ความรู้บัญชี

10 ตัวอย่างบันทึกบัญชีค่าใช้จ่ายและเอกสารที่ต้องใช้

10 ตัวอย่างบันทึกบัญชีค่าใช้จ่าย เอกสารและจุดที่ต้องระวัง

เผยแพร่ครั้งแรก: 8 ธันวาคม 2023
อัปเดตล่าสุด: 18 กันยายน 2026

เวลาได้รับ Invoice หรือใบเสร็จมา นักบัญชีไม่ควรเริ่มจากคำถามว่า “Dr. ค่าอะไร?” อย่างเดียวค่ะ
ก่อนบันทึกต้องดูก่อนว่า ค่าใช้จ่ายเกิดขึ้นในงวดไหน จ่ายเงินแล้วหรือยัง เป็นค่าใช้จ่ายจริงหรือยังมีประโยชน์ในอนาคต รวมถึงมี VAT หรือภาษีหัก ณ ที่จ่ายเกี่ยวข้องหรือไม่

บทความนี้จึงรวม ตัวอย่างบันทึกบัญชีค่าใช้จ่าย 10 รายการ ที่เจอบ่อย พร้อมวิธีคิด Dr./Cr. เอกสารที่ควรมี เพื่อให้นักบัญชีเอาไปใช้กับงานจริงได้ง่ายขึ้นค่ะ

ถ้ายังไม่แน่ใจว่าอะไรควรเป็นค่าใช้จ่าย และอะไรควรเป็นสินทรัพย์ แนะนำอ่านบทความนี้ก่อน ค่าใช้จ่ายคืออะไร? ต่างจากสินทรัพย์อย่างไร พร้อมเกณฑ์ตัดสินใจ เพื่อจะได้ทำความเข้าใจการบันทึกบัญชีค่าใช้จ่ายได้อย่างต่อเนื่องนะคะ

เนื้อหา ซ่อน

ค่าใช้จ่ายคืออะไร?

หลักการบันทึกบัญชีค่าใช้จ่ายตามเกณฑ์คงค้าง

หลักสำคัญของการบันทึกค่าใช้จ่ายคือ รับรู้เมื่อค่าใช้จ่ายเกิดขึ้นตามเนื้อหาทางเศรษฐกิจ ไม่ใช่รอวันที่จ่ายเงินเสมอไป

พูดง่าย ๆ คือ

  • ใช้บริการแล้ว แต่ยังไม่ได้จ่าย → อาจต้องตั้งค่าใช้จ่ายค้างจ่าย
  • จ่ายเงินแล้ว แต่ยังไม่ได้ใช้ประโยชน์ทั้งหมด → อาจต้องตั้งเป็นค่าใช้จ่ายจ่ายล่วงหน้า
  • ซื้อของมาใช้หลายงวด → อาจต้องพิจารณาเป็นสินทรัพย์ก่อน
  • ค่าใช้จ่ายเกิดและจ่ายในงวดเดียวกัน → จึงบันทึกค่าใช้จ่ายกับเงินสด/ธนาคารได้เลย

ดังนั้น ก่อนดู Dr./Cr. ให้ตอบก่อนว่า ค่าใช้จ่ายเกิดขึ้นในงวดไหน ค่ะ

Tip จาก CPD Academy: ถ้าบันทึกบัญชีจากวันที่เงินออกอย่างเดียว รายการค่าเช่า ประกันภัย ค่าโฆษณา และดอกเบี้ย มีโอกาสผิดงวดสูงมาก


ก่อนบันทึกค่าใช้จ่าย เช็ก 4 เรื่องนี้ก่อน

ถ้าตอบ 4 คำถามนี้ได้ก่อน ส่วนใหญ่ Dr./Cr. จะตามมาเองค่ะ

ต้องเช็กถามตัวเองว่า
1. เป็นค่าอะไรเป็นค่าใช้จ่ายจริง หรือควรเป็นสินทรัพย์/จ่ายล่วงหน้า
2. เป็นของงวดไหนสินค้าหรือบริการเกิดขึ้นเดือนไหน
3. จ่ายแล้วหรือยังจ่ายทันที ซื้อเชื่อ จ่ายล่วงหน้า หรือยังค้างจ่าย
4. ภาษีและเอกสารครบไหมมี VAT, ภาษีหัก ณ ที่จ่าย และเอกสารอะไรเกี่ยวข้อง

สิ่งสำคัญคือ อย่าใช้วันที่เงินออกจากธนาคารเป็นตัวตัดสินค่าใช้จ่ายทุกกรณีนะคะ เช่น จ่ายประกันภัยล่วงหน้า 1 ปี เงินออกวันนี้จริง แต่ไม่ได้หมายความว่าต้องบันทึกเป็นค่าใช้จ่ายทั้งหมดวันนี้ทั้งก้อนค่ะ แล้วต้องปรับปรุงยังไง ไปดูในหัวข้อถัดไปกันนะคะ


Step-by-Step วิธีบันทึกบัญชีค่าใช้จ่าย

นักบัญชีควรตั้งหลักจาก ขั้นตอนการคิดก่อนบันทึกบัญชีค่าใช้จ่าย ก่อนค่ะ เพราะถ้ารู้ลำดับว่าต้องเช็กอะไรบ้าง จะช่วยลดปัญหาลงผิดบัญชี ผิดงวด หรือพลาดเรื่องภาษีได้เยอะ ดังนั้นเวลารับเอกสารค่าใช้จ่ายมา ให้ไล่ตาม 6 ขั้นตอนนี้

