ความรู้บัญชี, นักบัญชีมือใหม่

ทำบัญชีธุรกิจซื้อมาขายไป ตั้งแต่ซื้อสินค้า จนถึงปิดบัญชี

ทำบัญชีธุรกิจซื้อมาขายไป

เผยแพร่ครั้งแรก: 14 สิงหาคม 2026
อัปเดตล่าสุด: 11 สิงหาคม 2026

ธุรกิจซื้อมาขายไปดูเหมือนเป็นงานบัญชีที่ไม่ซับซ้อนค่ะ เพราะรูปแบบธุรกิจหลักก็คือ “ซื้อสินค้ามา แล้วขายต่อ”

แต่เวลาทำบัญชีจริง นักบัญชีไม่ได้ดูแค่ยอดซื้อกับยอดขายเท่านั้น เราต้องติดตามเอกสารและบันทึกบัญชีตั้งแต่ต้นทางจนจบกระบวนการ

จากประสบการณ์ ปัญหาของ การทำบัญชีธุรกิจซื้อมาขายไป มักไม่ได้เกิดจากเดบิต–เครดิตยาก แต่เกิดจากข้อมูลแต่ละส่วนไม่เชื่อมกัน เช่น ขายสินค้าแล้วแต่ไม่ได้ตัดสินค้า รับสินค้าเข้าคลังแล้วแต่ยังไม่มีรายการซื้อ หรือยอดสินค้าในระบบไม่ตรงกับบัญชี

บทความนี้ CPD Academy จะพานักบัญชีมือใหม่ทุกคน ทำความเข้าใจตั้งแต่ต้นว่า การทำบัญชีธุรกิจซื้อมาขายไปมีขั้นตอนอะไรบ้าง นักบัญชีต้องดูเอกสารอะไร และต้องตรวจจุดไหนก่อนปิดบัญชีค่ะ

เนื้อหา ซ่อน

ธุรกิจซื้อมาขายไปคืออะไร?

ธุรกิจซื้อมาขายไป คือ กิจการที่ซื้อสินค้ามาเพื่อขายต่อ โดยไม่ได้ผ่านกระบวนการผลิตหรือเปลี่ยนแปลงสาระสำคัญของสินค้า

ตัวอย่างเช่น

  • ร้านค้าออนไลน์
  • ร้านขายเครื่องใช้ไฟฟ้า
  • ร้านขายวัสดุก่อสร้าง
  • ร้านขายอะไหล่
  • ร้านค้าส่ง
  • ธุรกิจนำเข้าสินค้ามาจำหน่าย

กระบวนการหลักของธุรกิจประเภทนี้มักเป็น

สั่งซื้อ → รับสินค้า → เก็บสินค้า → ขาย → ส่งสินค้า → รับเงิน

สิ่งที่ทำให้บัญชีธุรกิจซื้อมาขายไปต่างจากธุรกิจบริการ คือมี สินค้าคงเหลือและต้นทุนขาย เข้ามาเกี่ยวข้องโดยตรง

หมายความว่า ต่อให้รายได้บันทึกถูก แต่ถ้ายอดสินค้าหรือต้นทุนผิด กำไรของกิจการก็ผิดตามได้ค่ะ


ทำบัญชีธุรกิจซื้อมาขายไป มีขั้นตอนอะไรบ้าง?

ถ้าจะทำบัญชีธุรกิจซื้อมาขายไปให้ครบ ไม่ควรเริ่มจากการลงรายการทีละใบอย่างเดียว แต่ควรมองให้เห็นก่อนว่าเอกสารและข้อมูลเดินผ่านระบบอย่างไร

