ความรู้บัญชี

Checklist เอกสารบัญชีรายเดือน บริษัทต้องเตรียมอะไรบ้าง?

Checklist เอกสารบัญชีรายเดือน บริษัทต้องเตรียมอะไรบ้าง?

เผยแพร่ครั้งแรก: 19 กันยายน 2026
อัปเดตล่าสุด: 24 กันยายน 2026

Checklist เอกสารบัญชีรายเดือน ช่วยให้บริษัทเช็กได้ชัดเจนว่าในแต่ละเดือนต้องเตรียมเอกสารอะไร รายการไหนครบแล้ว รายการไหนยังขาด และมีข้อมูลส่วนไหนที่ต้องติดตามเพิ่มเติมก่อนส่งให้นักบัญชีค่ะ

เอกสารที่ต้องเตรียมมีตั้งแต่ Bank Statement รายได้และการรับเงิน ซื้อสินค้าและค่าใช้จ่าย เงินเดือน ภาษี ไปจนถึงสัญญาและรายการสำคัญอื่น ๆ ซึ่งแต่ละประเภทใช้ประกอบการตรวจสอบต่างกัน หากข้อมูลบางส่วนไม่ครบ ก็อาจกระทบต่อการบันทึกบัญชี การกระทบยอด หรือการจัดทำข้อมูลภาษีได้

บทความนี้จึงสรุปให้ว่า เอกสารบัญชีรายเดือนมีอะไรบ้าง ใช้ประกอบอะไร และหากขาดอาจกระทบส่วนไหน พร้อม Checklist ที่บริษัทสามารถนำไปใช้ก่อนส่งเอกสารให้นักบัญชีหรือสำนักงานบัญชีได้ค่ะ

เนื้อหา ซ่อน

Checklist เอกสารบัญชีรายเดือน

Checklist ไม่ได้มีไว้แค่เช็กว่า “ส่งเอกสารครบหรือยัง” ค่ะ แต่ช่วยให้บริษัทเห็นสถานะของเอกสารทั้งเดือนในภาพเดียวว่า อะไรพร้อมส่ง อะไรยังขาด ใครต้องติดตาม และควรตามต่อเมื่อไร

ยิ่งเอกสารมาจากหลายฝ่าย เช่น ฝ่ายขาย ฝ่ายจัดซื้อ ฝ่ายบุคคล หรือผู้บริหาร การมี Checklist กลางจะช่วยลดโอกาสที่ข้อมูลตกหล่น ค้างข้ามเดือน หรือส่งให้นักบัญชีไม่ครบชุด

ก่อนส่งเอกสาร แนะนำให้เช็กอย่างน้อย 4 เรื่องคือ ความครบถ้วน สถานะ ผู้รับผิดชอบ และกำหนดติดตาม เพื่อให้เห็นชัดว่ารายการไหนพร้อมใช้งาน และรายการไหนยังต้องตามต่อค่ะ

หมวดเอกสารรายการที่ต้องตรวจสอบสถานะผู้รับผิดชอบกำหนดส่งหมายเหตุ
Bank Statement– Statement ทุกบัญชี
– รายการบัตรเครดิต
– ช่องทางรับชำระอื่นๆ
– รายการไม่ทราบที่มา
☐ ครบ
☐ รอติดตาม
รายได้และการรับเงิน– Invoice
– ใบส่งของ
– ใบกำกับภาษี
– ใบเสร็จ
– รายงานยอดขาย
– รายการรับชำระ
☐ ครบ
☐ รอติดตาม
ซื้อสินค้าและค่าใช้จ่าย– Invoice
– ใบรับสินค้า
– ใบกำกับภาษี
– ใบเสร็จ
– หลักฐานจ่าย
☐ ครบ
☐ รอติดตาม
เงินเดือนและประกันสังคม– Payroll
– รายการโบนัส OT
– ข้อมูลพนักงานเข้า–ออก
– หลักฐานนำส่งเงินสมทบ
☐ ครบ
☐ รอติดตาม
VAT และภาษีหัก ณ ที่จ่าย– ใบกำกับภาษี
– รายงานภาษี
– แบบ ภ.พ.30
– หนังสือรับรอง
– แบบหัก ณ ที่จ่าย
☐ ครบ
☐ รอติดตาม
สัญญาและเอกสารอื่นสัญญา
– สินทรัพย์
– เงินกู้
– เงินมัดจำ
รายงานสินค้าคงเหลือ
☐ ครบ
☐ รอติดตาม
รายการค้าง / Request List– เอกสารหรือข้อมูลที่ยังไม่ได้รับ
– เอกสารที่ต้องติดตามต่อ
** พร้อมระบุผู้รับผิดชอบและกำหนดติดตาม **
☐ ครบ
☐ รอติดตาม

