เผยแพร่ครั้งแรก: 1 มกราคม 2026
อัปเดตล่าสุด: 23 มิถุนายน 2026
ถ้าพูดถึง คุณสมบัติผู้ทำบัญชี หลายคนอาจนึกถึงแค่ว่า “ต้องจบบัญชีใช่ไหม?” แต่ในทางปฏิบัติยังมีรายละเอียดมากกว่านั้นค่ะ โดยเฉพาะตั้งแต่ปี 2569 เป็นต้นไป ผู้ที่ต้องการเป็นผู้ทำบัญชีหรือรับงานบัญชีให้กิจการต่าง ๆ ควรตรวจสอบทั้งเรื่องสถานะและคุณวุฒิให้ครบถ้วน
หลายคน “มีความรู้บัญชี” และทำงานได้จริง แต่พอจะรับงานอย่างเป็นทางการกลับพบว่าวุฒิไม่ผ่าน หรือขนาดกิจการเกินเกณฑ์ หรืออื่นๆ อีกมากมาย แบบนี้อาจทำให้มีปัญหาตามมาทีหลัง
บทความนี้พี่นุชจะพาไปเช็กแบบเป็นระบบว่า ผู้ทำบัญชีต้องมีคุณสมบัติอะไรบ้าง และวุฒิแต่ละระดับรับงานได้แค่ไหน เพื่อให้ก่อนรับงานมีความมั่นใจมากขึ้นค่ะ
คุณสมบัติผู้ทำบัญชีปี 2569 ต้องดูเรื่องอะไรบ้าง
คุณสมบัติผู้ทำบัญชีไม่ได้ดูแค่ “เรียนจบบัญชี” เพียงอย่างเดียว แต่ควรดูเป็น 5 หมวดหลัก ได้แก่
- คุณวุฒิทางการบัญชีหรือหลักสูตรที่เกี่ยวข้อง
- สถานะสมาชิกหรือการขึ้นทะเบียนกับสภาวิชาชีพบัญชี
- ไม่มีลักษณะต้องห้ามตามหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง
- เงื่อนไขเพิ่มเติมสำหรับผู้แจ้งรายใหม่หรือผู้กลับเข้าสู่ระบบ
- ขอบเขตงานที่รับได้ ต้องสอดคล้องกับวุฒิและขนาดกิจการ

คุณวุฒิทางการบัญชี ต้องจบอะไรถึงเป็นผู้ทำบัญชีได้
คำถามยอดฮิตคือ “ไม่ได้จบปริญญาตรีบัญชี เป็นผู้ทำบัญชีได้ไหม?” คำตอบคือ ไม่จำเป็นเสมอไป แต่ต้องเข้าใจรายละเอียดของวุฒิและขอบเขตงานที่ต้องการรับเสียก่อน
โดยหลักทั่วไป ผู้ทำบัญชีควรมีวุฒิด้านบัญชีหรือวุฒิที่เกี่ยวข้องตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด ซึ่งอาจแบ่งภาพรวมได้เป็น 2 กลุ่มใหญ่
| กลุ่มวุฒิ | ภาพรวมสิทธิในการรับงาน |
|---|---|
| ปริญญาตรีทางการบัญชีขึ้นไป | รับงานได้กว้างกว่า และดูแลกิจการได้ทุกประเภทตามเงื่อนไขที่กฎหมายกำหนด |
| ปวส. / อนุปริญญาทางการบัญชี | รับงานได้จำกัดเฉพาะกิจการบางประเภทและขนาดกิจการที่ไม่เกินเกณฑ์ |
พูดแบบเข้าใจง่ายคือ วุฒิการศึกษาไม่ใช่แค่ “ผ่านหรือไม่ผ่าน” แต่มีผลต่อ “ขอบเขตงานที่รับได้” ด้วยค่ะ
จบสาขาอื่น เช่น การเงิน หรือบริหารธุรกิจ เป็นผู้ทำบัญชีได้ไหม