โดยทั่วไปจะแบ่งได้ประมาณนี้

ขั้นตอนสิ่งที่เกิดขึ้นนักบัญชีต้องตรวจ
ซื้อสินค้าสั่งซื้อจากผู้ขายใบสั่งซื้อ เงื่อนไข และราคา
รับสินค้าสินค้าเข้าคลังใบรับสินค้า / ใบส่งของ
รับแจ้งหนี้ผู้ขายเรียกเก็บเงินใบแจ้งหนี้ / ใบกำกับภาษี
บันทึกซื้อรับรู้สินค้าและเจ้าหนี้ซื้อสดหรือซื้อเชื่อ / VAT
เก็บสินค้าสินค้ายังรอขายจำนวนและต้นทุน
ขายสินค้ารับคำสั่งซื้อและส่งสินค้าใบส่งของ / ใบแจ้งหนี้
บันทึกขายรับรู้รายได้ลูกหนี้ / เงินสด / ภาษีขาย
ตัดต้นทุนสินค้าถูกขายออกต้นทุนขาย / สินค้าคงเหลือ
รับ–จ่ายเงินรับจากลูกค้าและจ่ายผู้ขายลูกหนี้ เจ้าหนี้ และธนาคาร
ปิดบัญชีตรวจความครบถ้วนซื้อ ขาย สินค้า ต้นทุน VAT และธนาคาร

ถ้ามอง Flow นี้ออก จะช่วยให้นักบัญชีหาความผิดปกติได้ง่ายขึ้นมาก

Flow ธุรกิจซื้อมาขายไป
Flow ธุรกิจซื้อมาขายไป

ตัวอย่างเช่น ถ้าในรายงานขายมีสินค้าออกไปแล้ว แต่รายงานสินค้าคงเหลือยังไม่ลด เราจะรู้ว่าต้องกลับไปตรวจขั้นตอนการตัดสินค้า ไม่ใช่ไล่ดูรายการทั้งหมดใหม่ตั้งแต่ต้น

Tip จาก CPD Academy:
ก่อนเริ่มทำบัญชีลูกค้าใหม่ ลองวาดขั้นตอน “ซื้อ → รับสินค้า → ขาย → ตัดสินค้า → รับเงิน” ออกมาก่อน แล้วเขียนกำกับว่าแต่ละจุดมีเอกสารอะไรและใครเป็นคนบันทึก จะช่วยให้เห็นจุดเสี่ยงก่อนเริ่มทำบัญชีจริงค่ะ


เอกสารที่ใช้ทำบัญชีธุรกิจซื้อมาขายไป มีอะไรบ้าง?

การทำบัญชีซื้อ–ขายไม่ควรใช้เอกสารเพียงใบเดียวในการตัดสินใจค่ะ เพราะเอกสารแต่ละใบยืนยันเหตุการณ์คนละเรื่อง

เอกสารฝั่งซื้อ

เอกสารซื้อที่พบเสมอ เช่น

  • ใบขอซื้อ
  • ใบสั่งซื้อ
  • ใบส่งสินค้า
  • ใบรับสินค้า
  • ใบแจ้งหนี้
  • ใบกำกับภาษี
  • ใบลดหนี้ / ใบเพิ่มหนี้
  • หลักฐานการจ่ายเงิน

ตัวอย่างเช่น ใบสั่งซื้อบอกว่าเราสั่งอะไร แต่ไม่ได้แปลว่าได้รับสินค้าแล้ว ส่วนใบรับสินค้าช่วยยืนยันว่าของเข้าคลัง แต่ยังต้องดูต่อว่าได้รับใบแจ้งหนี้และใบกำกับภาษีหรือยัง

เอกสารฝั่งขาย

เช่น

  • ใบเสนอราคา
  • ใบสั่งขาย
  • ใบส่งสินค้า
  • ใบแจ้งหนี้
  • ใบกำกับภาษี
  • ใบเสร็จรับเงิน
  • ใบลดหนี้
  • หลักฐานรับเงิน
  • รายงานยอดขายจากระบบ

สิ่งที่ต้องระวังคือ วันที่ในเอกสารแต่ละใบอาจไม่ตรงกัน

นักบัญชีจึงไม่ควรเห็นวันที่แค่ในใบแจ้งหนี้ แล้วบันทึกตามวันนั้นทันทีโดยไม่ดูว่า การส่งมอบสินค้าและเหตุการณ์จริงเกิดขึ้นเมื่อไรค่ะ


ผังบัญชีที่ธุรกิจซื้อมาขายไปควรมี

ผังบัญชีควรช่วยให้เราตรวจสอบได้ว่า เงิน สินค้า ลูกหนี้ เจ้าหนี้ รายได้ และต้นทุนสัมพันธ์กันหรือไม่

