เผยแพร่ครั้งแรก: 25 พฤศจิกายน 2025
อัปเดตล่าสุด: 19 พฤศจิกายน 2025
วงจรบัญชีรายได้ เป็นวงจรบัญชีแรกๆ ที่นักบัญชีมือใหม่ต้องเรียนรู้ เพราะว่าเป็นวงจรที่สำคัญ (เหมือนกระแสเลือดของกิจการ) และแน่นอนที่สุดว่า ถ้าเราจับหลักการผิด นั่นแปลว่า การรับรู้รายได้ของธุรกิจในงบการเงินจะผิดเพี้ยนไปหมดเลยค่ะ แล้วรู้หรือไม่คะว่า การบันทึกบัญชีรายได้นั้น ในความเป็นจริงแล้วมีรายละเอียดเยอะแยะมากมาย ตั้งแต่วันที่ที่ควรรับรู้รายการ เอกสารที่เกี่ยวข้อง และหลักการบัญชีที่สำคัญ ซึ่งนี่คือ งานบัญชีประจำเดือนที่ทุกคนต้องเรียนรู้ค่ะ
สำหรับวันนี้ ถ้าเพื่อนๆ คนไหนยังไม่มั่นใจว่าในแต่ละเดือนควรจะเริ่มต้นทำบัญชีรายได้อย่างไร CPD Academy มีวิธีการและ Checklist การบันทึกบัญชีรายได้ มาแชร์ให้เพื่อนๆ ทุกคนค่ะ
รายได้คืออะไรในมุมมองทางบัญชี?
ตามมาตรฐานบัญชีกล่าวไว้ว่า
รายได้ หมายถึง กระแสรับของประโยชน์เชิงเศรษฐกิจ (ก่อนหักค่าใช้จ่าย) ในรอบระยะเวลารายงาน ซึ่งเกิดขึ้นจากกิจกรรมตามปกติของกิจการ เมื่อกระแสรับนั้นส่งผลให้ส่วนของเจ้าของเพิ่มขึ้น ทั้งนี้ ไม่รวมถึงเงินทุนที่ได้รับจากผู้มีส่วนร่วมในส่วนของเจ้าของและรายการกำไร ซึ่งมาตรฐานการรายงานทางการเงินฉบับนี้กำหนดให้กิจการต้องรับรู้โดยตรงไปยังส่วนของเจ้าของ
TFRS for NPAEs บทที่ 18
แต่ถ้าเพื่อนๆ อ่านแล้วยังไม่เข้าใจ ไม่เป็นไรค่ะ ฮ่าๆ
พูดให้ง่าย ๆ รายได้ก็คือ ตัวเลขฝั่งบวก ที่บอกว่าธุรกิจเราเดินไปข้างหน้า มีเงินเข้ามาเพิ่มในระบบ ไม่ว่าจะรับเงินสดทันทีหรือรอเก็บเงินในอนาคตก็ตาม
รายได้มีกี่ประเภท? อะไรบ้าง?
