เผยแพร่ครั้งแรก: 19 กันยายน 2026
อัปเดตล่าสุด: 24 กันยายน 2026
Checklist เอกสารบัญชีรายเดือน ช่วยให้บริษัทเช็กได้ชัดเจนว่าในแต่ละเดือนต้องเตรียมเอกสารอะไร รายการไหนครบแล้ว รายการไหนยังขาด และมีข้อมูลส่วนไหนที่ต้องติดตามเพิ่มเติมก่อนส่งให้นักบัญชีค่ะ
เอกสารที่ต้องเตรียมมีตั้งแต่ Bank Statement รายได้และการรับเงิน ซื้อสินค้าและค่าใช้จ่าย เงินเดือน ภาษี ไปจนถึงสัญญาและรายการสำคัญอื่น ๆ ซึ่งแต่ละประเภทใช้ประกอบการตรวจสอบต่างกัน หากข้อมูลบางส่วนไม่ครบ ก็อาจกระทบต่อการบันทึกบัญชี การกระทบยอด หรือการจัดทำข้อมูลภาษีได้
บทความนี้จึงสรุปให้ว่า เอกสารบัญชีรายเดือนมีอะไรบ้าง ใช้ประกอบอะไร และหากขาดอาจกระทบส่วนไหน พร้อม Checklist ที่บริษัทสามารถนำไปใช้ก่อนส่งเอกสารให้นักบัญชีหรือสำนักงานบัญชีได้ค่ะ
Checklist เอกสารบัญชีรายเดือน
Checklist ไม่ได้มีไว้แค่เช็กว่า “ส่งเอกสารครบหรือยัง” ค่ะ แต่ช่วยให้บริษัทเห็นสถานะของเอกสารทั้งเดือนในภาพเดียวว่า อะไรพร้อมส่ง อะไรยังขาด ใครต้องติดตาม และควรตามต่อเมื่อไร
ยิ่งเอกสารมาจากหลายฝ่าย เช่น ฝ่ายขาย ฝ่ายจัดซื้อ ฝ่ายบุคคล หรือผู้บริหาร การมี Checklist กลางจะช่วยลดโอกาสที่ข้อมูลตกหล่น ค้างข้ามเดือน หรือส่งให้นักบัญชีไม่ครบชุด
ก่อนส่งเอกสาร แนะนำให้เช็กอย่างน้อย 4 เรื่องคือ ความครบถ้วน สถานะ ผู้รับผิดชอบ และกำหนดติดตาม เพื่อให้เห็นชัดว่ารายการไหนพร้อมใช้งาน และรายการไหนยังต้องตามต่อค่ะ
| หมวดเอกสาร | รายการที่ต้องตรวจสอบ | สถานะ | ผู้รับผิดชอบ | กำหนดส่ง | หมายเหตุ |
|---|---|---|---|---|---|
| Bank Statement | – Statement ทุกบัญชี – รายการบัตรเครดิต – ช่องทางรับชำระอื่นๆ – รายการไม่ทราบที่มา | ☐ ครบ ☐ รอติดตาม | |||
| รายได้และการรับเงิน | – Invoice – ใบส่งของ – ใบกำกับภาษี – ใบเสร็จ – รายงานยอดขาย – รายการรับชำระ | ☐ ครบ ☐ รอติดตาม | |||
| ซื้อสินค้าและค่าใช้จ่าย | – Invoice – ใบรับสินค้า – ใบกำกับภาษี – ใบเสร็จ – หลักฐานจ่าย | ☐ ครบ ☐ รอติดตาม | |||
| เงินเดือนและประกันสังคม | – Payroll – รายการโบนัส OT – ข้อมูลพนักงานเข้า–ออก – หลักฐานนำส่งเงินสมทบ | ☐ ครบ ☐ รอติดตาม | |||
| VAT และภาษีหัก ณ ที่จ่าย | – ใบกำกับภาษี – รายงานภาษี – แบบ ภ.พ.30 – หนังสือรับรอง – แบบหัก ณ ที่จ่าย | ☐ ครบ ☐ รอติดตาม | |||
| สัญญาและเอกสารอื่น | สัญญา – สินทรัพย์ – เงินกู้ – เงินมัดจำ รายงานสินค้าคงเหลือ | ☐ ครบ ☐ รอติดตาม | |||