บัญชีที่มักเกี่ยวข้อง เช่น

สินทรัพย์

  • เงินสดและเงินฝากธนาคาร
  • ลูกหนี้การค้า
  • สินค้าคงเหลือ
  • ภาษีซื้อ

หนี้สิน

  • เจ้าหนี้การค้า
  • ภาษีขาย
  • ค่าใช้จ่ายค้างจ่าย

รายได้

  • รายได้จากการขายสินค้า
  • รับคืนสินค้า
  • ส่วนลดจ่าย

ต้นทุนและค่าใช้จ่าย

  • ต้นทุนขาย
  • ค่าขนส่งเข้า
  • ค่าใช้จ่ายในการขาย
  • ค่าใช้จ่ายในการบริหาร

หากกิจการมีสินค้า 1,000–2,000 รหัส รายละเอียดรหัสสินค้าควรอยู่ในระบบสินค้าคงเหลือ แล้วนำยอดรวมมากระทบกับบัญชีแยกประเภท จะควบคุมและตรวจสอบง่ายกว่า


บันทึกบัญชีซื้อสินค้า ต้องเริ่มจากอะไร?

เวลาบันทึกบัญชีซื้อสินค้า พี่นุชแนะนำว่าอย่าเริ่มจาก “เห็นใบกำกับภาษีแล้วลงบัญชีซื้อ” อย่างเดียวค่ะ

ให้ถามตัวเองก่อนอย่างน้อย 4 เรื่อง

  1. ซื้อสินค้าอะไร
  2. ได้รับสินค้าแล้วหรือยัง
  3. ซื้อสดหรือซื้อเชื่อ
  4. มี VAT และเอกสารถูกต้องหรือไม่

ตัวอย่าง ถ้าซื้อสินค้าแบบเครดิตและเป็นรายการที่มี VAT บัญชีที่เกี่ยวข้องอาจมี

เดบิต สินค้าคงเหลือหรือบัญชีซื้อ
เดบิต ภาษีซื้อ
เครดิต เจ้าหนี้การค้า

แต่จุดสำคัญคือ วิธีบันทึกไม่ได้เหมือนกันทุกกิจการ

หากกิจการใช้ระบบสินค้าแบบสิ้นงวด (Periodic) รายการซื้อจะถูกสะสมระหว่างงวด แล้วคำนวณต้นทุนขายเมื่อสิ้นงวด

แต่ถ้าใช้ระบบสินค้าแบบต่อเนื่อง (Perpetual) สินค้าคงเหลือจะถูกปรับต่อเนื่องตามการรับและจ่ายสินค้า

นอกจากนี้ นักบัญชียังต้องตามรายการอื่น เช่น

  • ซื้อสดกับซื้อเชื่อ
  • ค่าขนส่งเข้า
  • ส่วนลดรับ
  • การคืนสินค้า
  • ใบลดหนี้
  • สินค้าระหว่างทาง

ดังนั้น ก่อนบันทึกซื้อทุกครั้ง ให้ดูทั้ง เอกสาร + การรับสินค้า + ระบบสินค้าคงเหลือ ควบคู่กันค่ะ

อ่านต่อ: บันทึกบัญชีซื้อขายสินค้า พร้อมตัวอย่างเดบิต–เครดิต


บันทึกบัญชีขายสินค้า ต้องดูอะไรบ้าง?

ฝั่งขายเอง ก็มีประเด็นที่น่าสนใจ ไม่ได้จบแค่การบันทึกรายได้เท่านั้นค่ะ

ก่อนลงรายการควรดูว่า

  • ขายสินค้าอะไร
  • ส่งมอบแล้วหรือยัง
  • ขายสดหรือขายเชื่อ
  • มี VAT หรือไม่
  • มีส่วนลดหรือรับคืนสินค้าไหม
  • สินค้าที่ขายออกถูกตัดจากระบบแล้วหรือยัง

ตัวอย่างการขายเชื่อ อาจเกี่ยวข้องกับ

เดบิต ลูกหนี้การค้า
เครดิต รายได้จากการขาย
เครดิต ภาษีขาย

แต่หลังบันทึกรายได้แล้ว ยังต้องดูต่อว่า ต้นทุนของสินค้าที่ขายออกถูกบันทึกครบหรือไม่