Checklist ช่วยให้เห็นว่า เอกสารส่วนไหนพร้อม ส่วนไหนยังขาด และใครต้องติดตามต่อ ช่วยลดเอกสารตกหล่นและทำให้การส่งข้อมูลแต่ละเดือนเป็นระบบมากขึ้นค่ะ

เอกสารบัญชีรายเดือนสำคัญอย่างไร

เอกสารที่ส่งให้ฝ่ายบัญชีไม่ได้มีหน้าที่เพียงเป็นหลักฐานประกอบการบันทึกบัญชี แต่ยังใช้ตรวจสอบว่า รายการเกิดขึ้นจริงหรือไม่ เกิดขึ้นในงวดใด มีจำนวนเงินเท่าใด และมีภาษีที่เกี่ยวข้องหรือไม่

เอกสารที่ต้องใช้ในแต่ละกิจการจึงอาจแตกต่างกันตามลักษณะธุรกิจ เช่น ธุรกิจบริการอาจไม่มีสินค้าคงเหลือ ขณะที่ธุรกิจซื้อมาขายไปต้องมีข้อมูลทั้งการซื้อ การขาย การรับสินค้า และรายงานสินค้าคงเหลือประกอบการตรวจสอบ

ก่อนส่งเอกสารให้ฝ่ายบัญชี บริษัทควรให้ความสำคัญกับ 4 เรื่องหลัก

  • ครบ — รายการที่เกิดขึ้นมีเอกสารหรือข้อมูลประกอบครบถ้วน
  • ถูกงวด — วันที่และข้อมูลของรายการสอดคล้องกับช่วงเวลาที่เกิดรายการ
  • ตรวจสอบได้ — สามารถเชื่อมโยงรายการรับ–จ่ายกับเอกสารประกอบได้
  • แจ้งรายการสำคัญ — เช่น การซื้อสินทรัพย์ การทำสัญญาใหม่ หรือการกู้ยืมเงิน

เมื่อข้อมูลต้นทางครบและตรวจสอบได้ งานบัญชีในขั้นตอนต่อไปจะดำเนินการได้ง่ายขึ้น และช่วยลดการย้อนติดตามเอกสารหรือสอบถามรายละเอียดเมื่อเวลาผ่านไปหลายเดือนแล้ว

เอกสารบัญชีรายเดือนสำคัญอย่างไร
เอกสารบัญชีรายเดือนสำคัญอย่างไร

เอกสารบัญชีรายเดือนมีอะไรบ้าง

เอกสารบัญชีรายเดือนไม่ได้มีแค่ใบเสร็จหรือ Bank Statement เพราะแต่ละรายการทางธุรกิจต้องใช้เอกสารประกอบต่างกันตามลักษณะของรายการ

เพื่อให้ง่ายต่อการเตรียมและตรวจสอบ แนะนำให้แยกเอกสารเป็นหมวดหลัก ๆ เช่น Bank Statement, รายได้และการรับเงิน, ซื้อและค่าใช้จ่าย, เงินเดือนและประกันสังคม, ภาษี รวมถึงสัญญาและรายการสำคัญอื่น

