เผยแพร่ครั้งแรก: 14 กันยายน 2026
อัปเดตล่าสุด: 29 กันยายน 2026
ถ้ากิจการมีพนักงานที่เป็นผู้ประกันตน งานยื่นประกันสังคมออนไลน์ สปส.1-10 เป็นงานที่ฝ่ายบัญชีหรือผู้ดูแลเงินเดือนต้องทำเป็นประจำทุกเดือนค่ะ
จุดที่มักพลาดไม่ได้มีแค่เรื่องวันยื่น แต่รวมถึง รายชื่อผู้ประกันตน ค่าจ้าง เงินสมทบ และสถานะพนักงานเข้า–ออก ที่ต้องตรงกับข้อมูลเงินเดือนก่อนกดยืนยันในระบบ
บทความนี้ CPD Academy จึงสรุป วิธียื่นประกันสังคมออนไลน์ สปส.1-10 พร้อม Timeline รายเดือน ตั้งแต่ปิดข้อมูลเงินเดือน เตรียมข้อมูล ยื่นผ่าน e-Service เช็กยอด ไปจนถึงเก็บหลักฐานหลังยื่น เพื่อให้เห็น Flow งานตั้งแต่ต้นจนจบค่ะ
สปส.1-10 คืออะไร และใครต้องยื่น
สปส.1-10 คือแบบรายการแสดงการส่งเงินสมทบที่นายจ้างใช้ยื่นข้อมูลผู้ประกันตนและนำส่งเงินสมทบประกันสังคมในแต่ละเดือนค่ะ
ฝ่ายที่ต้องดูแลงานส่วนนี้คือ นายจ้างที่มีลูกจ้างเป็นผู้ประกันตน โดยข้อมูลที่ใช้ยื่นจะเกี่ยวข้องกับรายชื่อผู้ประกันตน ค่าจ้าง และเงินสมทบของงวดนั้น
สำหรับฝ่ายบัญชี สิ่งที่ควรระวังคือ ข้อมูลในระบบประกันสังคมต้องสอดคล้องกับข้อมูลเงินเดือนของเดือนนั้น โดยเฉพาะกรณีพนักงานเข้าใหม่ ลาออก หรือมีการแก้ไขค่าจ้างค่ะ
Timeline ยื่นประกันสังคมรายเดือน ต้องทำอะไรช่วงไหน
งานยื่นประกันสังคมรายเดือนสามารถแบ่งได้ ตั้งแต่เตรียมข้อมูลก่อนยื่น ไปจนถึงตรวจและเก็บหลักฐานหลังยื่น
เป็น 5 ช่วงหลักดังนี้ค่ะ
| ช่วงงาน | สิ่งที่ควรทำ |
|---|---|
| เตรียมข้อมูลก่อนยื่น | เช็กรายชื่อผู้ประกันตน เลขประจำตัว ค่าจ้าง ฐานค่าจ้าง เงินสมทบ และพนักงานเข้า–ออก |
| ยื่นผ่าน e-Service | เข้าระบบ เลือกเมนู สปส.1-10 และบันทึกหรือนำเข้าข้อมูล |
| ตรวจข้อมูลก่อนกดยืนยัน | เช็กจำนวนผู้ประกันตน ค่าจ้าง และเงินสมทบให้ตรงกับข้อมูลต้นทาง |
| ยื่นและชำระภายในกำหนด | ยืนยันแบบและชำระเงินสมทบตามกำหนดของงวดนั้น |
| ตรวจและเก็บหลักฐานหลังยื่น | เก็บแบบ สปส.1-10 หลักฐานการชำระ ตรวจยอดอีกครั้ง และเตรียมรอบถัดไป |
Tip จาก CPD Academy: จำ Flow สั้น ๆ ว่า เตรียมข้อมูล → ยื่น e-Service → เช็กก่อนกด → ชำระ → เก็บหลักฐาน
ก่อนยื่นประกันสังคมออนไลน์ต้องเตรียมอะไรบ้าง?
ก่อนยื่นแบบ สปส.1-10 ควรเตรียมข้อมูลให้ครบ 7 รายการนี้ค่ะ