Step by Step ตัวอย่างบันทึกบัญชีค่าใช้จ่าย
Step by Step ตัวอย่างบันทึกบัญชีค่าใช้จ่าย
ขั้นตอนต้องทำอะไรจุดที่ต้องดู
Step 1 อ่านเอกสารก่อนลงบัญชีดูรายละเอียดของรายการก่อนบันทึกเป็นค่าอะไร เกี่ยวข้องกับกิจการหรือไม่ และครอบคลุมช่วงเวลาไหน
Step 2 ตัดสินใจก่อนว่าเป็นค่าใช้จ่ายหรือสินทรัพย์พิจารณาว่าควรรับรู้เป็นค่าใช้จ่ายแล้วหรือยังถ้ายังมีประโยชน์ในอนาคต อาจต้องบันทึกเป็นสินทรัพย์หรือค่าใช้จ่ายจ่ายล่วงหน้า
Step 3 เช็กงวดบัญชีดูว่าสินค้าหรือบริการเกิดขึ้นเดือนไหนต้องบันทึกให้ตรงงวด ไม่ใช่ดูแค่วันที่จ่ายเงินหรือวันที่ได้รับ Invoice
Step 4 เช็ก VAT และภาษีหัก ณ ที่จ่ายตรวจภาษีที่เกี่ยวข้องกับรายการดูประเภทค่าใช้จ่าย ผู้รับเงิน และเอกสารประกอบ
Step 5 บันทึก Dr./Cr.เลือกรูปแบบการบันทึกตามข้อเท็จจริงจ่ายแล้ว ซื้อเชื่อ จ่ายล่วงหน้า หรือยังไม่ได้จ่าย
Step 6 เก็บเอกสารและหลักฐานการจ่ายให้เชื่อมโยงถึงกันได้จัดเอกสารให้เชื่อมโยงกับรายการบัญชีInvoice ใบกำกับภาษี หลักฐานโอน และหนังสือรับรองหัก ณ ที่จ่ายควรตามกลับหาได้

Tip จาก CPD Academy: อ่านเอกสารให้จบก่อนลงบัญชี โดยเฉพาะช่วงเวลาที่ให้บริการ เพราะรายละเอียดเล็ก ๆ ตรงนี้มักเป็นตัวบอกว่า ค่าใช้จ่ายควรอยู่เดือนไหน

เวลาจะลงบัญชี อย่าเริ่มจากการจำ Dr./Cr. แต่ให้ไล่คิดว่า รายการนี้คืออะไร เป็นของงวดไหน จ่ายแล้วหรือยัง มีภาษีอะไรเกี่ยวข้อง และเอกสารครบหรือไม่ ถ้าตอบคำถามเหล่านี้ได้ การเลือกบัญชีจะง่ายขึ้นมาก

เมื่อเห็นภาพขั้นตอนแล้ว ต่อไปมาดูตัวอย่างค่าใช้จ่ายที่เจอบ่อย พร้อมวิธีบันทึก เอกสารที่ควรมี และจุดที่ต้องระวังในแต่ละรายการค่ะ


10 ตัวอย่างบันทึกบัญชีค่าใช้จ่ายและเอกสารที่ต้องใช้

เข้าใจคำว่าค่าใช้จ่ายแล้ว ถัดมาเรามาดูตัวอย่างของค่าใช้จ่ายที่มักเจอบ่อย และวิธีการบันทึกบัญชีค่ะ

1. ค่าเช่า

ตัวอย่าง ค่าเช่าสำนักงานเดือนละ 30,000 บาท และเป็นค่าเช่าของเดือนปัจจุบัน

หัวข้อรายละเอียด
บันทึกบัญชีDr. ค่าเช่า 30,000 (ค่าใช้จ่าย)
Cr. เจ้าหนี้ / เงินสดหรือธนาคาร 30,000 (หนี้สิน / สินทรัพย์)
เอกสารที่ควรมีสัญญาเช่า, ใบแจ้งหนี้, หลักฐานการจ่าย, หนังสือรับรองหัก ณ ที่จ่ายถ้ามี
ภาษีที่ต้องเช็กตรวจว่ารายการนี้ต้องหักภาษี ณ ที่จ่ายหรือไม่ โดยดูประเภทผู้รับและลักษณะการจ่าย
จุดที่ต้องระวังถ้าจ่ายค่าเช่าล่วงหน้าหลายเดือน ไม่ควรตัดเป็นค่าใช้จ่ายทั้งหมดในเดือนที่จ่าย แต่ให้แยกส่วนของงวดอนาคตเป็น ค่าใช้จ่ายจ่ายล่วงหน้า
หลักคิดดูก่อนว่า “ค่าเช่านี้เป็นของเดือนไหน” แล้วค่อยบันทึกให้ตรงงวด

กรมสรรพากรกำหนดหลักการหักภาษี ณ ที่จ่ายสำหรับค่าเช่าตามประเภทผู้รับและข้อเท็จจริงของรายการ จึงควรเช็กก่อนจ่ายทุกครั้งนะคะ

Tip จาก CPD Academy: ค่าเช่าเป็นรายการที่พลาดได้ทั้งเรื่อง งวดบัญชี และ ภาษีหัก ณ ที่จ่าย ถ้าเช็กสองเรื่องนี้ตั้งแต่ต้น จะช่วยลดงานแก้ปลายเดือนได้เยอะค่ะ