Bank Statement ที่ต้องส่งให้นักบัญชี

Bank Statement ใช้ตรวจความเคลื่อนไหวของเงินในแต่ละเดือน บริษัทควรส่ง Statement ของทุกบัญชีที่ใช้ทำธุรกรรมของกิจการ ไม่ใช่เฉพาะบัญชีหลักค่ะ

ข้อมูลที่ควรเตรียมประกอบ ได้แก่

  • Bank Statement ของทุกบัญชีธนาคาร
  • Statement บัตรเครดิตของบริษัท (ถ้ามี)
  • ช่องทางรับชำระออนไลน์ เช่น Payment Gateway
  • รายละเอียดของรายการเงินเข้า–ออกที่ไม่สามารถระบุที่มาได้จาก Statement
  • หลักฐานประกอบรายการรับและจ่ายที่เกี่ยวข้อง

Statement ช่วยบอกว่าเงินเข้า–ออกเท่าไร แต่ไม่ได้อธิบายลักษณะของธุรกรรมทุกกรณี จึงควรมีข้อมูลหรือเอกสารประกอบให้ครบค่ะ

หากต้องใช้ Statement เป็นข้อมูลหลักในการทำบัญชี สามารถดูวิธีจัดหมวดรายการและเอกสารที่ควรใช้ประกอบได้ที่Bank Statement ใช้ทำบัญชีได้ไหม? วิธีจัดหมวดรายการและตรวจเอกสาร

Tip จาก CPD Academy: หากทราบรายละเอียดตั้งแต่วันที่เกิดรายการ ควรเก็บคำอธิบายหรือเอกสารไว้ทันที จะช่วยลดรายการไม่ทราบที่มาและทำให้กระทบยอดปลายเดือนได้ง่ายขึ้นค่ะ

เอกสารรายได้และการรับเงิน

เอกสารฝั่งรายได้ควรช่วยให้นักบัญชีตรวจได้ว่า รายได้เกิดขึ้นครบ ถูกงวด และยอดรับเงินเชื่อมโยงกับรายการขายได้ ค่ะ

เอกสารหลักที่ควรเตรียม มีดังนี้

เอกสารใช้ประกอบอะไร
ใบแจ้งหนี้ลูกค้า วันที่ และจำนวนเงิน
ใบส่งของ / หลักฐานส่งมอบยืนยันการส่งสินค้า หรือให้บริการ
ใบกำกับภาษีขายความครบถ้วนและข้อมูลภาษี
ใบเสร็จรับเงินยืนยันการรับชำระจากลูกค้า
รายงานยอดขายตรวจความครบถ้วนของยอดขายแต่ละช่องทาง
รายการรับชำระเชื่อมยอดรับกับลูกค้าหรือ Invoice
Credit Note / Debit Noteตรวจเหตุผลและรายการปรับปรุงยอดขาย

จุดที่ควรระวังคือ มีการส่งมอบสินค้าหรือให้บริการแล้ว แต่ข้อมูลยังไม่ถูกส่งถึงฝ่ายบัญชี เพราะอาจทำให้รายได้ถูกบันทึกไม่ตรงงวด และต้องย้อนกลับมาตรวจสอบ Cut-off ภายหลัง

สำหรับกิจการที่จดทะเบียน VAT ควรตรวจใบกำกับภาษีขายให้มีข้อมูลสำคัญครบถ้วนตามหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง และสอดคล้องกับข้อเท็จจริงของรายการค่ะ

เอกสารซื้อสินค้าและค่าใช้จ่าย

เอกสารฝั่งซื้อและค่าใช้จ่ายมักอยู่กับหลายฝ่าย เช่น ฝ่ายจัดซื้อ ผู้บริหาร หรือพนักงานที่สำรองจ่าย หากรวบรวมไม่ครบ อาจทำให้รายการซื้อ ค่าใช้จ่าย เจ้าหนี้ หรือภาษีที่เกี่ยวข้องบันทึกไม่ครบค่ะ