ถ้าแบ่งประเภทรายได้ตามงบการเงิน เราจะพบว่ารายได้มี 3 ประเภทหลักๆ คือ
1. รายได้จากการขายสินค้า
รายได้จากการขายสินค้า คือ กระแสรับจากการขายสินค้า ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจซื้อมาขายไป ผลิตสินค้าเองและขาย นำเข้าสินค้าเพื่อขาย เป็นต้น ซึ่งราคาขายจะกำหนดตามแต่ละสินค้า
ตัวอย่างเช่น บริษัทขายสินค้าให้ลูกค้า 1 ราย มูลค่า 100,000 บาท (ยังไม่รวม VAT) ลูกค้าตกลงเครดิต 30 วัน
การคำนวณ
- รายได้จากการขาย = ราคาสินค้า 100,000 บาท
- VAT 7% = 7,000 บาท
- ยอดรวมที่ลูกค้าจ่าย = 107,000 บาท
- ลูกค้าตกลงเครดิต 30 วัน = ต้องรับรู้เป็นลูกหนี้การค้า เพื่อรอนัดชำระเงิน
2. รายได้จากการให้บริการ
รายได้จากการให้บริการ คือ กระแสรับจากการให้บริการ เช่น บริการออกแบบเว็บไซต์, บริการขนส่ง หรือค่าที่ปรึกษา เป็นต้น ซึ่งราคาจะกำหนดตามประเภทงานที่ทำ หรือจำนวนชั่วโมงที่ใช้บริการ
ตัวอย่างเช่น บริษัทรับงานให้บริการด้านที่ปรึกษา 1 งาน มูลค่า 50,000 บาท (ยังไม่รวม VAT) ลูกค้าจ่ายเป็นเงินสดทันที
การคำนวณ
- รายได้จากการให้บริการ = ค่าบริการ 50,000 บาท
- VAT 7% = 3,500 บาท
- ยอดรวมที่ลูกค้าจ่าย = 53,500 บาท
- รับเงินเป็นเงินสด
3. รายได้อื่น ๆ
รายได้อื่น คือ รายได้ที่นอกจากการขายและบริการ ซึ่งไม่ใช่รายได้หลักของธุรกิจ เช่น
- ดอกเบี้ยเงินฝากธนาคาร
- รายได้จากการขายเศษวัสดุ
สำหรับรายการรายได้เหล่านี้จะต้องบันทึกและปิดบัญชีรายเดือนเป็นประจำตามขั้นตอนการปิดบัญชีรายเดือน เพื่อให้กิจการมีข้อมูลที่สมบูรณ์ แบ่งตามประเภทรายได้ที่เหมาะสม
หลักเกณฑ์การรับรู้รายได้มีอะไรบ้าง?
โดยทั่วไปแล้วหลักเกณฑ์ในการรับรู้รายได้นั้นเราจะพบ 2 วิธีนี้เป็นหลัก ได้แก่

1. เกณฑ์เงินสด (Cash Basis)
เกณฑ์เงินสด คือ การบันทึกรายได้เมื่อ “รับเงินจริง” เท่านั้น เช่น
- ขายข้าวสารทั้งสดและเชื่อ เมื่อลูกค้าเอาเงินมาจ่ายค่อยบันทึกรายได้ในสมุดบัญชี
2. เกณฑ์คงค้าง (Accrual Basis)
เกณฑ์คงค้าง คือ การบันทึกรายได้เมื่อ “เกิดรายการขาย” หรือรับรู้รายการค้าในรอบระยะเวลารายงานที่เกิดรายการนั้น
ซึ่งอาจเป็นเดือนเดียวกันหรือต่างกันกับรอบการรับเงินสด โดยเกณฑ์ในการรับรู้รายได้จากการขายและการให้บริการจะมีหลักการตาม TFRS for NPAEs แบบนี้
| รับรู้รายได้จากการขาย | รับรู้รายได้จากการให้บริการ |