ตรงนี้เป็นจุดที่พลาดบ่อยมาก เพราะบางกิจการยอดขายถูกต้อง แต่กำไรผิด เนื่องจากตัดต้นทุนไม่ครบ หรือต้นทุนถูกคำนวณผิด

ดังนั้น เวลาตรวจรายการขาย พี่นุชแนะนำว่าให้มองคู่กันเสมอว่า

ขายสินค้าอะไร → รายได้เท่าไร → ต้นทุนเท่าไร → สินค้าเหลือเท่าไร

เพราะ 4 ตัวนี้ควรสัมพันธ์กัน


ยอดซื้อสินค้า กับต้นทุนขาย ต่างกันอย่างไร?

เรื่องนี้สำคัญมากสำหรับการทำบัญชีธุรกิจซื้อมาขายไปค่ะ

ยอดซื้อสินค้า กับต้นทุนขาย ต่างกันอย่างไร?
ยอดซื้อสินค้า กับต้นทุนขาย ต่างกันอย่างไร?

สมมติเดือนนี้ซื้อสินค้ามา 100 ชิ้น ชิ้นละ 500 บาท

ต้นทุนรวมที่ซื้อเข้ามา = 50,000 บาท

แต่เดือนนี้ขายออกไปเพียง 60 ชิ้น

ต้นทุนของสินค้าที่ขายออกคือ 60 × 500 = 30,000 บาท

สินค้าอีก 40 ชิ้นยังเหลืออยู่ และยังเป็นสินค้าคงเหลือ

เพราะฉะนั้น

ยอดซื้อ 50,000 บาท ไม่ได้แปลว่าต้นทุนขายของเดือนนี้เท่ากับ 50,000 บาท

นี่เป็นเหตุผลว่าทำไมธุรกิจซื้อมาขายไปต้องตามทั้ง “ซื้อเข้า” และ “ขายออก”

ถ้าดูเพียงยอดซื้อจากเอกสาร แต่ไม่ตรวจว่าสินค้าเหลือเท่าไร กำไรขั้นต้นอาจคลาดเคลื่อนไปได้เยอะเลย


Periodic กับ Perpetual เกี่ยวกับการทำบัญชีอย่างไร?

Periodic และ Perpetual เป็นระบบบันทึกสินค้าคงเหลือที่มีผลโดยตรงกับวิธีบันทึกซื้อและต้นทุนขาย เราลองมาดูความแตกต่างกันค่ะ

เรื่องวิธีสิ้นงวด Periodicวิธีต่อเนื่อง Perpetual
ปรับยอดสินค้าระหว่างงวดไม่ต่อเนื่องต่อเนื่อง
ต้นทุนขายคำนวณเมื่อสิ้นงวดบันทึกเมื่อมีการขาย
ยอดสินค้าระหว่างเดือนต้องคำนวณ/ตรวจเพิ่มดูจากระบบได้
การบันทึกซื้อใช้บัญชีซื้อได้เพิ่มสินค้าคงเหลือโดยตรง

ระบบไหนเหมาะกว่ากัน ต้องดูทั้งจำนวนสินค้า ระบบที่กิจการใช้ และความต้องการในการติดตามสต็อกค่ะ

แต่ไม่ว่าจะใช้ระบบใด สิ่งหนึ่งที่เหมือนกันคือ ต้องตรวจว่ายอดในระบบตรงกับสินค้าจริงหรือไม่

แม้ว่าวิธีคำนวณสินค้าแบบต่อเนื่อง (Perpetual) ช่วยให้เห็นยอดได้เร็ว แต่ไม่ได้รับประกันว่ายอดนั้นถูกต้อง หากไม่มีการนับสต็อกสม่ำเสมอนะ

อ่านต่อ: Periodic vs Perpetual ต่างกันอย่างไร เลือกใช้แบบไหนดี


สินค้าคงเหลือในการทำบัญชีธุรกิจซื้อมาขายไป ต้องตรวจอะไร?