2. ค่าสาธารณูปโภค

ตัวอย่าง บริษัทมีค่าไฟฟ้าของเดือนปัจจุบัน 3,000 บาท

หัวข้อรายละเอียด
บันทึกบัญชีDr. ค่าสาธารณูปโภค 3,000 (ค่าใช้จ่าย)
Cr. เจ้าหนี้ / เงินสดหรือธนาคาร 3,000 (หนี้สิน / สินทรัพย์)
เอกสารที่ควรมีใบแจ้งค่าใช้บริการ, ใบกำกับภาษี ถ้ามี, หลักฐานการชำระเงิน
ภาษีที่ต้องเช็กตรวจว่าเอกสารมี VAT หรือไม่ และภาษีซื้อสามารถนำมาใช้ได้ตามเงื่อนไขหรือไม่
จุดที่ต้องระวังต้องดูว่าค่าไฟฟ้าเกิดกับส่วนไหนของกิจการ เช่น ค่าไฟโรงงาน อาจเกี่ยวข้องกับต้นทุนการผลิต ส่วน ค่าไฟสำนักงานใหญ่ มักเป็นค่าใช้จ่ายบริหาร
หลักคิดอย่ารวมค่าสาธารณูปโภคทุกอย่างไว้บัญชีเดียวโดยไม่แยกประเภท หากกิจการต้องใช้ข้อมูลต้นทุนหรือค่าใช้จ่ายแต่ละส่วนในการวิเคราะห์ภายหลัง

Tip จาก CPD Academy: ถ้ากิจการมีหลายสาขา หลายแผนก หรือมีทั้งสำนักงานและโรงงาน ควรแยกบัญชีหรือรหัสค่าใช้จ่ายตั้งแต่ต้น จะช่วยให้ตอนปิดบัญชีและวิเคราะห์ต้นทุนง่ายขึ้นค่ะ


3. เงินเดือนและค่าจ้าง

เงินเดือนและค่าจ้างเป็นค่าตอบแทนจากการทำงานของพนักงาน ทั้งแบบรายเดือนและรายวัน โดยในการบันทึกจริงมักมีรายการอื่นร่วมด้วย เช่น ภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่ายและเงินประกันสังคมค่ะ

สมมติว่าเงินเดือนของเดือนปัจจุบันเกิดขึ้นแล้ว แต่ ณ วันสิ้นเดือนยังไม่ได้จ่าย

หัวข้อรายละเอียด
บันทึกบัญชีDr. เงินเดือนและค่าจ้าง (ค่าใช้จ่าย)
Cr. เงินเดือนค้างจ่าย (หนี้สิน)

เมื่อจ่ายเงินจริง จึงบันทึกลดยอดเงินเดือนค้างจ่าย และแยกรายการที่เกี่ยวข้อง เช่น ภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย เงินประกันสังคม และยอดสุทธิที่จ่ายให้พนักงาน
เอกสารที่ควรมีสรุปเงินเดือน, ข้อมูลเวลาทำงานถ้าเกี่ยวข้อง, สลิปเงินเดือน, หลักฐานการโอน, รายงานภาษีและประกันสังคม
ภาษีที่ต้องเช็กตรวจการหัก ภาษีเงินได้ ณ ที่จ่ายของพนักงาน รวมถึงการนำส่งภาษีและเงินสมทบประกันสังคมตามเงื่อนไขที่เกี่ยวข้อง
จุดที่ต้องระวังอย่าดูเฉพาะยอดเงินสุทธิที่โอนให้พนักงาน เพราะรายการเงินเดือนอาจประกอบด้วยเงินเดือน ภาษีหัก ณ ที่จ่าย เงินประกันสังคม และรายการหักอื่น ๆ ซึ่งต้องแยกบันทึกให้ครบ
หลักคิดรับรู้ค่าใช้จ่ายตามงวดที่พนักงานทำงาน ไม่ใช่ดูเฉพาะวันที่จ่ายเงิน หากเป็นเงินเดือนของเดือนนี้แต่จ่ายเดือนหน้า ต้องพิจารณาตั้ง เงินเดือนค้างจ่าย ณ วันสิ้นงวด

Tip จาก CPD Academy: ก่อนปิดบัญชี ลองกระทบยอด เงินเดือนตามบัญชี → สรุปเงินเดือน → ภาษีหัก ณ ที่จ่าย → ประกันสังคม → ยอดโอนจริง ให้ครบ จะช่วยจับส่วนต่างได้ง่ายกว่ารอเจอตอนปลายปีค่ะ

สำหรับลูกจ้างที่เข้าเงื่อนไขตามกฎหมาย ควรตรวจเรื่องการขึ้นทะเบียนและนำส่งเงินประกันสังคมให้ครบถ้วนด้วยค่ะ ส่วน ผลประโยชน์พนักงานระยะยาวหรือเงินชดเชยเมื่อเกษียณ เป็นอีกเรื่องหนึ่ง แนะนำแยกไปอ่านบท ประมาณการหนี้สินผลประโยชน์พนักงาน โดยเฉพาะได้เลย


4. ค่าโฆษณา

กรณีได้รับบริการโฆษณาเรียบร้อยแล้วในงวด เช่น ค่าบริการบริษัทโฆษณาของเดือนปัจจุบัน

หัวข้อรายละเอียด
บันทึกบัญชีกรณีใช้บริการแล้ว
Dr. ค่าโฆษณา (ค่าใช้จ่าย)
Cr. เจ้าหนี้ / เงินสดหรือธนาคาร (หนี้สิน / สินทรัพย์)