| รายการค้าง / Request List | – เอกสารหรือข้อมูลที่ยังไม่ได้รับ – เอกสารที่ต้องติดตามต่อ ** พร้อมระบุผู้รับผิดชอบและกำหนดติดตาม ** | ☐ ครบ ☐ รอติดตาม |
Checklist ช่วยให้เห็นว่า เอกสารส่วนไหนพร้อม ส่วนไหนยังขาด และใครต้องติดตามต่อ ช่วยลดเอกสารตกหล่นและทำให้การส่งข้อมูลแต่ละเดือนเป็นระบบมากขึ้นค่ะ
เอกสารบัญชีรายเดือนสำคัญอย่างไร
เอกสารที่ส่งให้ฝ่ายบัญชีไม่ได้มีหน้าที่เพียงเป็นหลักฐานประกอบการบันทึกบัญชี แต่ยังใช้ตรวจสอบว่า รายการเกิดขึ้นจริงหรือไม่ เกิดขึ้นในงวดใด มีจำนวนเงินเท่าใด และมีภาษีที่เกี่ยวข้องหรือไม่
เอกสารที่ต้องใช้ในแต่ละกิจการจึงอาจแตกต่างกันตามลักษณะธุรกิจ เช่น ธุรกิจบริการอาจไม่มีสินค้าคงเหลือ ขณะที่ธุรกิจซื้อมาขายไปต้องมีข้อมูลทั้งการซื้อ การขาย การรับสินค้า และรายงานสินค้าคงเหลือประกอบการตรวจสอบ
ก่อนส่งเอกสารให้ฝ่ายบัญชี บริษัทควรให้ความสำคัญกับ 4 เรื่องหลัก
- ครบ — รายการที่เกิดขึ้นมีเอกสารหรือข้อมูลประกอบครบถ้วน
- ถูกงวด — วันที่และข้อมูลของรายการสอดคล้องกับช่วงเวลาที่เกิดรายการ
- ตรวจสอบได้ — สามารถเชื่อมโยงรายการรับ–จ่ายกับเอกสารประกอบได้
- แจ้งรายการสำคัญ — เช่น การซื้อสินทรัพย์ การทำสัญญาใหม่ หรือการกู้ยืมเงิน
เมื่อข้อมูลต้นทางครบและตรวจสอบได้ งานบัญชีในขั้นตอนต่อไปจะดำเนินการได้ง่ายขึ้น และช่วยลดการย้อนติดตามเอกสารหรือสอบถามรายละเอียดเมื่อเวลาผ่านไปหลายเดือนแล้ว

เอกสารบัญชีรายเดือนมีอะไรบ้าง
เอกสารบัญชีรายเดือนไม่ได้มีแค่ใบเสร็จหรือ Bank Statement เพราะแต่ละรายการทางธุรกิจต้องใช้เอกสารประกอบต่างกันตามลักษณะของรายการ
เพื่อให้ง่ายต่อการเตรียมและตรวจสอบ แนะนำให้แยกเอกสารเป็นหมวดหลัก ๆ เช่น Bank Statement, รายได้และการรับเงิน, ซื้อและค่าใช้จ่าย, เงินเดือนและประกันสังคม, ภาษี รวมถึงสัญญาและรายการสำคัญอื่น
Bank Statement ที่ต้องส่งให้นักบัญชี
Bank Statement ใช้ตรวจความเคลื่อนไหวของเงินในแต่ละเดือน บริษัทควรส่ง Statement ของทุกบัญชีที่ใช้ทำธุรกรรมของกิจการ ไม่ใช่เฉพาะบัญชีหลักค่ะ
ข้อมูลที่ควรเตรียมประกอบ ได้แก่
- Bank Statement ของทุกบัญชีธนาคาร
- Statement บัตรเครดิตของบริษัท (ถ้ามี)
- ช่องทางรับชำระออนไลน์ เช่น Payment Gateway
- รายละเอียดของรายการเงินเข้า–ออกที่ไม่สามารถระบุที่มาได้จาก Statement
- หลักฐานประกอบรายการรับและจ่ายที่เกี่ยวข้อง
Statement ช่วยบอกว่าเงินเข้า–ออกเท่าไร แต่ไม่ได้อธิบายลักษณะของธุรกรรมทุกกรณี จึงควรมีข้อมูลหรือเอกสารประกอบให้ครบค่ะ