สินค้าคงเหลือเป็นหัวข้อที่ไม่ควรตรวจเฉพาะปลายปีค่ะ สำหรับการปิดบัญชีรายเดือน อย่างน้อยควรดู 3 เรื่อง

1. จำนวนสินค้าตรงกับของจริงหรือไม่

ถ้ารายงานแสดง 1,000 ชิ้น แต่ตรวจจริงเหลือ 920 ชิ้น ต้องหาสาเหตุ ซึ่งอาจเกิดจาก

  • รับสินค้าแล้วแต่ไม่บันทึก
  • ขายแล้วไม่ตัดสินค้า
  • ตัดผิดรหัส
  • สินค้าสูญหาย
  • สินค้าเสียหาย
  • บันทึกย้อนหลัง

2. ต้นทุนต่อหน่วยถูกหรือไม่

จำนวนสินค้าตรงไม่ได้แปลว่ามูลค่าจะถูกเสมอไป

ถ้าต้นทุนต่อหน่วยผิด สินค้าคงเหลือและต้นทุนขายก็ผิดตามค่ะ

3. มีสินค้าที่ควรตรวจเป็นพิเศษหรือไม่

เช่น

  • สินค้าขายช้า
  • สินค้าล้าสมัย
  • สินค้าเสียหาย
  • สินค้าไม่มีการเคลื่อนไหว
  • สินค้าที่ราคาขายลดลงมาก

รายการเหล่านี้อาจต้องพิจารณาเพิ่มเติมเรื่องมูลค่าสินค้าคงเหลือและค่าเผื่อการลดมูลค่า (NRV)

อ่านต่อ: สินค้าคงเหลือสำหรับนักบัญชี ต้นทุน NRV และการตรวจนับ


VAT ของธุรกิจซื้อมาขายไป ต้องเชื่อมกับบัญชีอย่างไร?

กิจการที่จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) จะมีข้อมูลภาษีเกิดขึ้นทั้งฝั่งซื้อและฝั่งขาย

นักบัญชีจึงควรตรวจอย่างน้อย

  • ภาษีซื้อ
  • ภาษีขาย
  • ใบกำกับภาษี
  • ใบเพิ่มหนี้ / ใบลดหนี้
  • รายงานภาษีซื้อ
  • รายงานภาษีขาย
  • รายงานสินค้าและวัตถุดิบ

สิ่งสำคัญคือ อย่าเริ่มตรวจ VAT จากแบบ ภ.พ.30 เพียงอย่างเดียว

ตัวอย่างเช่น ถ้ายอดขายตามบัญชี 1,000,000 บาท แต่ยอดขายที่นำไปคำนวณ VAT ไม่สัมพันธ์กัน เราต้องตรวจต่อว่าเกิดจากรายการที่ไม่อยู่ในบังคับ VAT หรือมีรายการตกหล่นจริง

ในทางกลับกัน ถ้าภาษีซื้อในรายงานสูง แต่ไม่มีรายการซื้อหรือเอกสารสนับสนุนที่สัมพันธ์กัน ก็ต้องตรวจย้อนกลับเช่นกัน

Tip จาก CPD Academy:
เวลาตรวจ VAT ให้ไล่จาก เอกสาร → รายงานภาษี → บัญชีแยกประเภท → แบบ ภ.พ.30 จะเห็นส่วนต่างและเอกสารที่ตกหล่นง่ายกว่าตรวจเฉพาะแบบภาษีค่ะ


ปิดบัญชีธุรกิจซื้อมาขายไป ต้องตรวจอะไรบ้าง?

การปิดบัญชีธุรกิจซื้อมาขายไป ก่อนจบเดือน ควรตรวจอย่างน้อย 6 เรื่องนี้

Checklist ปิดบัญชีธุรกิจซื้อมาขายไป
Checklist ปิดบัญชีธุรกิจซื้อมาขายไป

1. รายการซื้อและเจ้าหนี้

เช็กว่าได้รับเอกสารซื้อครบหรือไม่ สินค้าเข้าคลังแล้วหรือยัง และยอดเจ้าหนี้ตรงกับรายละเอียดหรือไม่