ตรงนี้ต้องระวังมากค่ะ เพราะชื่อสาขาในใบปริญญาอาจไม่พอ ต้องดูว่าเป็นวุฒิทางการบัญชี หรือหลักสูตรมีเนื้อหาและการรับรองตามเงื่อนไขที่กำหนดหรือไม่
เช็กง่ายๆ โดยดูจากหลักสูตรที่รับรองโดยสภาวิชาชีพบัญชีตามนี้
ข้อควรระวัง: น้องๆ ไม่ควรดูแค่ชื่อคณะหรือชื่อสาขาแบบผิวเผิน เช่น “บริหารธุรกิจ” เพราะบางหลักสูตรมีแขนงบัญชี บางหลักสูตรไม่มีรายละเอียดวิชาบัญชีเพียงพอ ทางที่ดีควรตรวจเช็กก่อนว่าสถาบันและหลักสูตรที่เราเรียนจบมาได้การรับรองจากสภาวิชาชีพบัญชีหรือไม่ หากตรวจไม่พบอาจจะต้องติดต่อไปยังสภาวิชาชีพบัญชีเพื่อขอคำปรึกษาว่าต้องเรียนอะไรเพิ่มเติมถึงจะผ่านคุณสมบัตินี้
วุฒิการศึกษากำหนดขอบเขตงานที่รับได้อย่างไร
หัวข้อนี้เป็นเรื่องสำคัญมากๆ ที่พี่นุชอยากขยายความเรื่องวุฒิการศึกษากับขอบเขตการรับงานให้เข้าใจแบบนี้
ผู้ที่มีวุฒิ ปริญญาตรีบัญชีขึ้นไป โดยทั่วไปจะมีขอบเขตการรับงานกว้างกว่า ส่วนผู้ที่มีวุฒิ ปวส. หรืออนุปริญญาบัญชี ต้องเช็กประเภทกิจการและขนาดกิจการก่อนรับงาน ดังต่อไปนี้
| วุฒิผู้ทำบัญชี | ขอบเขตงานที่ควรตรวจสอบ |
| ปริญญาตรีบัญชีขึ้นไป | รับงานได้ทุกประเภทกิจการและทุกขนาด ภายใต้เงื่อนไขคุณสมบัติอื่นที่ครบถ้วน |
| ปวส. / อนุปริญญาบัญชี | รับได้เฉพาะห้างหุ้นส่วนจดทะเบียนและบริษัทจำกัดที่ไม่เกินเกณฑ์ที่กำหนด |
เกณฑ์ที่กำหนดสำหรับวุฒิ ปวส. หรืออนุปริญญาบัญชี ต้องผ่านหมดทั้ง 3 ข้อจึงจะรับงานได้ ประกอบด้วย
| เกณฑ์กิจการ | ขนาดที่ต้องตรวจสอบ |
| ทุนจดทะเบียน | ไม่เกิน 5 ล้านบาท |
| สินทรัพย์รวม | ไม่เกิน 30 ล้านบาท |
| รายได้รวม | ไม่เกิน 30 ล้านบาท |
ตัวอย่างการพิจารณา
บริษัท A มีข้อมูล ณ วันปิดรอบบัญชีดังนี้
- ทุนจดทะเบียน 3 ล้านบาท
- สินทรัพย์รวม 25 ล้านบาท
- รายได้รวม 28 ล้านบาท
กรณีนี้กิจการยังไม่เกินเกณฑ์ทั้งสามรายการ ผู้ทำบัญชีวุฒิ ปวส. ทางการบัญชีจึงอาจรับผิดชอบได้ หากมีคุณสมบัติด้านอื่นครบถ้วน
แต่ถ้าปีถัดมาบริษัทมีรายได้รวมเพิ่มเป็น 35 ล้านบาท แม้ทุนจดทะเบียนและสินทรัพย์รวมจะยังไม่เกินเกณฑ์ กิจการก็เกินเงื่อนไขหนึ่งรายการแล้ว กิจการต้องเปลี่ยนผู้ทำบัญชีที่มีวุฒิปริญญาตรีบัญชีขึ้นไป
Tip จาก CPD Academy
จุดที่พลาดกันบ่อยไม่ใช่ตอนรับลูกค้าครั้งแรก แต่เป็นตอนลูกค้าโตขึ้นค่ะ แนะนำให้เพิ่มทุน สินทรัพย์รวม และรายได้รวมไว้ในตารางลูกค้า แล้วทบทวนหลังปิดบัญชีทุกปี อย่าคิดว่า “เคยรับได้ ก็รับต่อได้ตลอด” ถ้าคิดแบบนี้เสี่ยงมากๆ เลยนะ

