เผยแพร่ครั้งแรก: 1 มกราคม 2026
อัปเดตล่าสุด: 23 มิถุนายน 2026
การสมัครสมาชิกสภาวิชาชีพบัญชี เป็นหนึ่งในขั้นตอนสำคัญของคนที่อยู่ในสายบัญชี โดยเฉพาะคนที่วางแผนอยากเป็น “ผู้ทำบัญชี” นี่เป็นด่านแรกก่อนที่เราจะสามารถขึ้นทะเบียนผู้ทำบัญชีกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้าได้
แต่ปัญหาที่เจอบ่อยคือ หลายคนไม่แน่ใจว่าตัวเองต้องสมัครสมาชิกประเภทไหน ต้องเตรียมเอกสารอะไร ต้องสมัครใหม่หรือเปลี่ยนประเภทสมาชิก และสมัครแล้วเป็นผู้ทำบัญชีได้เลยไหม
บทความนี้พี่นุชจะพาไปทำความเข้าใจทุกสิ่งที่ควรรู้เกี่ยวกับการสมัครสมาชิกสภาแบบ Step by Step ไปจนถึงปัญหาที่พบบ่อย เพื่อให้สมัครได้ถูกประเภทตั้งแต่แรก ไม่ต้องวนกลับมาแก้ไขซ้ำๆ ค่ะ
สมัครสมาชิกสภาวิชาชีพบัญชี จำเป็นกับใครบ้าง
การสมัครสมาชิกสภาวิชาชีพบัญชีเกี่ยวข้องกับคนหลายกลุ่มในสายบัญชี ไม่ได้จำกัดเฉพาะผู้ทำบัญชีและผู้สอบบัญชีเท่านั้นค่ะ
กลุ่มที่ควรสมัครสมาชิกสภา ได้แก่
- ผู้ที่ต้องการทำงานด้านบัญชี
- ผู้ที่ต้องการแจ้งเป็นผู้ทำบัญชีกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า
- ผู้ที่ต้องการเป็นผู้ฝึกหัดงานสอบบัญชี
- ผู้ที่เรียนจบด้านบัญชีและต้องการเข้าสู่เส้นทางวิชาชีพบัญชีอย่างเป็นทางการ
สำหรับผู้ทำบัญชี ต้องเข้าใจให้ถูกก่อนว่า “สมัครสมาชิกสภาวิชาชีพบัญชี” กับ “แจ้งเป็นผู้ทำบัญชี” เป็นคนละขั้นตอนกันค่ะ
สมัครสมาชิกสภาวิชาชีพบัญชี คือการจัดการสถานะสมาชิกหรือสถานะทางวิชาชีพกับสภาวิชาชีพบัญชี ส่วนการแจ้งเป็นผู้ทำบัญชี เป็นขั้นตอนที่เกี่ยวข้องกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้าและระบบ e-Accountant
ดังนั้น สมัครสมาชิกแล้วไม่ได้แปลว่าเป็นผู้ทำบัญชีทันที ต้องรอให้สถานะสมาชิกสมบูรณ์ก่อน แล้วจึงดำเนินการตามขั้นตอนการแจ้งเป็นผู้ทำบัญชีต่อไปค่ะ
อ่านต่อที่เกี่ยวข้อง: วิธีแจ้งเป็นผู้ทำบัญชีครั้งแรกผ่านระบบ e-Accountant
สมาชิกสภาวิชาชีพบัญชีมีกี่ประเภท เลือกแบบไหนดี
สมาชิกสภาวิชาชีพบัญชีมีหลายประเภท การเลือกให้ถูกตั้งแต่แรกสำคัญมาก เพราะเกี่ยวข้องกับคุณวุฒิ สถานะของผู้สมัคร และสิทธิในการทำรายการบางประเภท
ประเภทสมาชิกมีดังนี้
| ประเภทสมาชิก | เหมาะกับใครโดยทั่วไป |
| สมาชิกสามัญ | ผู้ที่มีคุณวุฒิระดับปริญญาตรีทางบัญชีหรือเข้าเงื่อนไขตามที่กำหนด |