2. รายการขายและลูกหนี้

ยอดขายตามระบบ ใบแจ้งหนี้ ลูกหนี้ และเงินที่รับควรเชื่อมกันได้

3. สินค้าคงเหลือ

กระทบยอด

สินค้าจริง → รายงานสินค้า → บัญชีแยกประเภท

ถ้าไม่ตรง ต้องหาสาเหตุก่อนปิดงวด

4. ต้นทุนขายและกำไรขั้นต้น

ควรดูว่ากำไรขั้นต้นสมเหตุสมผลเมื่อเทียบกับเดือนก่อนหรือรูปแบบธุรกิจหรือไม่

เช่น ถ้าปกติกำไรขั้นต้นประมาณ 30% แต่เดือนนี้เหลือ 5% อาจต้องตรวจว่ามีรายได้ตกหล่น ต้นทุนซ้ำ หรือตัดสินค้าผิดหรือไม่

5. ภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT)

รายงานภาษีซื้อและภาษีขายควรกระทบกับบัญชีและแบบภาษี

6. เงินฝากธนาคาร

ตรวจเงินรับจากลูกค้า เงินจ่ายผู้ขาย และรายการที่ยังไม่ทราบรายละเอียดให้ครบ

การตรวจทุกเดือนจะช่วยให้เราแก้ปัญหาในช่วงที่ยังตามเอกสารและข้อเท็จจริงได้ง่ายกว่าการรอไปไล่ตอนปิดปีค่ะ

อ่านต่อ: Checklist ปิดบัญชีธุรกิจซื้อมาขายไป


Checklist ก่อนบอกว่า “บัญชีซื้อมาขายไปเดือนนี้เรียบร้อยแล้ว”

รายการเช็กแล้ว
รายการซื้อและขายครบ
ลูกหนี้และเจ้าหนี้ตรง
สินค้าคงเหลือตรงกับบัญชี
ตรวจสินค้าผิดปกติแล้ว
ต้นทุนขายสมเหตุสมผล
กำไรขั้นต้นสมเหตุสมผล
VAT กระทบยอดแล้ว
ธนาคารกระทบยอดแล้ว
รายการคืนสินค้าและส่วนลดครบ
ซื้อ–ขายอยู่ในงวดที่ถูกต้อง

จากประสบการณ์พี่นุช ถ้าทีมบัญชีตรวจเรื่องเหล่านี้ได้ทุกเดือน งานปิดปีจะเบาลงมากค่ะ เพราะรายการที่น่ากลัวไม่ใช่รายการที่เรารู้ว่าผิด แต่คือ รายการที่ผิดมาตั้งแต่ต้นปี แล้วไม่มีใครเคยตรวจเจอนั่นเอง (ฮือๆ)


สรุป ทำบัญชีธุรกิจซื้อมาขายไป ต้องเชื่อมโยงการซื้อ ขาย สินค้า และต้นทุนให้ได้

หัวใจของการ ทำบัญชีธุรกิจซื้อมาขายไป ไม่ใช่การจำเดบิต–เครดิตให้ได้ทุกกรณีค่ะ แต่คือการมองให้ออกว่า

เอกสาร → การซื้อ → สินค้าคงเหลือ → การขาย → ต้นทุน → VAT → เงิน → งบการเงิน

เชื่อมโยงกันอย่างไร

ถ้าข้อมูลฝั่งซื้อถูก แต่สินค้าผิด บัญชีก็ยังผิดได้

ถ้ารายได้ถูก แต่ต้นทุนขายผิด กำไรก็ผิดได้

และถ้าบัญชีถูก แต่เอกสาร VAT ไม่ครบ ก็ยังมีเรื่องภาษีที่ต้องกลับมาตรวจอีก

ดังนั้น ก่อนถามว่า “รายการนี้เดบิตอะไร เครดิตอะไร?”

ลองถามเพิ่มอีกข้อว่า “รายการนี้เกิดจากขั้นตอนไหน และต้องไปสัมพันธ์กับข้อมูลอะไรอีก?”

พอเริ่มคิดแบบนี้ เราจะไม่ได้แค่บันทึกบัญชีเป็น แต่จะเริ่ม มองงานบัญชีเป็นระบบและตรวจงานได้ดีขึ้น ค่ะ


อยากฝึกทำบัญชีซื้อมาขายไปจากเอกสารจริง?