เอกสารหลักที่ควรเตรียม ได้แก่

เอกสารใช้ประกอบอะไร
Invoice / ใบแจ้งหนี้ผู้ขาย วันที่ รายการ และจำนวนเงิน
ใบรับสินค้า / หลักฐานรับบริการยืนยันการรับสินค้า หรือบริการ
ใบกำกับภาษีซื้อตรวจข้อมูลและสิทธิภาษีซื้อ
ใบเสร็จ / หลักฐานชำระเงินเชื่อมยอดจ่ายกับรายการ
เอกสารเบิกค่าใช้จ่าย (Expense Claim) / ใบสำคัญจ่ายตรวจค่าใช้จ่ายและหลักฐานประกอบ
ใบลดหนี้ / ใบเพิ่มหนี้ตรวจรายการปรับยอด

จุดสำคัญคือ หลักฐานการจ่ายเงินช่วยยืนยันว่าเงินถูกจ่ายแล้ว แต่ไม่ได้บอกลักษณะของรายการได้ทุกกรณี จึงควรมี Invoice ใบกำกับภาษี หรือเอกสารอื่นที่เกี่ยวข้องประกอบด้วยค่ะ

เอกสารรายได้และเอกสารค่าใช้จ่าย
เอกสารรายได้และเอกสารค่าใช้จ่าย

เอกสารเงินเดือนและประกันสังคม

เอกสารกลุ่มนี้ควรเตรียมให้ครบในแต่ละเดือน โดยเฉพาะกรณีมีพนักงานเข้า–ออก ปรับค่าจ้าง โบนัส หรือรายการหักที่เปลี่ยนแปลง

เอกสารและข้อมูลที่ควรเตรียม ได้แก่

เอกสาร / ข้อมูลใช้ประกอบอะไร
Payroll ประจำเดือนเงินเดือน ค่าจ้าง OT โบนัส และค่าคอมมิชชั่น
ข้อมูลพนักงานเข้า–ออกตรวจจำนวนพนักงานและวันที่เริ่ม–สิ้นสุดงาน
การเปลี่ยนแปลงค่าจ้างตรวจฐานเงินเดือนและเงินสมทบที่เกี่ยวข้อง
รายการหักเงินตรวจยอดหักจากเงินเดือน
ข้อมูลประกันสังคมตรวจค่าจ้างและเงินสมทบ
หลักฐานนำส่งเงินสมทบตรวจยอดที่นำส่งกับข้อมูล Payroll

หากมีการเปลี่ยนแปลงข้อมูลพนักงานหรือค่าจ้าง ควรส่งข้อมูลให้ฝ่ายบัญชีภายในเดือนนั้น เพื่อไม่ให้ข้อมูลตกหล่นค่ะ

สำหรับงานประกันสังคม หากต้องการดูต่อว่าข้อมูลพนักงาน ค่าจ้าง และเงินสมทบเกี่ยวข้องกับแบบที่ต้องยื่นอย่างไร สามารถอ่านต่อได้ที่ วิธียื่นประกันสังคมออนไลน์ สปส.1-10 พร้อม Timeline รายเดือน ค่ะ

เอกสารภาษีมูลค่าเพิ่มและภาษีหัก ณ ที่จ่าย

เอกสารภาษีควรจัดแยกและตรวจสอบให้ครบในแต่ละเดือน เพราะข้อมูลเหล่านี้ใช้ทั้งในการบันทึกบัญชีและจัดทำแบบภาษีที่เกี่ยวข้อง หากเอกสารตกหล่นหรือข้อมูลไม่ตรงกัน อาจทำให้ต้องย้อนกลับมาตรวจสอบก่อนยื่นแบบอีกครั้ง