| สมาชิกวิสามัญ | ผู้สำเร็จการศึกษาระดับไม่ต่ำกว่าปริญญาตรีในสาขาบริหารธุรกิจ พาณิชยศาสตร์ เศรษฐศาสตร์ หรือสาขาอื่นที่เกี่ยวข้องกับการประกอบวิชาชีพบัญชี |
| สมาชิกสมทบ | ผู้ที่มีวุฒิต่ำกว่าปริญญาตรีทางบัญชี หรือผู้ที่กำลังศึกษาระดับปริญญาตรีทางการบัญชีในหลักสูตรที่สภาวิชาชีพบัญชีให้การรับรอง |
| สมาชิกกิตติมศักดิ์ | ผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งคณะกรรมการสภาวิชาชีพบัญชีเชิญให้เป็นสมาชิก |
การเลือกประเภทสมาชิกไม่ควรดูจากความรู้สึกว่า “น่าจะใช่” แต่ควรดูจากวุฒิการศึกษา เอกสารหลักฐาน และเงื่อนไขที่สภาวิชาชีพบัญชีกำหนดในระบบล่าสุดค่ะ
เราควรสมัครสมาชิกประเภทใด
ก่อนตัดสินใจสมัครสมาชิก ลองตารางนี้ใช้เป็นแนวทางเบื้องต้นก่อนสมัครนะคะ
| สถานะของผู้สมัคร | ประเภทสมาชิกที่ควรตรวจสอบ |
| คนไทย จบปริญญาตรีบัญชีตามหลักเกณฑ์ | สมาชิกสามัญ |
| จบ ปวส. หรืออนุปริญญาทางบัญชี | สมาชิกสมทบ |
| กำลังเรียนปริญญาตรีบัญชีตามเงื่อนไข | สมาชิกสมทบ |
| จบสาขาบริหารธุรกิจ เศรษฐศาสตร์ หรือสาขาที่เกี่ยวข้อง | ตรวจสอบสมาชิกวิสามัญ |
| ไม่มีสัญชาติไทย | ตรวจสอบสมาชิกวิสามัญ |
| สำเร็จการศึกษาจากต่างประเทศ | ตรวจสอบการรับรองคุณวุฒิและประเภทสมาชิก |
Tip จาก CPD Academy:
ถ้าไม่แน่ใจว่าวุฒิของเราควรสมัครประเภทไหน อย่าเพิ่งเดาเองค่ะ ให้ตรวจสอบรายละเอียดในระบบหรือสอบถามหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก่อน เพราะการสมัครผิดประเภทอาจทำให้ต้องแก้คำขอหรือเปลี่ยนประเภทภายหลัง เสียเวลาโดยไม่จำเป็น

อีกจุดที่พลาดบ่อยมากคือ คนที่เคยเป็นสมาชิกอยู่แล้ว แต่เข้าไปสมัครใหม่ซ้ำ ทั้งที่จริงควรใช้เมนู “เปลี่ยนประเภทสมาชิก” แทน
ตัวอย่าง เช่น เคยเป็นสมาชิกสมทบตอนยังเรียนหรือวุฒิยังไม่ครบ ต่อมาเรียนจบปริญญาตรีบัญชีแล้ว แบบนี้อาจไม่จำเป็นต้องสมัครใหม่ตั้งแต่ต้น แต่ควรตรวจสอบว่าสามารถยื่นเปลี่ยนประเภทสมาชิกได้หรือไม่
| สถานะเดิม | ประเภทที่อาจยื่นเปลี่ยนได้ |
| สมาชิกสมทบ | สมาชิกสามัญ |
| สมาชิกวิสามัญ | สมาชิกสมทบ หรือสมาชิกสามัญ ตามคุณสมบัติ |
| ผู้ทำบัญชีวุฒิปริญญาตรีขึ้นไป | สมาชิกสามัญหรือวิสามัญ ตามคุณสมบัติ |
สมัครใหม่เหมาะกับกรณีไหน
สมัครใหม่มักเหมาะกับคนที่ยังไม่เคยมีเลขสมาชิก หรือยังไม่เคยมีสถานะในระบบมาก่อน