เวลาเรียนจากตัวอย่าง เรามักได้รับโจทย์ชัด ๆ ว่า ซื้อสินค้ากี่บาท ขายเท่าไร และให้บันทึกบัญชีอะไร

แต่เวลาทำงานจริง ไม่มีใครบอกเราค่ะว่า “รายการนี้คืออะไร และควรลงแบบไหน”

สิ่งที่เราได้รับอาจเป็นใบสั่งซื้อ ใบรับสินค้า ใบกำกับภาษี รายงานสินค้า Bank Statement และเอกสารอีกหลายใบ แล้วนักบัญชีต้องเป็นคนทำความเข้าใจเองว่าเกิดอะไรขึ้น

หลักสูตร Workshop ทำบัญชีธุรกิจซื้อมาขายไป จากเอกสารจริง ของ CPD Academy จึงเน้นฝึกตั้งแต่ซื้อ–ขาย สินค้าคงเหลือ ต้นทุน VAT ไปจนถึงการตรวจงานก่อนปิดบัญชี

เหมาะกับคนที่อยากขยับจาก “รู้ว่ารายการนี้ลงบัญชีอะไร” ไปเป็น “เห็นเอกสารแล้วรู้ว่าต้องตรวจอะไร บันทึกอย่างไร และต้องทำอะไรต่อ”

ดูรายละเอียดคอร์ส Workshop ทำบัญชีธุรกิจซื้อมาขายไป จากเอกสารจริง

คอร์สอบรมเก็บชั่วโมง CPD
คอร์สอบรมเก็บชั่วโมง CPD

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการทำบัญชีธุรกิจซื้อมาขายไป

1. ทำบัญชีธุรกิจซื้อมาขายไปต้องเริ่มจากอะไร?

ควรเริ่มจากทำความเข้าใจขั้นตอนซื้อ รับสินค้า ขาย ส่งสินค้า และรับ–จ่ายเงินก่อน แล้วค่อยดูว่าแต่ละขั้นตอนมีเอกสารและรายการบัญชีอะไรเกี่ยวข้องค่ะ

2. ซื้อสินค้ามาแล้วบันทึกเป็นค่าใช้จ่ายได้เลยไหม?

ไม่ควรดูจากการจ่ายเงินเพียงอย่างเดียว ต้องพิจารณาว่าสินค้านั้นขายไปแล้วหรือยัง และกิจการใช้ระบบสินค้าคงเหลือแบบใด

3. ยอดซื้อสินค้าเท่ากับต้นทุนขายหรือไม่?

ไม่จำเป็นค่ะ ต้นทุนขายเกี่ยวข้องกับสินค้าที่ขายออกในงวด ส่วนสินค้าที่ยังเหลือยังเป็นสินค้าคงเหลือ

4. ขายสินค้าแล้วต้องบันทึกต้นทุนขายด้วยไหม?

ต้องพิจารณาตามระบบสินค้าคงเหลือที่ใช้ โดย Periodic และ Perpetual มีจังหวะการบันทึกต่างกัน

5. สินค้าตามระบบตรงกับบัญชี แปลว่าถูกแล้วหรือยัง?

ยังไม่พอค่ะ ควรตรวจเทียบกับสินค้าจริง รวมถึงต้นทุนต่อหน่วยและสินค้าที่ผิดปกติด้วย

6. Bank Statement ใช้ทำบัญชีซื้อ–ขายแทนเอกสารได้ไหม?

ไม่ควรใช้แทนเอกสารทั้งหมด เพราะ Bank Statement แสดงการรับ–จ่ายเงิน แต่ไม่ได้บอกการรับสินค้า การส่งมอบ หรือข้อมูล VAT ครบทุกเรื่อง

7. ควรปิดบัญชีธุรกิจซื้อมาขายไปทุกเดือนไหม?

ควรตรวจและกระทบยอดเป็นประจำค่ะ เพราะปัญหาเรื่องสินค้า ต้นทุน ลูกหนี้ เจ้าหนี้ และ VAT จะแก้ได้ง่ายกว่าเมื่อพบเร็ว

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • เปิดใช้งานตลอด

บันทึกการตั้งค่า