| ข้อมูลที่ต้องเตรียม | เช็กอะไร |
|---|---|
| 1. รายชื่อผู้ประกันตน | รายชื่อครบ ไม่มีตกหล่นหรือซ้ำ |
| 2. เลขประจำตัวประชาชน | ตรงกับข้อมูลของผู้ประกันตน |
| 3. ค่าจ้าง | ตรงกับข้อมูลเงินเดือนของเดือนนั้น |
| 4. ฐานค่าจ้าง | ใช้คำนวณเงินสมทบถูกต้อง |
| 5. เงินสมทบส่วนลูกจ้าง | ตรงกับยอดที่หักจากพนักงาน |
| 6. เงินสมทบส่วนนายจ้าง | ตรงกับยอดที่นายจ้างต้องนำส่ง |
| 7. พนักงานเข้าใหม่–ลาออก | สถานะในระบบเป็นปัจจุบัน |
จุดที่ควรเช็กเป็นพิเศษ
พนักงานเข้าใหม่–ลาออก
ควรเช็กสถานะในระบบให้เรียบร้อย เพราะมีผลต่อการนำส่งเงินสมทบของแต่ละงวดค่ะ
ค่าจ้างและฐานค่าจ้าง
ฐานค่าจ้างประกันสังคมไม่จำเป็นต้องเท่ากับยอด ภ.ง.ด.1 ค่ะ เพราะฐานค่าจ้างประกันสังคมใช้เงินที่นายจ้างจ่ายเป็นค่าตอบแทนการทำงานในวันและเวลาทำงานปกติ เช่น เงินเดือนหรือค่าจ้างประจำ
ส่วน ภ.ง.ด.1 ครอบคลุมเงินได้ตามมาตรา 40(1) และ 40(2) ซึ่งกว้างกว่า เช่น เงินเดือน ค่าจ้าง โบนัส ค่านายหน้า หรือค่าตอบแทนจากการรับทำงานให้
หลักจำง่าย: ฐานค่าจ้างประกันสังคมดูว่า เป็นค่าจ้างสำหรับการทำงานในเวลาปกติหรือไม่
เงินสมทบ
ก่อนเข้า e-Service ควรตรวจให้ยอดเงินสมทบส่วนลูกจ้างและส่วนนายจ้างตรงกับข้อมูลที่คำนวณไว้
Tip จาก CPD Academy: จำง่าย ๆ ว่า คนครบ → ค่าจ้างถูก → ฐานถูก → เงินสมทบตรง
วิธียื่นประกันสังคมออนไลน์ สปส.1-10 ผ่านระบบ e-Service
หลังเตรียมข้อมูลผู้ประกันตน ค่าจ้าง และเงินสมทบเรียบร้อยแล้ว ขั้นตอนต่อไปคือวิธียื่นประกันสังคมออนไลน์ผ่านระบบ e-Service ของสำนักงานประกันสังคมค่ะ
สรุปขั้นตอนการยื่นได้ 6 ขั้นตอน ดังนี้

| ขั้นตอน | ต้องทำอะไร |
|---|---|
| 1. เข้าสู่ระบบ e-Service | เข้าระบบด้วยบัญชีนายจ้าง |
| 2. เลือกเมนูยื่นแบบ สปส.1-10 | เลือกงวดเดือนที่ต้องการนำส่งให้ถูกต้อง |
| 3. บันทึกหรือนำเข้าข้อมูล | กรอกข้อมูลผู้ประกันตน ค่าจ้าง และเงินสมทบ |
| 4. ตรวจสอบข้อมูลในระบบ | เช็กจำนวนผู้ประกันตน ค่าจ้าง และเงินสมทบก่อนยืนยัน |
| 5. ยืนยันการยื่นและชำระเงิน | ส่งแบบและดำเนินการชำระเงินสมทบ |
| 6. เก็บหลักฐาน | ดาวน์โหลดแบบและเก็บหลักฐานการชำระไว้ตรวจสอบย้อนหลัง |
ขั้นตอนที่ 1 เข้าสู่ระบบ e-Service
เข้าสู่ระบบ e-Service ของสำนักงานประกันสังคมด้วยบัญชีนายจ้าง จากนั้นเลือกส่งข้อมูลเงินสมทบ

ขั้นตอนที่ 2 เลือกเมนูยื่นแบบ สปส.1-10
เลือกแบบ สปส.1-10 และตรวจงวดเดือนที่ต้องการนำส่งให้ถูกต้องก่อนเริ่มกรอกข้อมูลค่ะ

