบอย่างเป็นระบบ
แหล่งอ้างอิง