หากต้องใช้ Statement เป็นข้อมูลหลักในการทำบัญชี สามารถดูวิธีจัดหมวดรายการและเอกสารที่ควรใช้ประกอบได้ที่Bank Statement ใช้ทำบัญชีได้ไหม? วิธีจัดหมวดรายการและตรวจเอกสาร
Tip จาก CPD Academy: หากทราบรายละเอียดตั้งแต่วันที่เกิดรายการ ควรเก็บคำอธิบายหรือเอกสารไว้ทันที จะช่วยลดรายการไม่ทราบที่มาและทำให้กระทบยอดปลายเดือนได้ง่ายขึ้นค่ะ
เอกสารรายได้และการรับเงิน
เอกสารฝั่งรายได้ควรช่วยให้นักบัญชีตรวจได้ว่า รายได้เกิดขึ้นครบ ถูกงวด และยอดรับเงินเชื่อมโยงกับรายการขายได้ ค่ะ
เอกสารหลักที่ควรเตรียม มีดังนี้
| เอกสาร | ใช้ประกอบอะไร |
|---|---|
| ใบแจ้งหนี้ | ลูกค้า วันที่ และจำนวนเงิน |
| ใบส่งของ / หลักฐานส่งมอบ | ยืนยันการส่งสินค้า หรือให้บริการ |
| ใบกำกับภาษีขาย | ความครบถ้วนและข้อมูลภาษี |
| ใบเสร็จรับเงิน | ยืนยันการรับชำระจากลูกค้า |
| รายงานยอดขาย | ตรวจความครบถ้วนของยอดขายแต่ละช่องทาง |
| รายการรับชำระ | เชื่อมยอดรับกับลูกค้าหรือ Invoice |
| Credit Note / Debit Note | ตรวจเหตุผลและรายการปรับปรุงยอดขาย |
จุดที่ควรระวังคือ มีการส่งมอบสินค้าหรือให้บริการแล้ว แต่ข้อมูลยังไม่ถูกส่งถึงฝ่ายบัญชี เพราะอาจทำให้รายได้ถูกบันทึกไม่ตรงงวด และต้องย้อนกลับมาตรวจสอบ Cut-off ภายหลัง
สำหรับกิจการที่จดทะเบียน VAT ควรตรวจใบกำกับภาษีขายให้มีข้อมูลสำคัญครบถ้วนตามหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง และสอดคล้องกับข้อเท็จจริงของรายการค่ะ
เอกสารซื้อสินค้าและค่าใช้จ่าย
เอกสารฝั่งซื้อและค่าใช้จ่ายมักอยู่กับหลายฝ่าย เช่น ฝ่ายจัดซื้อ ผู้บริหาร หรือพนักงานที่สำรองจ่าย หากรวบรวมไม่ครบ อาจทำให้รายการซื้อ ค่าใช้จ่าย เจ้าหนี้ หรือภาษีที่เกี่ยวข้องบันทึกไม่ครบค่ะ
เอกสารหลักที่ควรเตรียม ได้แก่
| เอกสาร | ใช้ประกอบอะไร |
|---|---|
| Invoice / ใบแจ้งหนี้ | ผู้ขาย วันที่ รายการ และจำนวนเงิน |
| ใบรับสินค้า / หลักฐานรับบริการ | ยืนยันการรับสินค้า หรือบริการ |
| ใบกำกับภาษีซื้อ | ตรวจข้อมูลและสิทธิภาษีซื้อ |
| ใบเสร็จ / หลักฐานชำระเงิน | เชื่อมยอดจ่ายกับรายการ |
| เอกสารเบิกค่าใช้จ่าย (Expense Claim) / ใบสำคัญจ่าย | ตรวจค่าใช้จ่ายและหลักฐานประกอบ |
| ใบลดหนี้ / ใบเพิ่มหนี้ | ตรวจรายการปรับยอด |
จุดสำคัญคือ หลักฐานการจ่ายเงินช่วยยืนยันว่าเงินถูกจ่ายแล้ว แต่ไม่ได้บอกลักษณะของรายการได้ทุกกรณี จึงควรมี Invoice ใบกำกับภาษี หรือเอกสารอื่นที่เกี่ยวข้องประกอบด้วยค่ะ

เอกสารเงินเดือนและประกันสังคม