ประเภทภาษีเอกสาร / ข้อมูลใช้ประกอบอะไร
ภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT)ใบกำกับภาษีขายยอดขายและภาษีขาย
ใบกำกับภาษีซื้อรายการซื้อ ค่าใช้จ่าย และภาษีซื้อ
รายงานภาษีขาย / ภาษีซื้อความครบถ้วนของรายการในเดือน
แบบ ภ.พ.30ข้อมูลภาษีซื้อ–ขายที่ใช้ยื่นแบบ
หลักฐานการยื่นและชำระยืนยันการยื่นแบบและชำระภาษี
ภาษีหัก ณ ที่จ่าย (WHT)หนังสือรับรองหัก ณ ที่จ่ายผู้รับเงิน จำนวนเงิน และภาษีที่หัก
รายละเอียดผู้รับเงินข้อมูลผู้ถูกหักและประเภทเงินได้
แบบ ภ.ง.ด.1 / 3 / 53ข้อมูลภาษีที่นำส่งตามประเภทรายการ
รายการจ่ายระหว่างเดือนรายการที่ต้องพิจารณาหักภาษี
หลักฐานการยื่นและชำระยืนยันการยื่นแบบและชำระภาษี

เอกสารภาษีควรเตรียมให้ ครบ ถูกประเภท และเชื่อมโยงกับข้อมูลทางบัญชีได้ เพื่อให้ตรวจสอบยอดก่อนยื่นแบบได้ง่ายขึ้น และลดการย้อนกลับมาแก้ไขข้อมูลภายหลัง

Tip จาก CPD Academy: แยกเก็บเอกสารภาษีซื้อ ภาษีขาย และหนังสือรับรองหัก ณ ที่จ่ายไว้เป็นหมวดของแต่ละเดือน จะช่วยให้ค้นหาและตรวจสอบเอกสารก่อนยื่นแบบได้ง่ายขึ้นค่ะ

เอกสารเงินเดือนและภาษี
เอกสารเงินเดือนและภาษี

สัญญาและเอกสารอื่นที่นักบัญชีต้องใช้

นอกจากเอกสารที่เกิดขึ้นเป็นประจำในแต่ละเดือนแล้ว บริษัทยังควรส่ง สัญญาและเอกสารสำคัญที่เกิดขึ้นเป็นครั้งคราว ให้ฝ่ายบัญชีด้วย เพราะข้อมูลเหล่านี้อาจมีผลต่อการบันทึกบัญชี รายได้ ค่าใช้จ่าย สินทรัพย์ หนี้สิน หรือภาษีที่เกี่ยวข้องค่ะ

สัญญาและเอกสารอื่นๆ
ตัวอย่างสัญญาและเอกสารอื่นๆ

เอกสารที่ควรส่งให้ฝ่ายบัญชี เช่น

  • สัญญาเช่า
  • สัญญาบริการ
  • สัญญาเงินกู้เอกสาร
  • เอกสารซื้อหรือขายสินทรัพย์
  • เอกสารเงินมัดจำรายงานสินค้าคงเหลือ

หากมีรายการสำคัญ เช่น เริ่มสัญญาใหม่ ซื้อสินทรัพย์ กู้ยืมเงิน หรือมีรายการที่มีผลต่อบัญชีหลายงวด ควรส่งข้อมูลให้ฝ่ายบัญชี ตั้งแต่เดือนที่เริ่มเกิดรายการ เพื่อให้พิจารณาและบันทึกบัญชีได้ถูกต้องตั้งแต่ต้นค่ะ

เอกสารไม่ครบส่งผลต่องานบัญชีและภาษีอย่างไร

เอกสารที่ขาดหรือส่งล่าช้าอาจทำให้งานบัญชีของเดือนนั้นสะดุดต่อเนื่อง เพราะข้อมูลต้นทางไม่ครบพอสำหรับนำไปบันทึก ตรวจสอบ และจัดทำรายงานค่ะ