สถานะสมาชิกสภาวิชาชีพบัญชี สำคัญต่อคุณสมบัติอย่างไร
อีกเรื่องที่สำคัญมากคือ ผู้ทำบัญชีต้องดูแลสถานะสมาชิกหรือการขึ้นทะเบียนกับสภาวิชาชีพบัญชีให้ถูกต้องและต่อเนื่อง
หลายคนเข้าใจว่า “เคยสมัครไว้แล้วก็จบ” แต่ในทางปฏิบัติต้องดูสถานะให้เป็นปัจจุบันด้วย โดยเฉพาะการต่ออายุสมาชิก เพราะถ้าสมาชิกภาพสิ้นสุด อาจกระทบต่อคุณสมบัติการเป็นผู้ทำบัญชีได้
เรื่องนี้เป็นจุดที่พลาดกันง่ายมาก เพราะเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องยาก แต่เป็นเรื่องมัก “ลืม” มากกว่า โดยเฉพาะช่วงสิ้นปีที่งานงบ งานภาษี งานปิดบัญชีวิ่งชนกันแบบไม่ได้พัก นักบัญชีเองก็อาจจะลืมเช็กสิ่งสำคัญเหล่านี้ไปโดยปริยาย
ดังนั้น สิ่งที่ควรเช็กเป็นประจำ ได้แก่
- สถานะสมาชิกยังคงอยู่หรือไม่
- ชำระค่าบำรุงสมาชิกถูกต้องหรือไม่
- ข้อมูลส่วนตัวในระบบเป็นปัจจุบันหรือไม่
- หากสถานะขาดไปแล้ว ต้องดำเนินการแก้ไขอย่างไร
ลักษณะต้องห้ามของผู้ทำบัญชี มีอะไรที่ต้องระวัง
นอกจากวุฒิการศึกษาและสถานะสมาชิกแล้ว ผู้ทำบัญชียังต้องมีคุณสมบัติทั่วไปตามที่ประกาศกำหนด เช่น
- มีภูมิลำเนาหรือถิ่นที่อยู่ในประเทศไทย
- มีความรู้ภาษาไทยเพียงพอที่จะปฏิบัติหน้าที่เป็นผู้ทำบัญชี
- มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามกฎหมายวิชาชีพบัญชี
- ไม่เคยต้องคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุกในความผิดที่กฎหมายกำหนด เว้นแต่เข้าเงื่อนไขหรือพ้นระยะเวลาตามประกาศแล้ว
ส่วนนี้ไม่ควรตรวจสอบจากความเข้าใจส่วนตัวเพียงอย่างเดียว หากเคยมีประวัติทางคดีหรือมีข้อสงสัยเกี่ยวกับลักษณะต้องห้าม ควรสอบถามกรมพัฒนาธุรกิจการค้าหรือสภาวิชาชีพบัญชีโดยตรงก่อนรับงานค่ะ
ผู้ทำบัญชีรายใหม่ ผู้ทำบัญชีเดิม และผู้ที่เพิ่งกลับเข้าสู่ระบบ ต้องตรวจสอบคุณสมบัติต่างกันยังไงบ้าง
ผู้ทำบัญชีแต่ละสถานะ มีสิ่งที่ต้องตรวจสอบตามลำดับแตกต่างกัน ลองมาดูสรุปในตารางนี้
| กลุ่มผู้ทำบัญชี | สิ่งที่ควรตรวจสอบ |
| ผู้ทำบัญชีรายใหม่ | วุฒิ > สถานะสมาชิก > ผ่านการทดสอบและแจ้งเป็นผู้ทำบัญชี |
| ผู้ทำบัญชีเดิม | สถานะสมาชิกปัจจุบัน > คุณสมบัติต่อเนื่อง > ขอบเขตงาน และจำนวนงานที่รับผิดชอบ |