เอกสารกลุ่มนี้ควรเตรียมให้ครบในแต่ละเดือน โดยเฉพาะกรณีมีพนักงานเข้า–ออก ปรับค่าจ้าง โบนัส หรือรายการหักที่เปลี่ยนแปลง
เอกสารและข้อมูลที่ควรเตรียม ได้แก่
| เอกสาร / ข้อมูล | ใช้ประกอบอะไร |
|---|---|
| Payroll ประจำเดือน | เงินเดือน ค่าจ้าง OT โบนัส และค่าคอมมิชชั่น |
| ข้อมูลพนักงานเข้า–ออก | ตรวจจำนวนพนักงานและวันที่เริ่ม–สิ้นสุดงาน |
| การเปลี่ยนแปลงค่าจ้าง | ตรวจฐานเงินเดือนและเงินสมทบที่เกี่ยวข้อง |
| รายการหักเงิน | ตรวจยอดหักจากเงินเดือน |
| ข้อมูลประกันสังคม | ตรวจค่าจ้างและเงินสมทบ |
| หลักฐานนำส่งเงินสมทบ | ตรวจยอดที่นำส่งกับข้อมูล Payroll |
หากมีการเปลี่ยนแปลงข้อมูลพนักงานหรือค่าจ้าง ควรส่งข้อมูลให้ฝ่ายบัญชีภายในเดือนนั้น เพื่อไม่ให้ข้อมูลตกหล่นค่ะ
สำหรับงานประกันสังคม หากต้องการดูต่อว่าข้อมูลพนักงาน ค่าจ้าง และเงินสมทบเกี่ยวข้องกับแบบที่ต้องยื่นอย่างไร สามารถอ่านต่อได้ที่ วิธียื่นประกันสังคมออนไลน์ สปส.1-10 พร้อม Timeline รายเดือน ค่ะ
เอกสารภาษีมูลค่าเพิ่มและภาษีหัก ณ ที่จ่าย
เอกสารภาษีควรจัดแยกและตรวจสอบให้ครบในแต่ละเดือน เพราะข้อมูลเหล่านี้ใช้ทั้งในการบันทึกบัญชีและจัดทำแบบภาษีที่เกี่ยวข้อง หากเอกสารตกหล่นหรือข้อมูลไม่ตรงกัน อาจทำให้ต้องย้อนกลับมาตรวจสอบก่อนยื่นแบบอีกครั้ง
| ประเภทภาษี | เอกสาร / ข้อมูล | ใช้ประกอบอะไร |
| ภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) | ใบกำกับภาษีขาย | ยอดขายและภาษีขาย |
| ใบกำกับภาษีซื้อ | รายการซื้อ ค่าใช้จ่าย และภาษีซื้อ | |
| รายงานภาษีขาย / ภาษีซื้อ | ความครบถ้วนของรายการในเดือน | |
| แบบ ภ.พ.30 | ข้อมูลภาษีซื้อ–ขายที่ใช้ยื่นแบบ | |
| หลักฐานการยื่นและชำระ | ยืนยันการยื่นแบบและชำระภาษี | |
| ภาษีหัก ณ ที่จ่าย (WHT) | หนังสือรับรองหัก ณ ที่จ่าย | ผู้รับเงิน จำนวนเงิน และภาษีที่หัก |
| รายละเอียดผู้รับเงิน | ข้อมูลผู้ถูกหักและประเภทเงินได้ | |
| แบบ ภ.ง.ด.1 / 3 / 53 | ข้อมูลภาษีที่นำส่งตามประเภทรายการ | |
| รายการจ่ายระหว่างเดือน | รายการที่ต้องพิจารณาหักภาษี | |
| หลักฐานการยื่นและชำระ | ยืนยันการยื่นแบบและชำระภาษี |
เอกสารภาษีควรเตรียมให้ ครบ ถูกประเภท และเชื่อมโยงกับข้อมูลทางบัญชีได้ เพื่อให้ตรวจสอบยอดก่อนยื่นแบบได้ง่ายขึ้น และลดการย้อนกลับมาแก้ไขข้อมูลภายหลัง
Tip จาก CPD Academy: แยกเก็บเอกสารภาษีซื้อ ภาษีขาย และหนังสือรับรองหัก ณ ที่จ่ายไว้เป็นหมวดของแต่ละเดือน จะช่วยให้ค้นหาและตรวจสอบเอกสารก่อนยื่นแบบได้ง่ายขึ้นค่ะ

สัญญาและเอกสารอื่นที่นักบัญชีต้องใช้