เปลี่ยนประเภทสมาชิกเหมาะกับกรณีไหน
เปลี่ยนประเภทสมาชิกเหมาะกับคนที่เคยเป็นสมาชิกแล้ว แต่คุณวุฒิหรือสถานะเปลี่ยนไป เช่น เรียนจบเพิ่ม วุฒิสูงขึ้น หรือเข้าเงื่อนไขสมาชิกอีกประเภทหนึ่ง

เอกสารที่ต้องเตรียมก่อนสมัครสมาชิก
ก่อนเริ่มสมัครสมาชิก พี่นุชแนะนำให้เตรียมเอกสารให้ครบก่อน เพราะจะช่วยให้กรอกข้อมูลและอัปโหลดไฟล์ได้ลื่นขึ้น ไม่ต้องสมัครไปหยุดไปเหมือนเน็ตหลุดตอนยื่นภาษี ฮือฮือ
เอกสารที่ควรเตรียม ได้แก่
| เอกสาร / ข้อมูล | ใช้ทำอะไร |
| อีเมลที่ใช้งานจริง | ใช้รับแจ้งสถานะและข้อมูลจากระบบ |
| เบอร์โทรศัพท์ | ใช้ติดต่อและยืนยันข้อมูล |
| รูปถ่าย | ใช้ประกอบการสมัครสมาชิก |
| บัตรประชาชน | ใช้ยืนยันตัวตน |
| หลักฐานการศึกษา เช่น ปริญญาบัตร หรือ Transcript | ใช้พิสูจน์คุณวุฒิ |
| เอกสารเปลี่ยนชื่อ-นามสกุล ถ้ามี | ใช้กรณีชื่อในเอกสารไม่ตรงกัน |
| เอกสารอื่นตามที่ระบบกำหนด | ใช้ประกอบการพิจารณาตามประเภทสมาชิก |
เช็กไฟล์ก่อนอัปโหลด
ก่อนอัปโหลดเอกสาร ควรเช็ก 4 เรื่องนี้ค่ะ
- ไฟล์ชัด อ่านได้ครบทุกหน้า
- ชื่อในเอกสารตรงกัน
- เอกสารไม่หมดอายุในกรณีที่มีวันหมดอายุ
- ขนาดไฟล์และประเภทไฟล์ตรงตามที่ระบบกำหนด
ส่วนใหญ่แล้ว สาเหตุที่ทำให้คำขอสะดุดบ่อย คือ Transcript ไม่ชัด รูปถ่ายไม่ตรงเงื่อนไข และชื่อ-นามสกุลในเอกสารไม่ตรงกัน เพราะเคยเปลี่ยนชื่อแต่ลืมแนบหลักฐานค่ะ
วิธีสมัครสมาชิกสภาวิชาชีพบัญชีออนไลน์ทีละขั้นตอน
เมื่อเตรียมเอกสารครบแล้ว ขั้นตอนต่อไปคือการสมัครผ่านระบบบริการออนไลน์ของสภาวิชาชีพบัญชี
ขั้นตอนโดยทั่วไปมีดังนี้
ขั้นตอนที่ 1 เข้าระบบบริการออนไลน์ของสภาวิชาชีพบัญชี
เข้าเว็บไซต์หรือระบบบริการออนไลน์ของสภาวิชาชีพบัญชี แล้วเลือกเมนูที่เกี่ยวข้องกับการสมัครสมาชิก
ขั้นตอนที่ 2 สมัครใช้งานหรือเข้าสู่ระบบ
ถ้ายังไม่เคยใช้งาน ให้สมัครบัญชีผู้ใช้ก่อน แต่ถ้าเคยมีบัญชีแล้ว ให้เข้าสู่ระบบด้วยข้อมูลเดิม
ขั้นตอนที่ 3 เลือกประเภทสมาชิก
เลือกประเภทสมาชิกให้ตรงกับคุณสมบัติ เช่น สมาชิกสามัญ สมาชิกวิสามัญ หรือสมาชิกสมทบ
จุดนี้ต้องระวังมากค่ะ เพราะถ้าเลือกผิดตั้งแต่ต้น อาจทำให้คำขอถูกตีกลับ หรือเสียเวลาติดต่อแก้ไขภายหลัง
ขั้นตอนที่ 4 กรอกข้อมูลส่วนตัว
กรอกชื่อ นามสกุล เลขบัตรประชาชน ที่อยู่ อีเมล เบอร์โทรศัพท์ และข้อมูลอื่น ๆ ตามที่ระบบกำหนด