| ผู้ที่เคยยกเลิกหรือขาดสถานะแล้วกลับมาใหม่ | เงื่อนไขการกลับเข้าสู่ระบบ > การทดสอบ > คุณสมบัติ ณ วันที่กลับมารับงาน |
| ผู้ที่วุฒิหรือสถานะไม่ชัดเจน | ควรตรวจเอกสารการศึกษาและหลักฐานที่เกี่ยวข้องก่อนรับงาน |
ประเด็นสำคัญคือ การทดสอบไม่ใช่หน้าที่ประจำปีของผู้ทำบัญชีทุกคน หากเคยขึ้นทะเบียนก่อนปี 2569 ไม่จำเป็นต้องเข้าทดสอบนะคะ อิอิ
เอกสารที่ใช้ตรวจสอบคุณสมบัติก่อนรับงาน
ก่อนรับงานบัญชี โดยเฉพาะถ้าเป็นลูกค้าใหม่ ควรเตรียมเอกสารและข้อมูลไว้ตรวจสอบคุณสมบัติให้ครบ เพื่อกันปัญหาทีหลัง
เอกสารที่ควรเตรียมแบ่งได้เป็น 3 กลุ่ม ได้แก่
| กลุ่มเอกสาร | ตัวอย่างเอกสารหรือข้อมูล |
| เอกสารส่วนตัวของผู้ทำบัญชี | บัตรประชาชน ข้อมูลผู้ทำบัญชี ข้อมูลการติดต่อ |
| เอกสารคุณวุฒิ | ใบปริญญา Transcript หลักฐานหลักสูตรหรือสาขาที่เรียน |
| เอกสารเกี่ยวกับกิจการที่รับงาน | หนังสือรับรองนิติบุคคล ทุนจดทะเบียน งบการเงินปีล่าสุด ทุน สินทรัพย์ และรายได้ |
สำหรับผู้ที่มีวุฒิ ปวส. หรืออนุปริญญาบัญชี เอกสารเกี่ยวกับกิจการสำคัญมากค่ะ เพราะต้องใช้เช็กว่ากิจการนั้นอยู่ในขอบเขตที่รับงานได้หรือไม่
ก่อนรับงาน เช็ก 4 จุดนี้ก่อน
ถ้าต้องการเช็กเร็ว ๆ ว่า “กิจการนี้เรารับงานได้ไหม” ให้ไล่ตาม 4 คำถามนี้ค่ะ
- วุฒิตรงไหม
จบด้านบัญชีหรือหลักสูตรที่เกี่ยวข้องตามเกณฑ์หรือไม่ - กิจการเกินเกณฑ์ไหม
โดยเฉพาะกรณีวุฒิ ปวส. หรืออนุปริญญาบัญชี ต้องเช็กทุน สินทรัพย์ และรายได้ - สถานะสมาชิกยังครบไหม
สมาชิกสภาวิชาชีพบัญชียังต่อเนื่องหรือไม่ - มีลักษณะต้องห้ามไหม
คุณสมบัติทั่วไปและเงื่อนไขอื่นครบถ้วนหรือไม่
ถ้าครบทุกข้อ จึงค่อยพิจารณารับงานต่อ แต่ถ้ายังไม่ครบหรือยังไม่มั่นใจ ควรตรวจสอบเพิ่มเติมก่อนตัดสินใจค่ะ

ขาดคุณสมบัติแล้วควรทำอย่างไร
ถ้าตรวจแล้วพบว่าคุณสมบัติยังไม่ครบ อย่าเพิ่งตกใจค่ะ สิ่งแรกที่ควรทำคือแยกก่อนว่า “ขาดเรื่องอะไร” เพราะแต่ละเรื่องแก้ไขไม่เหมือนกัน
| กรณีที่พบ | แนวทางเบื้องต้น |
| วุฒิไม่ตรงหรือเอกสารการศึกษาไม่ชัด | ตรวจสอบหลักสูตร รายวิชา หรือเอกสารรับรองจากสถาบัน |
| สมาชิกสภาวิชาชีพบัญชีหมดอายุ | ดำเนินการต่ออายุหรือแก้ไขสถานะตามช่องทางของสภาวิชาชีพบัญชี |
| ขอบเขตงานเกินวุฒิ | พิจารณาเปลี่ยนผู้ทำบัญชีที่มีคุณสมบัติเหมาะสม |