| กิจการต้องรับรู้รายได้จากการขายสินค้าเมื่อเป็นไปตามเงื่อนไขทุกข้อดังต่อไปนี้ 1. กิจการได้โอนความเสี่ยงและผลตอบแทนที่มีนัยสำคัญของความเป็นเจ้าของสินค้าให้กับผู้ซื้อแล้ว 2. กิจการไม่เกี่ยวข้องในการบริหารสินค้าอย่างต่อเนื่องในระดับที่เจ้าของพึงกระทำหรือไม่ได้ควบคุมสินค้าที่ขายไปแล้วทั้งทางตรงและทางอ้อม 3. กิจการสามารถวัดมูลค่าของจำนวนรายได้ได้อย่างน่าเชื่อถือ 4. มีความเป็นไปได้ค่อนข้างแน่ที่กิจการจะได้รับประโยชน์เชิงเศรษฐกิจของรายการบัญชีนั้น 5. กิจการสามารถวัดมูลค่าของต้นทุนที่เกิดขึ้นหรือที่จะเกิดขึ้น อันเนื่องมาจากรายการบัญชีนั้นได้อย่างน่าเชื่อถือ | เมื่อผลของรายการที่เกี่ยวข้องกับการให้บริการสามารถประมาณได้อย่างน่าเชื่อถือ กิจการต้อง รับรู้รายการที่เกี่ยวข้องกับการให้บริการเป็นรายได้ตามขั้นความสำเร็จของรายการ ณ วันสิ้นรอบ ระยะเวลารายงาน ผลของรายการสามารถประมาณได้อย่างน่าเชื่อถือเมื่อเป็นไปตามเงื่อนไขทุกข้อต่อไปนี้ 1. วัดมูลค่าของจำนวนรายได้ได้อย่างน่าเชื่อถือ 2. มีความเป็นไปได้ค่อนข้างแน่ที่กิจการจะได้รับประโยชน์เชิงเศรษฐกิจของรายการบัญชีนั้น 3. กิจการสามารถวัดขั้นความสำเร็จของรายการบัญชี ณ วันที่ในงบการเงินได้อย่างน่าเชื่อถือ 4. กิจการสามารถวัดมูลค่าของต้นทุนได้อย่างน่าเชื่อถือ ต้นทุนในที่นี้ หมายถึง ต้นทุนที่เกิดขึ้นแล้วและที่จะเกิดขึ้นเพื่อทำให้รายการบัญชีนั้นเสร็จสมบูรณ์ |
แต่ในความเป็นจริงกิจการขนาดเล็กหรือเจ้าของคนเดียวจะรับรู้รายได้ด้วยวิธีเกณฑ์เงินสด เพราะง่ายๆ ไม่ซับซ้อน แต่มีข้อเสียคือ อาจรับรู้รายได้ช้าไป ถ้าขายเงินเชื่อ ในขณะที่ส่งสินค้าออกไปแล้ว ซึ่งไม่สะท้อนการดำเนินงานที่แท้จริง
ดังนั้น สำหรับธุรกิจที่เป็นนิติบุคคลมาตรฐานบัญชีจึงบอกว่าต้องรับรู้รายการต่างๆ รวมถึงรายได้ตามเกณฑ์คงค้างเท่านั้นนะจ๊ะ
ถ้าลองวิเคราะห์วิธีการรับรู้รายได้จากการขายสินค้า ไปตามเงื่อนไขของมาตรฐานบัญชีเกณฑ์คงค้างทีละข้อจะพบว่า กว่าจะรับรู้รายได้ได้ก็ค่อนข้างรัดกุมทีเดียวเลยล่ะ
| หลักการ | ตัวอย่าง |
|---|---|
| (1) โอนความเสี่ยงและผลตอบแทนแล้ว | บริษัทขนส่งรับสินค้าออกจากโกดัง ถือว่าความเสี่ยงและสินค้าโอนไปให้ลูกค้าแล้ว |
| (2) ไม่ควบคุมสินค้าแล้ว | ร้านไม่ได้มีสิทธิ์เรียกสินค้าคืน ไม่มีการควบคุมสินค้าหลังออกจากโกดัง |
| (3) วัดรายได้ได้ชัดเจน | กำหนดราคาสินค้าไว้ 10,000 บาท |
| (4) มีความเป็นไปได้ที่จะได้รับเงิน | ออกใบแจ้งหนี้และกำหนดวันรับชำระแล้ว รอให้ลูกค้าจ่ายตามกำหนด |
| (5) ต้นทุนวัดได้ | ต้นทุนสินค้านี้สามารถตรวจสอบจากรายงานสต๊อกสินค้าที่ซื้อมา |
ดังนั้น ก่อนเริ่มต้นทำบัญชีไม่ว่าบริษัทใด หรือธุรกิจใดก็แล้วแต่ อยากให้เพื่อนๆ นักบัญชีทุกคนเข้าใจหลักการรับรู้รายได้ของธุรกิจตัวเองเสียก่อนว่าต้องรับรู้รายได้เมื่อไร ตอนไหน จากนั้นค่อยไปเช็กเอกสารและบันทึกบัญชีตามลำดับค่ะ
เอกสารบันทึกบัญชีรายได้มีอะไรบ้าง?