ควรตรวจให้ละเอียด โดยเฉพาะเลขบัตรประชาชนและอีเมล เพราะถ้าผิด อาจกระทบการตรวจสอบสถานะหรือการรับแจ้งผล
ขั้นตอนที่ 5 กรอกข้อมูลการศึกษา
กรอกข้อมูลวุฒิการศึกษา สถาบันการศึกษา ปีที่สำเร็จการศึกษา และรายละเอียดที่เกี่ยวข้องกับคุณวุฒิ
ขั้นตอนที่ 6 อัปโหลดเอกสาร
อัปโหลดไฟล์เอกสารตามที่ระบบกำหนด เช่น รูปถ่าย บัตรประชาชน Transcript ปริญญาบัตร หรือเอกสารเปลี่ยนชื่อ-นามสกุล
ขั้นตอนที่ 7 ตรวจสอบข้อมูลก่อนส่งคำขอ
ก่อนกดส่งคำขอ ให้ตรวจสอบข้อมูลทั้งหมดอีกครั้ง โดยเฉพาะ
- ประเภทสมาชิก
- ชื่อ-นามสกุล
- เลขบัตรประชาชน
- อีเมลและเบอร์โทรศัพท์
- เอกสารที่แนบ
- ข้อมูลวุฒิการศึกษา
ขั้นตอนที่ 8 ชำระค่าบำรุงสมาชิกและติดตามสถานะ
หลังส่งคำขอ ระบบจะแจ้งขั้นตอนการชำระเงินหรือค่าบำรุงสมาชิกตามประเภทสมาชิก จากนั้นให้ติดตามสถานะจนกว่าคำขอจะได้รับอนุมัติ

ตั้งแต่เข้าสู่ระบบถึงตรวจสอบสถานะ
Quick Checklist ก่อนกดส่งคำขอสมัคร
ก่อนกดส่งคำขอสมัครสมาชิก ลองเช็กอีกครั้งตาม checklist นี้ เผื่อว่าชีวิตจะง่ายขึ้นจ้า
| สิ่งที่ต้องเช็ก | ผ่านหรือยัง |
| เลือกประเภทสมาชิกถูกต้อง | ☐ |
| ข้อมูลส่วนตัวตรงกับบัตรประชาชน | ☐ |
| อีเมลและเบอร์โทรศัพท์ใช้งานได้จริง | ☐ |
| แนบรูปถ่ายถูกต้อง | ☐ |
| แนบหลักฐานการศึกษาครบ | ☐ |
| ชื่อในเอกสารทุกชุดตรงกัน | ☐ |
| แนบเอกสารเปลี่ยนชื่อ ถ้ามี | ☐ |
| ตรวจยอดชำระก่อนจ่ายเงิน | ☐ |
ค่าบำรุงสมาชิกและอายุสมาชิก
ค่าบำรุงสมาชิกขึ้นอยู่กับประเภทสมาชิก โดยควรตรวจสอบยอดล่าสุดจากระบบก่อนชำระเงินทุกครั้ง
| ประเภทสมาชิก | ค่าบำรุงสมาชิกต่อปี |
| สมาชิกสามัญ | 500 บาท |
| สมาชิกวิสามัญ | 500 บาท |
| สมาชิกสมทบ | 300 บาท |
หมายเหตุ: อัตรานี้เป็นข้อมูลอ้างอิงจากสภาวิชาชีพบัญชี ควรตรวจสอบยอดล่าสุดในระบบก่อนชำระเงินทุกครั้ง เพราะอัตรา เงื่อนไข หรือรายละเอียดการชำระเงินอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้
ควรต่ออายุสมาชิกเมื่อไร
โดยทั่วไปควรวางแผนต่ออายุก่อนสมาชิกหมดอายุ ไม่ควรรอจนถึงวันสุดท้าย เพราะถ้าลืมต่ออายุ อาจกระทบต่อสถานะสมาชิก และอาจมีผลต่อการทำรายการที่เกี่ยวข้องกับวิชาชีพบัญชี
เพื่อไม่ให้พลาด แนะนำให้ทุกคนตั้งเตือนล่วงหน้าอย่างน้อย 30 วันค่ะ เพราะปลายปีมักเป็นช่วงที่นักบัญชีงานแน่นมาก ถ้าไม่ตั้งเตือน มีโอกาสลืมสูงมาก