กรณีจ่ายเงินค่าโฆษณาล่วงหน้า 100,000 บาท
Dr. ค่าใช้จ่ายจ่ายล่วงหน้า 100,000 (สินทรัพย์)
Cr. เงินสดหรือธนาคาร 100,000 (สินทรัพย์)

เมื่อใช้โฆษณาจริง 30,000 บาท
Dr. ค่าโฆษณา 30,000 (ค่าใช้จ่าย)
Cr. ค่าใช้จ่ายจ่ายล่วงหน้า 30,000 (สินทรัพย์)
เอกสารที่ควรมีใบแจ้งหนี้, ใบเสร็จหรือหลักฐานการจ่าย, รายงานค่าโฆษณาจากแพลตฟอร์ม, สัญญาหรือรายละเอียดการให้บริการถ้ามี
ภาษีที่ต้องเช็กถ้าเป็นผู้ให้บริการในประเทศไทย ให้ตรวจ VAT และภาษีหัก ณ ที่จ่ายตามลักษณะรายการ ส่วนผู้ให้บริการต่างประเทศต้องพิจารณา ภ.พ.36 ด้วย
จุดที่ต้องระวังอย่าตัดยอดที่เติมเข้าแพลตฟอร์มเป็นค่าโฆษณาทั้งหมด หากยังใช้บริการไม่ครบ และไม่ควรเหมารวมว่าบริการจากต่างประเทศทุกกรณีมีภาษีเหมือนกัน
หลักคิดรับรู้ค่าโฆษณาตาม ยอดที่ใช้บริการจริงในงวด ไม่ใช่ดูเฉพาะยอดเงินที่จ่ายหรือเติมไว้ล่วงหน้า

Tip จาก CPD Academy: ค่าโฆษณาออนไลน์ควรกระทบยอดระหว่าง ยอดเติมเงิน ยอดใช้จริง และยอดคงเหลือ ก่อนปิดบัญชีค่ะ


5. ค่าวัสดุสิ้นเปลือง

เช่น เครื่องเขียน น้ำยาทำความสะอาด หรือวัสดุสำนักงานที่ซื้อมาเพื่อใช้ในการดำเนินงาน

หัวข้อรายละเอียด
บันทึกบัญชีกรณีซื้อมาใช้ทันที
Dr. ค่าวัสดุสิ้นเปลือง (ค่าใช้จ่าย)
Cr. เจ้าหนี้ / เงินสดหรือธนาคาร (หนี้สิน / สินทรัพย์)
เอกสารที่ควรมีใบสั่งซื้อ, ใบเสร็จหรือใบกำกับภาษี, ใบเบิกวัสดุถ้ามีระบบควบคุม
ภาษีที่ต้องเช็กตรวจ VAT จากเอกสารซื้อ และดูว่าภาษีซื้อเป็นไปตามเงื่อนไขที่เกี่ยวข้องหรือไม่
จุดที่ต้องระวังถ้าซื้อวัสดุจำนวนมากและปลายงวดยังเหลือใช้อย่างมีสาระสำคัญ ไม่ควรตัดเป็นค่าใช้จ่ายตามยอดซื้อทั้งหมดโดยอัตโนมัติ
หลักคิดดูว่า วัสดุถูกนำไปใช้แล้วเท่าไร และยังเหลือเท่าไร โดยเฉพาะกิจการที่ซื้อวัสดุครั้งละมาก ๆ

Tip จาก CPD Academy: ถ้ามูลค่าวัสดุคงเหลือเริ่มสูง ควรมีทะเบียนหรือใบเบิกช่วยควบคุม จะตามยอดปลายงวดง่ายกว่าค่ะ


6. ค่าประกันภัย

สมมติบริษัทจ่ายค่าเบี้ยประกันภัย 120,000 บาท ครอบคลุมระยะเวลา 12 เดือน

หัวข้อรายละเอียด
บันทึกบัญชีวันจ่ายค่าเบี้ย
Dr. ค่าเบี้ยประกันภัยจ่ายล่วงหน้า 120,000 (สินทรัพย์)
Cr. เงินสดหรือธนาคาร 120,000 (สินทรัพย์)

เมื่อผ่านไป 1 เดือน
Dr. ค่าประกันภัย 10,000 (ค่าใช้จ่าย)
Cr. ค่าเบี้ยประกันภัยจ่ายล่วงหน้า 10,000 (สินทรัพย์)
เอกสารที่ควรมีกรมธรรม์, ใบแจ้งค่าเบี้ย, ใบเสร็จ, ตารางตัดค่าใช้จ่ายรายเดือน
ภาษีที่ต้องเช็กตรวจประเภทกรมธรรม์ก่อนว่าเป็นประกันวินาศภัยหรือประกันประเภทอื่น หากเป็นประกันวินาศภัย ให้เช็ก VAT จากเอกสาร และพิจารณาภาษีหัก ณ ที่จ่าย 1% ตามประเภทผู้จ่าย–ผู้รับด้วย
จุดที่ต้องระวังไม่ควรตัดค่าเบี้ยทั้ง 12 เดือนเป็นค่าใช้จ่ายทันที เพียงเพราะบริษัทจ่ายเงินครบแล้ว
หลักคิดค่าใช้จ่ายควรรับรู้ตาม ช่วงเวลาที่กิจการได้รับความคุ้มครอง ส่วนที่ยังไม่ถึงงวดเป็นค่าใช้จ่ายจ่ายล่วงหน้า

Tip จาก CPD Academy: ทำตารางตัดค่าเบี้ยประกันไว้ตั้งแต่วันที่เริ่มกรมธรรม์ จะช่วยลดโอกาสลืมตัดค่าใช้จ่ายรายเดือนค่ะ