การบันทึกรายได้เพื่อปิดบัญชีรายเดือนให้ถูกต้อง จำเป็นต้องมี เอกสารรายได้ เป็นเอกสารประกอบที่ชัดเจน เพื่อยืนยันว่ารายได้เกิดขึ้นจริงตามเงื่อนไขของเกณฑ์คงค้าง โดยเอกสารหลัก ๆ ที่ควรมี ได้แก่

- สัญญา เช่น สัญญาว่าจ้าง หรือสัญญาบริการ เพื่อใช้ประกอบการบันทึกรายได้ โดยเฉพาะงานบริการที่มีมูลค่าสูงหรือมีการแบ่งงวดการจ่าย
- ใบแจ้งหนี้ (ใบกำกับภาษี) เอกสารเหล่านี้ใช้เป็นหลักฐานยืนยันว่ามีการขายหรือบริการเกิดขึ้นจริง
- ใบส่งของ เป็นหลักฐานว่าได้มีการส่งมอบสินค้าและโอนกรรมสิทธิ์ให้ลูกค้าแล้ว
- ใบส่งมอบงาน สำหรับธุรกิจบริการ ใช้ยืนยันว่าการให้บริการเสร็จสมบูรณ์ ลูกค้ายอมรับงานแล้ว
- ใบเสร็จรับเงิน ที่แสดงรายการชัดเจน พร้อมระบุช่องทางการรับเงิน (โอนเงินสด, เช็ค)
- Bank Statement ประจำเดือน
ใช้ตรวจสอบความถูกต้องของยอดเงินเข้าในบัญชีธนาคาร ว่าตรงกับรายได้ที่เกิดขึ้นจริงหรือไม่ เช่น ลูกค้าจ่ายโอนเข้ามา 107,000 บาท ต้องตรงกับยอดขาย + VAT ที่เราออกเอกสารไว้
เอกสารเหล่านี้ ช่วยให้นักบัญชีมั่นใจได้ว่า รายได้ที่บันทึกตรงกับความจริง ตรวจสอบได้ และพร้อมสำหรับการนำไปยื่นภาษีได้อย่างถูกต้อง
ยิ่งถ้ากิจการที่เราได้ทำบัญชีให้ ไม่ได้รับจ่ายเงินผ่าน Bank Statement เอกสารข้อ 2-5 ยิ่งสำคัญมากๆ เพราะว่า เป็นหลักฐานเดียว ที่จะพิสูจน์ได้ว่ามีรายการขายเกิดขึ้นจริงๆ ก่อนที่จะบันทึกบัญชีค่ะ
ขั้นตอนการบันทึกบัญชีรายได้ประจำเดือน
หลังจากที่เราเตรียมเอกสาร และกระทบรายการขายกับ Bank Statement ได้แล้ว เรามาดูกันค่ะ การบันทึกบัญชีรายได้ต้องทำตามขั้นตอนอย่างไรบ้าง ในที่นี่ CPD Academy ขอเสนอ Checklist การบันทึกรายได้ประจำเดือนเพื่อง่ายต่อการทำงานจ้า

1. ได้รับเอกสารตามกำหนดหรือไม่
ก่อนจะบันทึกบัญชีเราต้องได้เอกสารมาก่อน การตรวจสอบก่อนว่า “ลูกค้าส่งเอกสารครบและตรงเวลาไหม” คือก้าวแรกที่สำคัญที่สุด และอย่าลืมสื่อสารให้ชัดเจนไปตรงๆ นะคะว่า ถ้าได้เอกสารล่าช้า → รายได้เดือนนั้นอาจตกหล่น
ผลกระทบคือ อาจทำให้งบการเงินไม่สมบูรณ์ และยื่นภาษีประจำเดือนไม่ครบถ้วน
2. ตรวจสอบเอกสารที่ได้รับว่าสามารถบันทึกบัญชีได้ครบถ้วนหรือไม่
ถัดมาเรามาเจาะลึกในรายละเอียดของเอกสารที่ได้รับว่า เอกสารที่ได้รับมา “ใช้บันทึกบัญชีได้จริงหรือยัง” เช่น
- วันที่ออกเอกสารต้องอยู่ในงวดที่ต้องการลงบัญชี
- เอกสารระบุชื่อ–ที่อยู่ผู้ซื้อถูกต้อง