วิธีตรวจสอบสถานะและต่ออายุสมาชิก
หลังจากสมัครหรือชำระค่าบำรุงสมาชิกแล้ว ควรตรวจสอบสถานะสมาชิกให้เรียบร้อย ไม่ควรหยุดแค่ “ชำระเงินแล้ว” เพราะในทางปฏิบัติยังต้องดูว่าสถานะในระบบได้รับการอนุมัติหรือเป็นปัจจุบันแล้วหรือไม่
ข้อมูลที่มักใช้ตรวจสอบสถานะ ได้แก่
- ชื่อ
- นามสกุล
- เลขบัตรประชาชน
ตรวจสอบสถานะแล้วควรดูอะไร
เมื่อเข้าสู่ระบบตรวจสอบสถานะ ควรดูอย่างน้อย 4 เรื่องนี้
- สถานะสมาชิกได้รับอนุมัติแล้วหรือยัง
- ประเภทสมาชิกถูกต้องหรือไม่
- วันหมดอายุสมาชิกคือวันไหน
- ข้อมูลส่วนตัวถูกต้องหรือไม่
หลายครั้งที่เราพบว่า ชื่อสกุลมักสะกดผิด ถ้ารู้ตัว รีบติดต่อไปยังฝ่ายทะเบียนสภาวิชาชีพบัญชี เพื่อแก้ไขแบบด่วนๆ เลยค่ะ
สมาชิกขาดอายุ กระทบอะไรบ้าง
การปล่อยให้สมาชิกสภาวิชาชีพบัญชีขาดอายุ มีผลกระทบ โดยเฉพาะผู้ที่ต้องใช้สถานะสมาชิกเพื่อประกอบวิชาชีพบัญชี ดังนี้
1. ผลต่อสมาชิกภาพ
- สถานะสมาชิกไม่ต่อเนื่อง
- อาจต้องดำเนินการชำระค่าบำรุงหรือแก้ไขสถานะ
- อาจทำธุรกรรมบางรายการในระบบไม่ได้
- อาจต้องรอการปรับปรุงสถานะก่อนใช้งานต่อ
2. ผลต่อผู้ทำบัญชี
สำหรับผู้ทำบัญชี การขาดอายุสมาชิกอาจกระทบต่อคุณสมบัติหรือการทำรายการที่เกี่ยวข้องกับการเป็นผู้ทำบัญชีได้ โดยเฉพาะกรณีที่ต้องดำเนินการต่อในระบบของกรมพัฒนาธุรกิจการค้า
อ่านต่อที่เกี่ยวข้อง: ผู้ทำบัญชีต้องทำอะไรบ้าง? เช็ก 5 ข้อตามเกณฑ์ใหม่ปี 2569
สมัครสมาชิกแล้วเป็นผู้ทำบัญชีได้เลยไหม
ย้ำอีกครั้งว่า คำตอบ คือ ยังไม่ได้เป็นผู้ทำบัญชีทันทีค่ะ
การสมัครสมาชิกสภาวิชาชีพบัญชีเป็นเพียงหนึ่งในเงื่อนไขสำคัญ แต่ถ้าต้องการเป็นผู้ทำบัญชีอย่างถูกต้อง ยังต้องดำเนินการตามขั้นตอนที่เกี่ยวข้องกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้าและระบบ e-Accountant ต่อไป
จำง่าย ๆ: การสมัครสมาชิก TFAC และการแจ้งเป็นผู้ทำบัญชีกับ DBD เป็นคนละขั้นตอน เมื่อสถานะสมาชิกได้รับอนุมัติแล้ว จึงดำเนินการแจ้งเป็นผู้ทำบัญชีต่อในระบบ e-Accountant
อ่านต่อ วิธีแจ้งเป็นผู้ทำบัญชีครั้งแรกผ่านระบบ e-Accountant
ปัญหาที่พบบ่อยระหว่างสมัครสมาชิก
| ปัญหาที่พบบ่อย | วิธีป้องกันหรือแก้ไข |
| เลือกประเภทสมาชิกผิด | ตรวจสอบคุณวุฒิและเงื่อนไขก่อนสมัคร |
| แนบเอกสารไม่ครบ | เช็ก checklist เอกสารก่อนส่งคำขอ |