7. ค่าเดินทาง

เช่น ค่าแท็กซี่ ค่าเครื่องบิน ค่าที่พัก หรือค่าเดินทางเพื่อไปพบลูกค้า

หัวข้อรายละเอียด
บันทึกบัญชีDr. ค่าเดินทาง (ค่าใช้จ่าย)
Cr. เงินสด / ธนาคาร / ค่าใช้จ่ายค้างจ่าย (สินทรัพย์ / หนี้สิน)
เอกสารที่ควรมีใบเสร็จ, ใบกำกับภาษีถ้ามี, เอกสารขอเดินทางหรือรายงานการเดินทาง, หลักฐานวัตถุประสงค์ทางธุรกิจ
ภาษีที่ต้องเช็กตรวจ VAT และเอกสารประกอบตามประเภทค่าใช้จ่าย รวมถึงความเกี่ยวข้องกับกิจการ
จุดที่ต้องระวังมีใบเสร็จอย่างเดียวอาจยังไม่เพียงพอ ต้องสามารถอธิบายได้ว่าการเดินทางนั้นเกี่ยวข้องกับงานหรือกิจการอย่างไร
หลักคิดค่าเดินทางควรมีทั้ง หลักฐานการจ่าย และ เหตุผลทางธุรกิจ รองรับรายการว่าเกี่ยวข้องกับงานหรือกิจการอย่างไร

Tip จาก CPD Academy: ถ้าบริษัทมีค่าเดินทางบ่อย ควรให้พนักงานระบุวัตถุประสงค์ ลูกค้า หรือโครงการไว้ตั้งแต่ตอนเบิกค่าใช้จ่ายค่ะ


8. ค่าเสื่อมราคา

ค่าเสื่อมราคาไม่ได้เกิดขึ้นในวันที่จ่ายเงินซื้อสินทรัพย์ แต่เป็นการทยอยรับรู้ต้นทุนของสินทรัพย์ตามระยะเวลาที่กิจการใช้ประโยชน์ค่ะ

หัวข้อรายละเอียด
บันทึกบัญชีตอนซื้อสินทรัพย์
Dr. อาคารและอุปกรณ์ (สินทรัพย์)
Cr. เจ้าหนี้อื่น / เงินสดหรือธนาคาร (หนี้สิน / สินทรัพย์)

เมื่อบันทึกค่าเสื่อมราคา
Dr. ค่าเสื่อมราคา (ค่าใช้จ่าย)
Cr. ค่าเสื่อมราคาสะสม (บัญชีปรับมูลค่าสินทรัพย์)
เอกสารที่ควรมีเอกสารซื้อสินทรัพย์, ทะเบียนสินทรัพย์ถาวร, ตารางคำนวณค่าเสื่อมราคา, รายละเอียดอายุการใช้งานและนโยบายบัญชี
ภาษีที่ต้องเช็กค่าเสื่อมราคาทางบัญชีกับค่าเสื่อมราคาที่ใช้คำนวณภาษีอาจแตกต่างกัน จึงต้องตรวจหลักเกณฑ์ภาษีแยกจากบัญชี
จุดที่ต้องระวังอย่านำสินทรัพย์ที่ให้ประโยชน์หลายงวดไปบันทึกเป็นค่าใช้จ่ายทันทีเพียงเพราะกิจการจ่ายเงินแล้ว
หลักคิดแยกให้ได้ก่อนว่า ซื้อค่าใช้จ่าย หรือซื้อสินทรัพย์ ถ้าเป็นสินทรัพย์จึงค่อยทยอยรับรู้ค่าเสื่อมราคาตามหลักเกณฑ์ที่กิจการใช้

Tip จาก CPD Academy: ก่อนปิดบัญชีควรกระทบยอดทะเบียนสินทรัพย์กับบัญชีแยกประเภท และเช็กสินทรัพย์ที่ซื้อเพิ่มหรือเลิกใช้ระหว่างปีด้วยค่ะ


9. ดอกเบี้ยจ่าย

ถ้าดอกเบี้ยเกิดขึ้นแล้วในงวด แม้กิจการยังไม่ได้จ่ายเงิน ก็ต้องพิจารณารับรู้ค่าใช้จ่ายให้ตรงงวดค่ะ

หัวข้อรายละเอียด
บันทึกบัญชีเกิดแล้วแต่ยังไม่จ่าย
Dr. ดอกเบี้ยจ่าย (ค่าใช้จ่าย)
Cr. ดอกเบี้ยค้างจ่าย (หนี้สิน)

เมื่อจ่ายจริง
Dr. ดอกเบี้ยค้างจ่าย
Cr. เงินสดหรือธนาคาร

ถ้าเกิดและจ่ายในงวดเดียวกัน
Dr. ดอกเบี้ยจ่าย
Cr. เงินสดหรือธนาคาร
เอกสารที่ควรมีสัญญาเงินกู้, ตารางคำนวณดอกเบี้ย, รายการเดินบัญชี, ใบแจ้งยอดจากผู้ให้กู้
ภาษีที่ต้องเช็กตรวจภาษีหัก ณ ที่จ่ายและเงื่อนไขทางภาษีของดอกเบี้ยตามประเภทผู้รับและข้อเท็จจริงของรายการ
จุดที่ต้องระวังดอกเบี้ยบางกรณีอาจต้องรวมเป็นต้นทุนของสินทรัพย์ตามหลักบัญชี ไม่ควรถือเป็นค่าใช้จ่ายทั้งหมดโดยอัตโนมัติ
หลักคิดรับรู้ดอกเบี้ยตาม ช่วงเวลาที่ต้นทุนทางการเงินเกิดขึ้น ไม่ใช่ดูเฉพาะวันที่ธนาคารตัดเงิน