- ยอดเงินตรงกันทุกเอกสาร
- ภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) คำนวณถูก
- ถ้ามีภาษีถูกหัก ณ ที่จ่าย (WHT) เนื่องจากการให้บริการ ต้องมีหนังสือรับรองการหัก ณ ที่จ่ายจากลูกค้า
การตรวจสอบเอกสารในรายละเอียดแบบนี้จะช่วยลดความผิดพลาดก่อนจะเข้าสู่การลงบัญชีจริง และที่สำคัญอย่าลืมถามคำถามหรือรีบขอเอกสารเพิ่มจากคนที่เกี่ยวข้อง หากข้อมูลไม่ครบถ้วนหรือไม่สามารถลงบัญชีได้ ตามที่เราตรวจสอบนะคะ
3. บันทึกบัญชีรายได้
เมื่อเอกสารครบถ้วนแล้ว ถัดมาเราลองมาบันทึกบัญชีกันทีละขั้นตอนเลยค่ะ
3.1 แยกรายได้ตามประเภท (สินค้า/บริการ/อื่น ๆ)
แยกประเภทรายได้ก่อนให้ชัดเจน เพราะธุรกิจส่วนใหญ่มีรายได้หลายประเภท ถ้าบันทึกบัญชีปนกันอาจทำให้วิเคราะห์ยอดขายผิดพลาดไป
ดังนั้น เราควรแยกกองเอกสารายได้ตามประเภทรายได้ เช่น การขายสินค้า การให้บริการ และอื่นๆ รวมถึงแยกเลขที่บัญชี ในการบันทึกบัญชีด้วยค่ะ
3.2 บันทึกบัญชีรายได้จากการขาย และบันทึกบัญชีรายได้ค่าบริการ พร้อมเช็กภาษีมูลค่าเพิ่ม
สำหรับธุรกิจที่มีภาษีมูลค่าเพิ่ม เราจะต้องแยกบัญชีเพื่อบันทึก VAT ต่างหาก เพราะภาษีขาย 7% (VAT) ไม่ถือเป็นรายได้ แต่เป็นภาษีที่เราเรียกเก็บจากลูกค้ามาส่งต่อให้สรรพากรเท่านั้น
ตัวอย่าง การลงบัญชีขายสินค้า 100,000 + VAT 7%
Dr. ลูกหนี้การค้า 107,000
Cr. รายได้ 100,000
Cr. ภาษีขาย (หนี้สิน) 7,000
3.3 บันทึกบัญชีการรับเงิน และเช็กภาษีถูกหัก ณ ที่จ่าย (WHT)
ขั้นถัดมา เมื่อรับเงินจากลูกค้าเราต้องเช็กกับเอกสารใบเสร็จรับเงินและ Bank Statement แล้วก็บันทึกบัญชีดังนี้ค่ะ
Dr. เงินฝากธนาคาร 107,000
Cr. ลูกหนี้การค้า 107,000
แต่กรณีที่เป็นการรับเงินจากค่าบริการ และลูกค้าหักภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย (WHT) จะต้องบันทึกรับเงินตามยอดที่โอนจริงและบันทึกภาษีถูกหัก ณ ที่จ่าย (WHT) เป็นสินทรัพย์ของธุรกิจ
ตัวอย่าง หากค่าบริการ 50,000 + VAT 3,500 ลูกค้าโอน 52,000 และหัก WHT 1,500
| ตั้งหนี้ | รับเงิน |
| Dr. ลูกหนี้การค้า 53,500 Cr. รายได้ 50,000 Cr. ภาษีขาย (หนี้สิน) 3,500 | Dr. เงินฝากธนาคาร 52,000 Dr. ภาษีถูกหัก ณ ที่จ่าย (WHT) 1,500 Cr. รายได้ 50,000 Cr. ภาษีขาย (หนี้สิน) 3,500 |
4. กระทบยอดบัญชีรายได้กับรายงานภาษีขาย (VAT)