| ผู้ทำบัญชีรายใหม่หรือ เพิ่งกลับเข้าสู่ระบบ | ตรวจสอบเงื่อนไขการทดสอบและการแจ้งเป็นผู้ทำบัญชี |
ถ้าให้แนะนำตามตรง สิ่งที่ไม่ควรทำที่สุดคือ “รับงานไปก่อน เดี๋ยวค่อยแก้” เพราะงานบัญชีไม่ใช่งานที่แก้เฉพาะเอกสารปลายทาง แต่เกี่ยวกับความรับผิดชอบตั้งแต่วันที่เริ่มรับงานเลยล่ะ
อ่านต่อบทความทั้งหมดเกี่ยวกับผู้ทำบัญชีที่นี่
- ผู้ทำบัญชีต้องทำอะไรบ้าง? เช็ก 5 ข้อตามเกณฑ์ใหม่ปี 2569
- วิธีแจ้งเป็นผู้ทำบัญชีครั้งแรก ปี 2569 ผ่าน e-Accountant แบบละเอียด
- สมัครสมาชิกสภาวิชาชีพบัญชีอย่างไร? ขั้นตอน เอกสาร และค่าธรรมเนียม
- ผู้ทำบัญชีอิสระต้องขึ้นทะเบียนไหม? เช็กคุณสมบัติและเอกสารปี 2569
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับคุณสมบัติผู้ทำบัญชี
จบ ปวส. บัญชี เป็นผู้ทำบัญชีได้หรือไม่
เป็นได้ หากเป็นวุฒิทางการบัญชีหรือเทียบเท่าตามเกณฑ์ และมีคุณสมบัติด้านอื่นครบถ้วน แต่รับผิดชอบได้เฉพาะห้างหุ้นส่วนจดทะเบียนและบริษัทจำกัดที่มีทุน สินทรัพย์รวม และรายได้รวมไม่เกินเกณฑ์
ผู้ทำบัญชีต้องจบปริญญาตรีหรือไม่
ไม่จำเป็นทุกกรณี ผู้จบอนุปริญญาหรือ ปวส. ทางการบัญชีอาจเป็นผู้ทำบัญชีได้ แต่ขอบเขตของกิจการที่รับผิดชอบจะจำกัดกว่าผู้จบปริญญาตรีทางการบัญชี
จบการเงินหรือบริหารธุรกิจ เป็นผู้ทำบัญชีได้ไหม
ต้องตรวจสอบว่าหลักสูตรได้รับการรับรองเป็นคุณวุฒิทางการบัญชีหรือเทียบเท่าหรือไม่ ไม่ควรพิจารณาจากชื่อคณะหรือชื่อสาขาเพียงอย่างเดียว
วุฒิ ปวส. รับทำบัญชีบริษัทแบบไหนได้บ้าง
โดยหลักควรเช็กว่าเป็นบริษัทจำกัดหรือห้างหุ้นส่วนจดทะเบียนที่ไม่เกินเกณฑ์ที่กำหนด เช่น ทุนจดทะเบียน สินทรัพย์รวม และรายได้รวมไม่เกินเกณฑ์ หากกิจการเกินเกณฑ์ ผู้ทำบัญชีวุฒิ ปวส. อาจไม่สามารถรับผิดชอบงานนั้นได้ค่ะ
ผู้ทำบัญชีต้องเป็นสมาชิกสภาวิชาชีพบัญชีหรือไม่
ต้องเป็นสมาชิกหรือขึ้นทะเบียนไว้กับสภาวิชาชีพบัญชี และต้องรักษาสถานะให้ต่อเนื่องก่อนดำเนินการเป็นผู้ทำบัญชี
สมาชิกสภาวิชาชีพบัญชีหมดอายุ ยังรับงานได้หรือไม่
ไม่ควรรับงานหรือดำเนินการต่อในฐานะผู้ทำบัญชีจนกว่าจะดำเนินการเรื่องสมาชิกและตรวจสอบสถานะในระบบให้เรียบร้อย เพราะสมาชิกภาพที่สิ้นสุดอาจทำให้ขาดคุณสมบัติการเป็นผู้ทำบัญชี