ผลกระทบที่มักเกิดขึ้นต่อเนื่อง มีดังนี้
1. เอกสารขาด — ข้อมูลต้นทางยังไม่ครบ
2. บันทึกรายการไม่ครบ — บางรายการอาจตกหล่น
3. กระทบยอดไม่ตรง — ต้องใช้เวลาหาสาเหตุของยอดต่างเพิ่ม
4. ตรวจงบทดลองยากขึ้น — มีรายการที่ต้องย้อนกลับไปตรวจสอบ
5. รายงานอาจคลาดเคลื่อน — ข้อมูลที่ใช้ติดตามผลอาจยังไม่ครบ
6. ต้องย้อนกลับมาแก้ไข — ทำให้งานปิดบัญชีรายเดือนใช้เวลามากขึ้น

ด้านภาษีก็เช่นเดียวกัน หากเอกสารหรือข้อมูลไม่ครบ อาจต้องตรวจสอบสิทธิ ช่วงเวลา และแบบภาษีที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติมก่อนดำเนินการต่อ

ดังนั้น การเตรียมเอกสารให้ครบและส่งใกล้กับช่วงที่รายการเกิดขึ้น จะช่วยลดงานย้อนกลับ และทำให้งานบัญชีรวมถึงการตรวจสอบภาษีเดินต่อได้ง่ายขึ้นค่ะ

เอกสารไม่ครบส่งผลต่องานบัญชีและภาษีอย่างไร
เอกสารไม่ครบส่งผลต่องานบัญชีและภาษีอย่างไร

สรุป: Checklist เอกสารบัญชีรายเดือน ช่วยให้ส่งข้อมูลได้ครบและเป็นระบบ

Checklist เอกสารบัญชีรายเดือนช่วยให้บริษัทเห็นชัดว่า เอกสารอะไรต้องเตรียม รายการไหนครบ รายการไหนยังขาด และใครต้องติดตามต่อ ก่อนส่งให้นักบัญชีหรือสำนักงานบัญชีค่ะ

เมื่อใช้ Checklist เป็นประจำ จะช่วยลดเอกสารตกหล่น ลดการส่งข้อมูลผิดงวด และทำให้ค้นเอกสารย้อนหลังได้ง่ายขึ้น โดยเฉพาะเอกสารสำคัญอย่าง Bank Statement รายได้และค่าใช้จ่าย เงินเดือน ภาษี และสัญญาต่าง ๆ

ประโยชน์สำคัญคือ บริษัทสามารถ ควบคุมงานเอกสารได้ตั้งแต่ต้นทาง และส่งข้อมูลให้ฝ่ายบัญชีได้ครบขึ้น โดยไม่ต้องรอให้ถึงปลายเดือนแล้วค่อยย้อนกลับมาตามเอกสารค่ะ

ถามที่พบบ่อย (FAQ) เกี่ยวกับเอกสารปิดบัญชีรายเดือน

Q1: เอกสารบัญชีรายเดือนควรส่งเป็นไฟล์หรือเอกสารกระดาษ?

ขึ้นอยู่กับระบบการทำงานของแต่ละกิจการและประเภทเอกสาร แต่ควรจัดเก็บให้อยู่ในรูปแบบที่ค้นหา ตรวจสอบ และเชื่อมโยงกับรายการบัญชีได้ง่าย

Q2: ถ้ามีรายการใน Bank Statement แต่ไม่มีเอกสารประกอบ ควรทำอย่างไร?

ควรระบุที่มาของรายการและติดตามเอกสารประกอบเพิ่มเติม ไม่ควรสรุปลักษณะรายการจากยอดเงินใน Statement เพียงอย่างเดียว

Q3: ใบเสร็จรับเงินกับใบกำกับภาษีต่างกันอย่างไรในการส่งบัญชี?

เอกสารทั้งสองมีวัตถุประสงค์ต่างกันค่ะ ใบเสร็จใช้ยืนยันการรับชำระเงิน ส่วนใบกำกับภาษีใช้ประกอบการพิจารณาภาษีมูลค่าเพิ่มตามหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง

Q4: ใบกำกับภาษีควรตรวจอะไร?