Tip จาก CPD Academy: ปลายเดือนลองเทียบยอดดอกเบี้ยในบัญชีกับตารางเงินกู้ทุกสัญญา จะช่วยจับรายการที่ควรตั้งค้างจ่ายแต่ยังไม่ได้บันทึกค่ะ


10. ค่าธรรมเนียมวิชาชีพ

เช่น ค่าทำบัญชี ค่าสอบบัญชี ค่าที่ปรึกษา ค่ากฎหมาย หรือค่าบริการวิชาชีพเฉพาะด้าน

หัวข้อรายละเอียด
บันทึกบัญชีถ้าได้รับบริการแล้วแต่ยังไม่ได้จ่าย
Dr. ค่าธรรมเนียมวิชาชีพ (ค่าใช้จ่าย)
Cr. ค่าใช้จ่ายค้างจ่าย (หนี้สิน)

ถ้าจ่ายในงวดเดียวกัน
Cr. เงินสดหรือธนาคาร แทนได้ตามข้อเท็จจริง
เอกสารที่ควรมีหนังสือตกลงว่าจ้างหรือสัญญา, ใบแจ้งหนี้, ใบกำกับภาษีถ้ามี, หนังสือรับรองหัก ณ ที่จ่าย
ภาษีที่ต้องเช็กค่าบริการและวิชาชีพบางประเภทอาจอยู่ในข่ายภาษีหัก ณ ที่จ่าย จึงต้องดู ประเภทเงินได้และผู้รับเงิน ก่อนจ่าย
จุดที่ต้องระวังอย่ารอให้ได้รับใบแจ้งหนี้แล้วค่อยพิจารณาค่าใช้จ่าย หากบริการเกิดขึ้นแล้วก่อนวันสิ้นงวด ต้องตรวจว่าควรตั้งเจ้าหนี้หรือค่าใช้จ่ายค้างจ่ายหรือไม่
หลักคิดดูว่า ได้รับบริการเมื่อไร มากกว่าดูว่าใบแจ้งหนี้มาถึงเมื่อไร เพื่อให้ค่าใช้จ่ายอยู่ถูกงวด

Tip จาก CPD Academy: ค่าสอบบัญชี ค่าทำบัญชี และค่าที่ปรึกษาเป็นรายการที่ควรเช็กเป็นพิเศษช่วงปิดงบ เพราะบริการอาจเกิดขึ้นแล้ว แต่เอกสารหรือการเรียกเก็บเงินมาทีหลังค่ะ

จาก 10 ตัวอย่าง จะเห็นว่าหลักสำคัญคือ ดูงวดที่เกิดค่าใช้จ่าย สถานะการจ่ายเงิน ภาษี และเอกสารประกอบให้ครบ
ต่อไปมาดูหลักง่าย ๆ ว่า ค่าใช้จ่ายแต่ละกรณีควรบันทึก Dr./Cr. อย่างไร


ค่าใช้จ่ายแต่ละกรณีบันทึก Dr./Cr. ต่างกันอย่างไร

ก่อนบันทึก Dr./Cr. ไม่จำเป็นต้องจำเป็นรายชื่อค่าใช้จ่ายทุกประเภทค่ะ ให้ดูจาก สถานะของรายการ ก่อนว่า ค่าใช้จ่ายเกิดขึ้นแล้วหรือยัง และกิจการจ่ายเงินแล้วหรือไม่ เพราะสองเรื่องนี้เป็นตัวกำหนดว่าจะเครดิตเงินสด เจ้าหนี้ ค่าใช้จ่ายค้างจ่าย หรือบันทึกเป็นค่าใช้จ่ายจ่ายล่วงหน้า

เมื่อแยกสถานะได้ถูก การบันทึกบัญชีก็จะง่ายขึ้น และนำหลักเดียวกันไปใช้กับค่าใช้จ่ายประเภทอื่นได้ค่ะ

ค่าใช้จ่ายแต่ละกรณี บันทึกบัญชีต่างกันอย่างไร
ค่าใช้จ่ายแต่ละกรณี บันทึกบัญชีต่างกันอย่างไร
กรณีตอนเกิดรายการตอนจ่าย/รับรู้ต่อ
1. จ่ายเงินทันทีDr. ค่าใช้จ่าย (ค่าใช้จ่าย)
Cr. เงินสด / ธนาคาร (สินทรัพย์)
ใช้เมื่อค่าใช้จ่ายเกิดและจ่ายในงวดเดียวกัน เช่น ค่า Taxi
2. ซื้อเชื่อ / ตั้งเจ้าหนี้Dr. ค่าใช้จ่าย (ค่าใช้จ่าย)
Cr. เจ้าหนี้ / ค่าใช้จ่ายค้างจ่าย (หนี้สิน)
ตอนจ่ายจริง
Dr. เจ้าหนี้ / ค่าใช้จ่ายค้างจ่าย
Cr. เงินสด / ธนาคาร
3.จ่ายล่วงหน้าหรือยังไม่ได้จ่าย
3.1 จ่ายเงินก่อนใช้ประโยชน์
Dr. ค่าใช้จ่ายจ่ายล่วงหน้า (สินทรัพย์)
Cr. เงินสด / ธนาคาร (สินทรัพย์)
เมื่อใช้ประโยชน์แล้ว
Dr. ค่าใช้จ่าย
Cr. ค่าใช้จ่ายจ่ายล่วงหน้า
3.จ่ายล่วงหน้าหรือยังไม่ได้จ่าย
3.2 ใช้บริการแล้วแต่ยังไม่ได้จ่าย
Dr. ค่าใช้จ่าย (ค่าใช้จ่าย)
Cr. ค่าใช้จ่ายค้างจ่าย (หนี้สิน)
เมื่อจ่ายจริง
Dr. ค่าใช้จ่ายค้างจ่าย
Cr. เงินสด / ธนาคาร