| ไฟล์เอกสารไม่ชัด | สแกนหรือถ่ายใหม่ให้ชัดทุกหน้า |
| ชื่อในเอกสารไม่ตรงกัน | แนบหลักฐานเปลี่ยนชื่อ-นามสกุล |
| ชำระเงินแล้วสถานะยังไม่อัปเดต | รอตามระยะเวลาระบบ หรือสอบถามหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง |
| เคยเป็นสมาชิกแล้วแต่สมัครใหม่ซ้ำ | ตรวจสอบสถานะเดิมก่อนสมัคร |
| อีเมลหรือเบอร์โทรผิด | ตรวจข้อมูลติดต่อก่อนส่งคำขอ |
Tip จาก CPD Academy:
ถ้าติดปัญหาระหว่างสมัคร อย่าแก้แบบเดาสุ่มค่ะ ให้จดเลขคำขอ วันที่สมัคร และปัญหาที่พบไว้ให้ครบก่อนติดต่อเจ้าหน้าที่สภาวิชาชีพบัญชี จะช่วยให้การตรวจสอบเร็วขึ้นเยอะเลย
FAQ สมัครสมาชิกสภาวิชาชีพบัญชี
สมัครสมาชิกสภาวิชาชีพบัญชีออนไลน์ได้ไหม
ได้ค่ะ ปัจจุบันสามารถดำเนินการผ่านระบบบริการออนไลน์ของสภาวิชาชีพบัญชี โดยควรเตรียมข้อมูลส่วนตัว เอกสารการศึกษา รูปถ่าย และเอกสารประกอบอื่นให้พร้อมก่อนสมัคร
จบปริญญาตรีบัญชีควรสมัครสมาชิกประเภทใด
โดยทั่วไปผู้ที่จบปริญญาตรีบัญชีตามหลักเกณฑ์มักตรวจสอบประเภทสมาชิกสามัญเป็นหลัก แต่ควรเช็กรายละเอียดในระบบล่าสุดอีกครั้ง เพราะเงื่อนไขอาจขึ้นอยู่กับคุณวุฒิ สถาบัน และเอกสารประกอบ
สมาชิกวิสามัญมีเฉพาะชาวต่างชาติหรือไม่
ไม่จำเป็น สมาชิกวิสามัญอาจเกี่ยวข้องกับผู้ที่มีคุณสมบัติตามเงื่อนไขเฉพาะ เช่น วุฒิหรือสถานะบางกรณีที่ต้องตรวจสอบเพิ่มเติม ดังนั้นควรดูเงื่อนไขในระบบของสภาวิชาชีพบัญชีเป็นหลัก
เคยเป็นสมาชิกสมทบและเรียนจบแล้ว ต้องสมัครใหม่ไหม
ไม่ควรรีบสมัครใหม่ทันทีค่ะ ควรตรวจสอบสถานะสมาชิกเดิมก่อนว่าเข้าข่ายยื่นเปลี่ยนประเภทสมาชิกได้หรือไม่ เช่น จากสมาชิกสมทบเป็นสมาชิกสามัญ หากมีวุฒิและคุณสมบัติครบตามเกณฑ์
ค่าบำรุงสมาชิกสภาวิชาชีพบัญชีเท่าไร
โดยข้อมูลอ้างอิงจากสภาวิชาชีพบัญชี ค่าบำรุงสมาชิกสามัญและวิสามัญอยู่ที่ปีละ 500 บาท ส่วนสมาชิกสมทบอยู่ที่ปีละ 300 บาท อย่างไรก็ตาม ควรตรวจสอบยอดล่าสุดในระบบก่อนชำระเงินทุกครั้ง
สมัครสมาชิกแล้วเป็นผู้ทำบัญชีได้เลยไหม
ยังไม่ได้เป็นผู้ทำบัญชีทันทีค่ะ การสมัครสมาชิกเป็นเพียงหนึ่งในขั้นตอนที่เกี่ยวข้อง หากต้องการเป็นผู้ทำบัญชี ต้องดำเนินการแจ้งเป็นผู้ทำบัญชีกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้าหรือระบบที่เกี่ยวข้องให้ครบตามหลักเกณฑ์ด้วย