ควรตรวจสอบข้อมูลสำคัญให้ครบถ้วน เช่น ข้อมูลผู้ขายและผู้ซื้อ เลขประจำตัวผู้เสียภาษี วันที่ รายละเอียดสินค้า/บริการ จำนวนเงิน และภาษีมูลค่าเพิ่ม โดยพิจารณาให้สอดคล้องกับประเภทของใบกำกับภาษีและข้อเท็จจริงของรายการนั้น

Q5: ควรทำ Request List สำหรับเอกสารที่ยังไม่ได้รับหรือไม่?

ควรจัดทำ Request List สำหรับเอกสารที่ยังอยู่ระหว่างติดตาม โดยระบุ รายการที่ขาด ผู้รับผิดชอบ วันที่ติดตาม และสถานะปัจจุบัน ให้ชัดเจน เพื่อให้สามารถติดตามงานต่อได้เป็นระบบ และลดโอกาสที่เอกสารจะตกหล่นหรือค้างข้ามเดือนไปโดยไม่ทราบสถานะ

อ่านต่อเรื่องปิดบัญชีรายเดือน

ถ้าอยากลงรายละเอียดแต่ละช่วงของงาน สามารถอ่านต่อได้ตามหัวข้อนี้ค่ะ
1. ภาพรวมปิดบัญชีรายเดือน : ปิดบัญชีรายเดือนคืออะไร? คู่มือสำหรับนักบัญชีมือใหม่
2. เปรียบเทียบรอบงาน: ปิดงบรายเดือนกับปิดงบประจำปี ต่างกันอย่างไร?
3. Flow การทำงาน : Flow งานบัญชีรายเดือน 8 ขั้นตอน พร้อม Checklist
4. รับเอกสารจากลูกค้า : รับเอกสารแล้วต้องทำอะไรต่อ?
5. ทำบัญชีจาก Bank Statement : วิธีจัดหมวดรายการและตรวจเอกสาร
6. ตรวจงบทดลอง : ก่อนปิดบัญชีควรเช็กอะไรบ้าง?
7. จัดทำรายงาน : รายงานบัญชีรายเดือนมีอะไรบ้าง?
8. จัดเก็บเอกสาร : วิธีจัดแฟ้มให้ค้นง่ายและตรวจสอบได้

อยากจัดงานบัญชีรายเดือนให้เป็นระบบมากขึ้น?

ถ้ายังไม่มั่นใจว่าหลังรับเอกสารแล้วควรตรวจ บันทึก กระทบยอด และปิดงานอย่างไรCPD Academy ขอแนะนำคอร์ส
ทำบัญชี–ปิดบัญชีรายเดือน สำหรับนักบัญชีมือใหม่

หลักสูตรครอบคลุมตั้งแต่ การใช้ Bank Statement การบันทึกบัญชี การกระทบยอด การตรวจงบทดลอง การตรวจสอบภาษี ไปจนถึงการสรุปและส่งมอบงาน พร้อม Workshop และ Checklist ที่สามารถนำไปประยุกต์ใช้กับงานจริงได้ค่ะ

คอร์สอบรมเก็บชั่วโมง CPD
คอร์สอบรมเก็บชั่วโมง CPD

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมที่ Line ID : @cpdacademy

แหล่งอ้างอิง

  1. กรมสรรพากร
    – หลักเกณฑ์รายการในใบกำกับภาษีตามมาตรา 86/4
    – แบบ ภ.พ.30 และแบบแสดงรายการภาษีมูลค่าเพิ่ม
    – แบบ ภ.ง.ด.1 ภ.ง.ด.3 ภ.ง.ด.53 และหนังสือรับรองหัก ณ ที่จ่าย
  2. สำนักงานประกันสังคม – แบบรายการแสดงการส่งเงินสมทบ สปส.1-10

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • เปิดใช้งานตลอด

บันทึกการตั้งค่า