ให้จำหลักสั้น ๆ ว่า เกิดค่าใช้จ่ายเมื่อไร และจ่ายเงินเมื่อไร แล้วค่อยเลือก Dr./Cr. ให้ตรงกับข้อเท็จจริงของรายการ


เอกสาร VAT และภาษีหัก ณ ที่จ่ายที่ต้องเช็ก

ก่อนบันทึกค่าใช้จ่าย อย่าดูแค่ Invoice ค่ะ เพราะรายการเดียวอาจมีทั้งเรื่อง VAT ภาษีหัก ณ ที่จ่าย และภาษีกรณีจ่ายต่างประเทศ เข้ามาเกี่ยวข้อง

สรุปง่าย ๆ ให้เช็กตามนี้ค่ะ

เรื่องที่ต้องเช็กดูอะไรบ้าง
VATผู้ขายจด VAT หรือไม่, เอกสารใช้เป็นใบกำกับภาษีได้หรือไม่, รายการมี VAT หรือได้รับยกเว้น และภาษีซื้อนำมาใช้ได้หรือไม่
ภาษีหัก ณ ที่จ่ายผู้รับเงินเป็นใคร, จ่ายค่าอะไร, ต้องหักหรือไม่, ใช้อัตราเท่าไร และต้องยื่นแบบใด
บริการต่างประเทศต้องแยกดูทั้ง ภ.พ.36 และ ภ.ง.ด.54 รวมถึงประเภทเงินได้ อนุสัญญาภาษีซ้อน และสถานที่ใช้บริการ

Checklist ก่อนบันทึกบัญชีค่าใช้จ่าย

ก่อนกดบันทึกรายการค่าใช้จ่าย แนะนำให้ใช้ Checklist นี้ไล่เช็กจากบนลงล่างค่ะ เพราะหลายครั้งปัญหาไม่ได้เกิดจาก Dr./Cr. อย่างเดียว แต่เกิดจากลงผิดงวด เลือกบัญชีไม่เหมาะ ภาษีไม่ครบ หรือเอกสารตามกลับไม่ได้
Checklist นี้จึงช่วยให้เช็กทั้ง บัญชี ภาษี และเอกสาร ในรอบเดียวก่อนปิดรายการค่ะ

Checklist ก่อนบันทึกบัญชีค่าใช้จ่าย
Checklist ก่อนบันทึกบัญชีค่าใช้จ่าย
ลำดับChecklistอธิบาย
1รายการนี้เป็นค่าใช้จ่ายจริง ไม่ใช่สินทรัพย์ดูก่อนว่ารายการนั้นใช้ประโยชน์ไปแล้วในงวดนี้หรือยัง ถ้ายังมีประโยชน์ในอนาคต อาจต้องพิจารณาเป็นสินทรัพย์หรือค่าใช้จ่ายจ่ายล่วงหน้า
2บันทึกถูกงวดเช็กว่าสินค้าหรือบริการเกิดขึ้นเดือนไหน ไม่ควรดูเฉพาะวันที่ได้รับเอกสารหรือวันที่จ่ายเงิน
3เลือกบัญชีค่าใช้จ่ายถูกประเภทแยกให้ถูกว่าเป็นต้นทุน ค่าใช้จ่ายในการขาย ค่าใช้จ่ายบริหาร หรือบัญชีประเภทอื่น เพื่อให้รายงานใช้งานต่อได้
4แยกจ่ายล่วงหน้า / ค้างจ่ายแล้วถ้าจ่ายเงินก่อนใช้ประโยชน์ อาจเป็นค่าใช้จ่ายจ่ายล่วงหน้า แต่ถ้าได้รับบริการแล้วและยังไม่จ่าย ต้องพิจารณาตั้งเจ้าหนี้หรือค่าใช้จ่ายค้างจ่าย
5VAT ถูกต้องเช็กว่ารายการมี VAT หรือไม่ เอกสารภาษีใช้ได้หรือไม่ และภาษีซื้อมีเงื่อนไขอะไรที่ต้องพิจารณาเพิ่มเติม
6ภาษีหัก ณ ที่จ่ายถูกต้องดูประเภทเงินได้ ผู้รับเงิน อัตราที่ต้องหัก และแบบนำส่งที่เกี่ยวข้อง
7ถ้าเป็นต่างประเทศ เช็ก ภ.พ.36 / ภ.ง.ด.54 แล้วรายการจ่ายต่างประเทศต้องวิเคราะห์เพิ่มตามลักษณะบริการ ประเภทเงินได้ และข้อเท็จจริงของรายการ ไม่ควรเหมารวมทุกกรณี
8เอกสารครบตรวจว่าเอกสารสำคัญ เช่น Invoice ใบเสร็จ ใบกำกับภาษี สัญญา หรือหลักฐานการรับบริการ มีครบเพียงพอ
9มีหลักฐานการอนุมัติและการจ่ายควรมีเอกสารภายในและหลักฐานการจ่าย เช่น ใบอนุมัติ ใบสำคัญจ่าย หรือหลักฐานโอน เพื่อให้ตรวจสอบย้อนหลังได้
10รายการเชื่อมกับ GL และรายงานได้หลังบันทึกแล้วควรตามจากเอกสารต้นทางไปยังรายการบัญชี GL และรายงานที่เกี่ยวข้องได้อย่างต่อเนื่อง