โดยทั่วไปแล้วหากธุรกิจขายสินค้ามี VAT ทั้งหมด ยอดรายได้ที่บันทึกในสมุดบัญชีต้องตรงกับรายงานภาษีขายประจำเดือน ไม่ควรมีรายการค้างหรือออกใบกำกับภาษีแต่ยังไม่บันทึกบัญชี
ดังนั้น อย่าลืมเช็กว่า รายได้ในระบบบัญชี = รายได้ในรายงาน VAT เพื่อให้การสรุปยอด “ยื่นภาษีขาย (VAT) ไม่คลาดเคลื่อน”
5. จัดทำรายงานรายได้
ขั้นตอนสุดท้าย คือ การสรุปข้อมูลเพื่อนำเสนอให้กับหัวหน้างานหรือเจ้าของธุรกิจ รายงานที่ควรมีโดยทั่วไป ได้แก่
- รายงานรายได้
- รายงานรับเงินประจำเดือน
- รายงานลูกหนี้คงค้าง (A/R Aging)
- รายงานภาษีขาย
เพียงเท่านี้ก็ถือว่าจบการทำงานปิดบัญชีรายได้ประจำเดือนเรียบร้อยแล้วค่ะ
สำหรับคนที่อ่านขั้นตอนการทำบัญชีรายได้ แล้วยังไม่เห็นภาพ เราสรุปขั้นตอนสั้นๆ พร้อมตัวอย่างให้ในตารางนี้อีกครั้งค่ะ
| ขั้นตอน | คำอธิบาย | ตัวอย่างสถานการณ์จริง | วิธีบันทึกบัญชี |
|---|---|---|---|
| 1. ได้รับเอกสารตามกำหนดหรือไม่ | ตรวจว่าลูกค้าส่งเอกสารที่ขอไว้สำหรับการบันทึกรายได้มาครบและตรงตามกำหนดหรือไม่ | ลูกค้า A ส่งเอกสารใบกำกับภาษีช้า 5 วัน | บันทึกรายได้ตามเอกสารที่มีไปก่อน และติดตามเอกสารส่วนที่ขาดเพื่อให้ได้ตามกำหนด |
| 2. ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนหรือไม่ | เช็กเอกสารแบบละเอียดเพื่อตรวจสอบยอดเงิน วันที่ และความถูกต้อง สมบูรณ์ของเอกสาร | ใบกำกับออก 100,000 แต่ใบส่งของ 120,000 | ติดต่อขอให้ฝ่ายขายเช็กและปรับเอกสารให้ตรงก่อนเริ่มต้นบันทึกบัญชี |
| 3.1 แยกรายได้ตามประเภท | แยกเอกสารเป็นรายไดค่าขายสินค้า และบริการ | ขายสินค้า 80,000 บริการ 20,000 | ลงบัญชีแยก 2 หมวดรายได้ |
| 3.2 บันทึกรายได้ + VAT | บันทึกรายการขายพร้อมภาษีขาย (Output VAT) | ขายสินค้า 100,000 + VAT 7,000 | Dr. ลูกหนี้ 107,000 Cr. รายได้ 100,000 Cr. ภาษีขาย 7,000 |
| 3.3 บันทึกรับเงิน + WHT | บันทึกบัญชีการรับเงิน หากลูกค้าจ่ายไม่ครบ อาจเป็นเพราะการหัก WHT | ลูกค้าโอน 51,950 และส่ง WHT 1,550 | Dr. เงินฝาก 52,000 Dr. WHT 1,500 / Cr. ลูกหนี้ 53,500 |
| 4. กระทบยอดรายได้กับ VAT | ตรวจว่าใบกำกับทุกใบลงบัญชีครบ | รายงาน VAT มียอดมากกว่าบัญชี 1 รายการ | ตรวจใบกำกับที่ตกหล่นและบันทึกรายได้เพิ่มเติม ก่อนนำส่งภาษีมูลค่าเพิ่ม |
| 5. สรุปทำรายงาน | สรุปรายงานรายได้ การรับเงิน และลูกหนี้ | รายได้รวมเดือนนี้ 250,000 ลูกหนี้คงค้าง 30,000 | จัดทำรายงานส่งผู้บริหารและสรุปส่งอีเมล์ |