ตรวจสอบสถานะสมาชิกได้อย่างไร
สามารถตรวจสอบผ่านระบบตรวจสอบสถานะสมาชิกของสภาวิชาชีพบัญชี โดยทั่วไปจะใช้ข้อมูลชื่อ นามสกุล และเลขบัตรประชาชนในการตรวจสอบ ควรกรอกข้อมูลให้ตรงกับเอกสารประจำตัว
สมัครผิดประเภทสมาชิก ต้องทำอย่างไร
หากสมัครผิดประเภท ควรตรวจสอบสถานะคำขอในระบบก่อน แล้วติดต่อสภาวิชาชีพบัญชีเพื่อขอคำแนะนำในการแก้ไข ไม่ควรสมัครใหม่ซ้ำทันที เพราะอาจทำให้ข้อมูลซ้อนกันและแก้ไขยากขึ้น
ชำระเงินแล้วสถานะยังไม่อนุมัติ ต้องทำอย่างไร
ควรรอตามระยะเวลาที่ระบบกำหนด และตรวจสอบว่าชำระเงินสำเร็จหรือไม่ หากผ่านไประยะหนึ่งแล้วยังไม่อัปเดต ให้เตรียมหลักฐานการชำระเงิน เลขคำขอ และข้อมูลผู้สมัครไว้ติดต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
สรุป: สมัครสมาชิกสภาวิชาชีพบัญชีให้ถูกประเภทตั้งแต่แรก ช่วยลดปัญหาทีหลัง
การสมัครสมาชิกสภาวิชาชีพบัญชีไม่ใช่แค่การกรอกแบบฟอร์มออนไลน์ให้เสร็จ แต่ต้องเริ่มจากการเลือกประเภทสมาชิกให้ถูก เตรียมเอกสารให้ครบ ชำระค่าบำรุงสมาชิก และตรวจสอบสถานะจนคำขอได้รับอนุมัติเรียบร้อย
สำหรับคนที่ต้องการเป็นผู้ทำบัญชี สิ่งที่ต้องจำให้ชัดคือ สมัครสมาชิกแล้ว ยังไม่ได้เป็นผู้ทำบัญชีทันที ต้องดำเนินการขั้นตอนที่เกี่ยวข้องกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้าต่อให้ครบด้วย
การทำความเข้าใจเรื่องสมาชิกสภาและสมัครให้ถูกตั้งแต่ต้น ช่วยให้พวกเราประหยัดเวลา และเป็นประตูก้าวแรกเปิดสู่อาชีพในสายบัญชีในอนาคตอีกด้วยนะคะ
วางแผนรักษาสถานะสมาชิกและเก็บ CPD ให้ต่อเนื่อง
เมื่อสมัครสมาชิกเรียบร้อยแล้ว อย่าลืมวางแผนต่ออายุสมาชิกและพัฒนาความรู้ต่อเนื่อง (CPD) ให้ครบตามเกณฑ์
CPD Academy มีคอร์สอบรมออนไลน์สำหรับนักบัญชี ที่ช่วยให้วางแผนเก็บชั่วโมง CPD ได้สะดวกขึ้น เลือกเรียนได้ตามเวลาที่เหมาะกับงาน พร้อมหัวข้อด้านบัญชี ภาษี และจรรยาบรรณที่ใช้ได้จริงในการทำงาน
ดูคอร์สอบรม CPD สำหรับผู้ทำบัญชี กับ CPD Academy
แหล่งอ้างอิง
- สภาวิชาชีพบัญชี – ระบบบริการออนไลน์ / สมัครสมาชิก
- สภาวิชาชีพบัญชี – ระบบตรวจสอบสถานะสมาชิก
- สภาวิชาชีพบัญชี – FAQ ค่าบำรุงสมาชิกและค่าธรรมเนียมที่เกี่ยวข้อง
- สภาวิชาชีพบัญชี – คู่มือหรือข้อมูลบริการประชาชนเกี่ยวกับสมาชิก
- กรมพัฒนาธุรกิจการค้า – ข้อมูลผู้ทำบัญชีและระบบ e-Accountant