Tip จาก CPD Academy: ถ้ามีข้อไหนใน Checklist ที่ยังตอบไม่ได้ อย่าเพิ่งรีบบันทึกค่ะ ตามข้อมูลหรือเอกสารให้ครบก่อน จะง่ายกว่าย้อนกลับมาแก้ตอนปิดบัญชี

ถ้าใช้ Checklist นี้เป็นประจำ จะช่วยลดปัญหา ลงผิดบัญชี ผิดงวด ลืมภาษี เอกสารไม่ครบ และตามรายการย้อนหลังไม่ได้ ทำให้ตอนปิดบัญชีตรวจงานได้เร็วขึ้น และลดเวลาย้อนแก้ปลายเดือนได้เยอะค่ะ


อ่านต่อในบทความอื่นในหมวด “ค่าใช้จ่าย”


สรุป ตัวอย่างบันทึกบัญชีค่าใช้จ่ายและเอกสารที่ต้องใช้

เมื่อเห็น 10 ตัวอย่างบันทึกบัญชีค่าใช้จ่าย แล้ว สิ่งสำคัญไม่ใช่การจำ Dr./Cr. ของแต่ละรายการค่ะ แต่คือการเข้าใจวิธีคิดว่า ค่าใช้จ่ายเกิดเมื่อไร จ่ายแล้วหรือยัง มีส่วนที่ต้องตั้งค้างจ่ายหรือจ่ายล่วงหน้าหรือไม่ ภาษีอะไรเกี่ยวข้อง และต้องมีเอกสารอะไรประกอบ

พอเข้าใจหลักนี้แล้ว เวลาเจอรายการใหม่ ๆ ก็จะวิเคราะห์ได้ง่ายขึ้น ไม่ต้องท่องเป็นกรณี ๆ และยังช่วยให้ ลงบัญชีถูกงวด ลดการแก้ไขตอนปิดบัญชี และตามเอกสารย้อนหลังได้ง่ายขึ้นค่ะ


สำหรับตัวอย่างบันทึกบัญชีค่าใช้จ่ายทำความเข้าใจกันไปแล้ว แนะนำฝึกต่อจากเอกสารจริงค่ะ
คอร์ส ทำบัญชี–ปิดบัญชีรายเดือน สำหรับนักบัญชีมือใหม่ ของ CPD Academy
พาฝึกตั้งแต่การดูเอกสาร บันทึกซื้อ–ขาย–ค่าใช้จ่าย กระทบยอด ไปจนถึงตรวจงบทดลองและปิดบัญชีรายเดือน เพื่อให้เข้าใจ Flow งานมากกว่าการจำ Dr./Cr. อย่างเดียวค่ะ

คอร์สอบรมเก็บชั่วโมง CPD
คอร์สอบรมเก็บชั่วโมง CPD

FAQ ตัวอย่างบันทึกบัญชีค่าใช้จ่าย

1. จ่ายเงินแล้วต้องบันทึกเป็นค่าใช้จ่ายทันทีหรือไม่?
ไม่เสมอค่ะ ถ้ายังไม่ได้ใช้ประโยชน์ อาจต้องบันทึกเป็นค่าใช้จ่ายจ่ายล่วงหน้าก่อน

2. ได้รับ Invoice แล้วแต่ยังไม่จ่าย ต้องลงบัญชีไหม?
ถ้าบริการเกิดขึ้นแล้วและเข้าเกณฑ์รับรู้ อาจต้องบันทึกค่าใช้จ่ายพร้อมเจ้าหนี้อื่นหรือค่าใช้จ่ายค้างจ่ายค่ะ

3. ค่าใช้จ่ายค้างจ่ายกับเจ้าหนี้การค้าเหมือนกันไหม?
ไม่เหมือนกันค่ะ เจ้าหนี้การค้า มักเกิดจากการซื้อสินค้าหรือรับบริการเป็นเงินเชื่อ และโดยทั่วไปมีเอกสารเรียกเก็บที่ค่อนข้างชัดเจนแล้ว

ส่วน ค่าใช้จ่ายค้างจ่าย คือค่าใช้จ่ายในกิจการ ที่ไม่ใช่การซื้อสินค้าหรือรับบริการ ที่เกิดขึ้นในงวดแล้วแต่ยังไม่ได้จ่าย และบางกรณีอาจยังไม่ได้รับ Invoice จึงต้องประมาณยอดจากข้อมูลที่มีเพื่อให้บันทึกค่าใช้จ่ายได้ถูกงวดค่ะ

4. จ่ายบริษัทต่างประเทศต้องยื่น ภ.ง.ด.54 ทุกครั้งไหม?
ไม่ค่ะ ต้องดูประเภทเงินได้ มาตรา 70 และอนุสัญญาภาษีซ้อนประกอบด้วย

5. บัญชีค่าใช้จ่ายถูกแล้ว แปลว่าภาษีถูกด้วยไหม?
ไม่เสมอค่ะ หลักบัญชีกับหลักภาษีต้องตรวจแยกกัน


เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • เปิดใช้งานตลอด

บันทึกการตั้งค่า