นอกจากเอกสารที่เกิดขึ้นเป็นประจำในแต่ละเดือนแล้ว บริษัทยังควรส่ง สัญญาและเอกสารสำคัญที่เกิดขึ้นเป็นครั้งคราว ให้ฝ่ายบัญชีด้วย เพราะข้อมูลเหล่านี้อาจมีผลต่อการบันทึกบัญชี รายได้ ค่าใช้จ่าย สินทรัพย์ หนี้สิน หรือภาษีที่เกี่ยวข้องค่ะ

เอกสารที่ควรส่งให้ฝ่ายบัญชี เช่น
- สัญญาเช่า
- สัญญาบริการ
- สัญญาเงินกู้เอกสาร
- เอกสารซื้อหรือขายสินทรัพย์
- เอกสารเงินมัดจำรายงานสินค้าคงเหลือ
หากมีรายการสำคัญ เช่น เริ่มสัญญาใหม่ ซื้อสินทรัพย์ กู้ยืมเงิน หรือมีรายการที่มีผลต่อบัญชีหลายงวด ควรส่งข้อมูลให้ฝ่ายบัญชี ตั้งแต่เดือนที่เริ่มเกิดรายการ เพื่อให้พิจารณาและบันทึกบัญชีได้ถูกต้องตั้งแต่ต้นค่ะ
เอกสารไม่ครบส่งผลต่องานบัญชีและภาษีอย่างไร
เอกสารที่ขาดหรือส่งล่าช้าอาจทำให้งานบัญชีของเดือนนั้นสะดุดต่อเนื่อง เพราะข้อมูลต้นทางไม่ครบพอสำหรับนำไปบันทึก ตรวจสอบ และจัดทำรายงานค่ะ
ผลกระทบที่มักเกิดขึ้นต่อเนื่อง มีดังนี้
1. เอกสารขาด — ข้อมูลต้นทางยังไม่ครบ
2. บันทึกรายการไม่ครบ — บางรายการอาจตกหล่น
3. กระทบยอดไม่ตรง — ต้องใช้เวลาหาสาเหตุของยอดต่างเพิ่ม
4. ตรวจงบทดลองยากขึ้น — มีรายการที่ต้องย้อนกลับไปตรวจสอบ
5. รายงานอาจคลาดเคลื่อน — ข้อมูลที่ใช้ติดตามผลอาจยังไม่ครบ
6. ต้องย้อนกลับมาแก้ไข — ทำให้งานปิดบัญชีรายเดือนใช้เวลามากขึ้น
ด้านภาษีก็เช่นเดียวกัน หากเอกสารหรือข้อมูลไม่ครบ อาจต้องตรวจสอบสิทธิ ช่วงเวลา และแบบภาษีที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติมก่อนดำเนินการต่อ
ดังนั้น การเตรียมเอกสารให้ครบและส่งใกล้กับช่วงที่รายการเกิดขึ้น จะช่วยลดงานย้อนกลับ และทำให้งานบัญชีรวมถึงการตรวจสอบภาษีเดินต่อได้ง่ายขึ้นค่ะ

สรุป: Checklist เอกสารบัญชีรายเดือน ช่วยให้ส่งข้อมูลได้ครบและเป็นระบบ
Checklist เอกสารบัญชีรายเดือนช่วยให้บริษัทเห็นชัดว่า เอกสารอะไรต้องเตรียม รายการไหนครบ รายการไหนยังขาด และใครต้องติดตามต่อ ก่อนส่งให้นักบัญชีหรือสำนักงานบัญชีค่ะ
เมื่อใช้ Checklist เป็นประจำ จะช่วยลดเอกสารตกหล่น ลดการส่งข้อมูลผิดงวด และทำให้ค้นเอกสารย้อนหลังได้ง่ายขึ้น โดยเฉพาะเอกสารสำคัญอย่าง Bank Statement รายได้และค่าใช้จ่าย เงินเดือน ภาษี และสัญญาต่าง ๆ
ประโยชน์สำคัญคือ บริษัทสามารถ ควบคุมงานเอกสารได้ตั้งแต่ต้นทาง และส่งข้อมูลให้ฝ่ายบัญชีได้ครบขึ้น โดยไม่ต้องรอให้ถึงปลายเดือนแล้วค่อยย้อนกลับมาตามเอกสารค่ะ
ถามที่พบบ่อย (FAQ) เกี่ยวกับเอกสารปิดบัญชีรายเดือน
Q1: เอกสารบัญชีรายเดือนควรส่งเป็นไฟล์หรือเอกสารกระดาษ?