บทสรุป
การบันทึกบัญชีรายได้ประจำเดือนคือ “หัวใจของการทำบัญชี” เพราะช่วยสะท้อนรายได้จริงของธุรกิจ และเป็นข้อมูลพื้นฐานในการยื่นภาษี
โดยสิ่งสำคัญที่นักบัญชี ต้องคำนึงถึงในการบันทึกบัญชีรายได้ คือ
- ใช้หลักการรับรู้รายได้ที่ถูกต้อง
- ยึดเอกสารจริงเป็นหลัก และกระทบยอดกับ Bank Statement
- ทำงานด้วย Checklist เพื่อให้การทำงานเป็นระบบและลดความผิดพลาด
เมื่อเรามีระบบที่ดี การปิดบัญชีรายเดือนและการยื่นภาษีก็จะง่ายขึ้น ธุรกิจก็เดินหน้าได้อย่างมั่นใจไปทุกเดือนเลยค่ะ
สำหรับเพื่อนๆ นักบัญชีคนไหนที่ไม่ได้บันทึกรายได้ประจำเดือนเพียงอย่างเดียวเท่านั้น อยากได้เข้าใจการปิดบัญชีรายเดือนแบบครบลูป แนะนำอบรมในคอร์สทำบัญชี-ปิดบัญชีรายเดือน สำหรับนักบัญชีมือใหม่ ที่จะสอนให้ทุกคนเข้าใจวิธีการทำบัญชีแบบต้นจนจบ พร้อม Workshop ปฏิบัติจริงแบบไม่กั๊ก แถมยังได้ชั่วโมง CPD อีกด้วย

คำถามพบบ่อยเกี่ยวกับการปิดบัญชีรายได้
Q1: ปิดบัญชีรายได้คืออะไร?
A1: ปิดบัญชีรายได้ คือ ขั้นตอนสรุปยอดขาย รายได้บริการ และรายได้อื่น ๆ ของเดือน พร้อมตรวจเอกสาร กระทบยอดบัญชีธนาคาร และบันทึกเข้าระบบบัญชีให้ครบถ้วน เพื่อจะได้มีงบการเงินที่สมบูรณ์ประจำเดือน และยื่นภาษีประจำเดือนได้ถูกต้อง
Q2: ปิดบัญชีรายได้ต้องมีเอกสารอะไรบ้าง?
A2: ต้องมี Bank Statement, ใบกำกับภาษี, ใบแจ้งหนี้, ใบส่งของ/ใบส่งมอบงาน, ใบเสร็จรับเงิน และหนังสือรับรองหัก ณ ที่จ่าย หากไม่มีเอกสารครบ ปิดบัญชีรายได้จะไม่สมบูรณ์
Q3: ทำไมต้องปิดบัญชีรายได้ทุกเดือน?
A3: เพื่อให้ธุรกิจรู้ตัวเลขจริงของรายได้ มีกำไรหรือไม่ และเตรียมข้อมูลภาษีให้ถูกต้อง หากไม่ปิดบัญชีรายได้จะกลายเป็นงบผิด ยื่นภาษีผิด และเสี่ยงต่อการถูกประเมินย้อนหลัง
Q4: บันทึกบัญชีรายได้จากการขายสินค้าทำอย่างไร?
A4: ตัวอย่าง: ขายสินค้า 100,000 + VAT 7%
บันทึกบัญชี
Dr ลูกหนี้การค้า 107,000
Cr รายได้ขายสินค้า 100,000
Cr ภาษีขาย 7,000
Q5: บันทึกบัญชีรายได้ค่าบริการทำอย่างไร?
A5: ตัวอย่าง: ค่าบริการ 50,000 + VAT 3,500 และลูกค้าโอนเงิน 52,000 (หัก WHT 1,500)
บันทึกบัญชี
Dr เงินฝากธนาคาร 52,000
Dr ภาษีหัก ณ ที่จ่าย 1,500
Cr รายได้ค่าบริการ 50,000
Cr ภาษีขาย 3,500
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมที่ Line ID : @cpdacademy