หลักสูตรที่เรียนต้องได้รับการรับรองหรือไม่
ควรตรวจสอบค่ะ เพราะการเป็นผู้ทำบัญชีต้องใช้วุฒิที่เข้าเกณฑ์ หากหลักสูตรหรือสาขาวิชาไม่ชัดเจน ควรขอเอกสารรับรองหรือพิจารณารายวิชาที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติม เพื่อป้องกันปัญหาเมื่อนำไปใช้แจ้งเป็นผู้ทำบัญชีหรือรับงานจริง
ถ้ากิจการโตเกินเกณฑ์ ผู้ทำบัญชีเดิมต้องทำอย่างไร
ควรตรวจสอบขอบเขตงานใหม่ทันทีค่ะ โดยเฉพาะผู้ทำบัญชีที่ใช้วุฒิ ปวส. หรืออนุปริญญาบัญชี หากกิจการมีทุน สินทรัพย์ หรือรายได้เกินเกณฑ์ อาจต้องเปลี่ยนผู้ทำบัญชีที่มีคุณสมบัติเหมาะสมกว่า เพื่อให้สอดคล้องกับหลักเกณฑ์ที่กำหนด
สรุป: คุณสมบัติผู้ทำบัญชีต้องเช็กก่อนรับงาน ไม่ใช่หลังรับงาน
คุณสมบัติผู้ทำบัญชีปี 2569 ต้องดูหลายเรื่องประกอบกัน ทั้งวุฒิการศึกษา สถานะสมาชิกสภาวิชาชีพบัญชี ลักษณะต้องห้าม เงื่อนไขสำหรับรายใหม่หรือผู้กลับเข้าสู่ระบบ และขอบเขตงานที่รับได้ตามวุฒิ
สิ่งที่พี่นุชอยากเน้นคือ ก่อนรับงานบัญชีทุกครั้ง อย่าดูแค่ว่า “เราทำบัญชีเป็นไหม” แต่ต้องดูด้วยว่า “เรามีคุณสมบัติพอที่จะรับผิดชอบงานนี้ไหม” โดยเฉพาะกรณีที่เป็นกิจการขนาดใหญ่ หรือผู้ทำบัญชีมีวุฒิ ปวส. / อนุปริญญาบัญชี ซึ่งต้องเช็กเกณฑ์ขนาดกิจการให้ละเอียด
อย่าลืมนะคะว่า การเช็กให้ชัดตั้งแต่ต้น ดีกว่าแก้ปัญหาตอนปลายทางเสมอค่ะ เพราะในงานบัญชี ความถูกต้องเริ่มตั้งแต่วันที่เราตัดสินใจรับงานแล้วค่ะ
วางแผนพัฒนาความรู้และรักษาคุณสมบัติผู้ทำบัญชีให้ต่อเนื่อง
นอกจากคุณสมบัติก่อนรับงานแล้ว ผู้ทำบัญชียังต้องดูแลความรู้และสถานะวิชาชีพให้ต่อเนื่องทุกปี โดยเฉพาะการอบรม CPD ให้ครบตามเกณฑ์
CPD Academy มีหลักสูตรอบรมออนไลน์สำหรับผู้ทำบัญชีและนักบัญชี ที่ช่วยให้วางแผนพัฒนาความรู้ได้ง่ายขึ้น เรียนได้ตามเวลาที่สะดวก พร้อมหัวข้อบัญชี ภาษี และจรรยาบรรณที่เหมาะกับการใช้งานจริง
ดูคอร์สอบรม CPD สำหรับผู้ทำบัญชี กับ CPD Academy
แหล่งอ้างอิง
- กรมพัฒนาธุรกิจการค้า – หน้ารวมข้อมูลผู้ทำบัญชีและระบบ e-Accountant
- กรมพัฒนาธุรกิจการค้า – ข่าวประกาศคุณสมบัติและเงื่อนไขผู้ทำบัญชี พ.ศ. 2568 มีผลตั้งแต่ 1 มกราคม 2569
- กรมพัฒนาธุรกิจการค้า – ข้อมูลคุณสมบัติผู้ทำบัญชี เช่น สมาชิกสภาวิชาชีพบัญชี/ขึ้นทะเบียน และคุณวุฒิตามขนาดธุรกิจ