ขึ้นอยู่กับระบบการทำงานของแต่ละกิจการและประเภทเอกสาร แต่ควรจัดเก็บให้อยู่ในรูปแบบที่ค้นหา ตรวจสอบ และเชื่อมโยงกับรายการบัญชีได้ง่าย
Q2: ถ้ามีรายการใน Bank Statement แต่ไม่มีเอกสารประกอบ ควรทำอย่างไร?
ควรระบุที่มาของรายการและติดตามเอกสารประกอบเพิ่มเติม ไม่ควรสรุปลักษณะรายการจากยอดเงินใน Statement เพียงอย่างเดียว
Q3: ใบเสร็จรับเงินกับใบกำกับภาษีต่างกันอย่างไรในการส่งบัญชี?
เอกสารทั้งสองมีวัตถุประสงค์ต่างกันค่ะ ใบเสร็จใช้ยืนยันการรับชำระเงิน ส่วนใบกำกับภาษีใช้ประกอบการพิจารณาภาษีมูลค่าเพิ่มตามหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง
Q4: ใบกำกับภาษีควรตรวจอะไร?
ควรตรวจสอบข้อมูลสำคัญให้ครบถ้วน เช่น ข้อมูลผู้ขายและผู้ซื้อ เลขประจำตัวผู้เสียภาษี วันที่ รายละเอียดสินค้า/บริการ จำนวนเงิน และภาษีมูลค่าเพิ่ม โดยพิจารณาให้สอดคล้องกับประเภทของใบกำกับภาษีและข้อเท็จจริงของรายการนั้น
Q5: ควรทำ Request List สำหรับเอกสารที่ยังไม่ได้รับหรือไม่?
ควรจัดทำ Request List สำหรับเอกสารที่ยังอยู่ระหว่างติดตาม โดยระบุ รายการที่ขาด ผู้รับผิดชอบ วันที่ติดตาม และสถานะปัจจุบัน ให้ชัดเจน เพื่อให้สามารถติดตามงานต่อได้เป็นระบบ และลดโอกาสที่เอกสารจะตกหล่นหรือค้างข้ามเดือนไปโดยไม่ทราบสถานะ
อ่านต่อเรื่องปิดบัญชีรายเดือน
ถ้าอยากลงรายละเอียดแต่ละช่วงของงาน สามารถอ่านต่อได้ตามหัวข้อนี้ค่ะ
1. ภาพรวมปิดบัญชีรายเดือน : ปิดบัญชีรายเดือนคืออะไร? คู่มือสำหรับนักบัญชีมือใหม่
2. เปรียบเทียบรอบงาน: ปิดงบรายเดือนกับปิดงบประจำปี ต่างกันอย่างไร?
3. Flow การทำงาน : Flow งานบัญชีรายเดือน 8 ขั้นตอน พร้อม Checklist
4. รับเอกสารจากลูกค้า : รับเอกสารแล้วต้องทำอะไรต่อ?
5. ทำบัญชีจาก Bank Statement : วิธีจัดหมวดรายการและตรวจเอกสาร
6. ตรวจงบทดลอง : ก่อนปิดบัญชีควรเช็กอะไรบ้าง?
7. จัดทำรายงาน : รายงานบัญชีรายเดือนมีอะไรบ้าง?
8. จัดเก็บเอกสาร : วิธีจัดแฟ้มให้ค้นง่ายและตรวจสอบได้
อยากจัดงานบัญชีรายเดือนให้เป็นระบบมากขึ้น?
ถ้ายังไม่มั่นใจว่าหลังรับเอกสารแล้วควรตรวจ บันทึก กระทบยอด และปิดงานอย่างไรCPD Academy ขอแนะนำคอร์ส
ทำบัญชี–ปิดบัญชีรายเดือน สำหรับนักบัญชีมือใหม่
หลักสูตรครอบคลุมตั้งแต่ การใช้ Bank Statement การบันทึกบัญชี การกระทบยอด การตรวจงบทดลอง การตรวจสอบภาษี ไปจนถึงการสรุปและส่งมอบงาน พร้อม Workshop และ Checklist ที่สามารถนำไปประยุกต์ใช้กับงานจริงได้ค่ะ
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมที่ Line ID : @cpdacademy