จุดนี้ควรเช็กให้ดี เพราะหากเลือกงวดผิด แม้รายชื่อและยอดเงินสมทบจะถูกต้อง ก็อาจทำให้ข้อมูลไปอยู่ผิดเดือน
ขั้นตอนที่ 3 บันทึกหรือนำเข้าข้อมูล
ในขั้นตอนนี้ ให้ระบุ จำนวนผู้ประกันตนที่ต้องนำส่งเงินสมทบ จากนั้นกรอกข้อมูลของแต่ละคน เช่น เลขประจำตัวประชาชน คำนำหน้า ชื่อ นามสกุล และ ค่าจ้างที่ใช้คำนวณเงินสมทบ ให้ครบถ้วนค่ะ

ก่อนกด ดำเนินการต่อ แนะนำให้ตรวจอีกครั้งว่า จำนวนผู้ประกันตน รายชื่อ และค่าจ้าง ตรงกับข้อมูล Payroll ของงวดนั้น เพื่อป้องกันข้อมูลตกหล่นหรือยอดเงินสมทบคลาดเคลื่อนค่ะ
ขั้นตอนที่ 4 ตรวจสอบข้อมูลในระบบ
ก่อนกดยืนยัน ให้ตรวจข้อมูลในระบบกับข้อมูลเงินเดือนอีกครั้ง โดยเฉพาะจำนวนผู้ประกันตน ค่าจ้าง และเงินสมทบ

หากต้องการเช็กละเอียด สามารถดู Checklist ในหัวข้อถัดไปค่ะ
ขั้นตอนที่ 5 ยืนยันการยื่นและชำระเงิน
เมื่อข้อมูลถูกต้องแล้ว จึงค่อยยืนยันแบบและดำเนินการชำระเงินสมทบตามช่องทางที่ระบบกำหนด
ก่อนชำระ ควรตรวจงวดเดือนและยอดเงินสมทบอีกครั้ง เพื่อป้องกันการนำส่งผิดงวดหรือผิดยอดค่ะ
ขั้นตอนที่ 6 เก็บหลักฐาน
หลังยื่นและชำระเรียบร้อยแล้ว ควรดาวน์โหลดแบบ สปส.1-10 และเก็บหลักฐานการชำระของเดือนนั้นไว้ด้วยกัน เพื่อใช้ตรวจสอบย้อนหลังและกระทบยอดกับข้อมูลเงินเดือนภายหลังได้ง่ายขึ้นค่ะ

Tip จาก CPD Academy: จำ Flow สั้น ๆ ว่า
เข้า e-Service → เลือกงวด → ใส่ข้อมูล → ตรวจยอด → ยืนยันและชำระ → เก็บหลักฐาน
Checklist ก่อนกดยืนยัน สปส.1-10
ก่อนกดยืนยันแบบ ควรเช็กข้อมูลในระบบอีกครั้งให้ตรงกับข้อมูลเงินเดือนของเดือนนั้นค่ะ โดยเฉพาะรายชื่อผู้ประกันตน ค่าจ้าง และเงินสมทบ
| จุดที่ต้องเช็ก | เช็กอะไร |
|---|---|
| 1. งวดเดือน | เลือกเดือนที่ต้องการนำส่งถูกต้อง |
| 2. รายชื่อผู้ประกันตน | รายชื่อครบ ไม่มีตกหล่นหรือซ้ำ |
| 3. ข้อมูลรายบุคคล | ชื่อ เลขประจำตัว และค่าจ้างถูกต้อง |
| 4. พนักงานเข้าใหม่–ลาออก | สถานะในระบบเป็นปัจจุบัน |
| 5. ค่าจ้างรวม | ตรงกับข้อมูลเงินเดือนของเดือนนั้น |
| 6. เงินสมทบรวม | ตรงกับยอดที่คำนวณไว้ก่อนยื่น |
ก่อนกดยืนยัน แนะนำให้หยุดเช็ก 3 จุดนี้อีกครั้ง
จำนวนผู้ประกันตน → ค่าจ้างรวม → เงินสมทบรวม
ถ้ายังไม่ตรงกับข้อมูลต้นทาง อย่าเพิ่งกดยืนยันค่ะ ควรหาสาเหตุก่อนว่าเกิดจากรายชื่อตกหล่น สถานะพนักงานยังไม่อัปเดต ค่าจ้างไม่ตรง หรือเงินสมทบคำนวณต่างกัน
สปส.1-10 ต้องยื่นและชำระภายในวันไหน
นายจ้างต้องยื่นแบบ สปส.1-10 และนำส่งเงินสมทบภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดจากเดือนที่มีการหักเงินสมทบค่ะ
ตัวอย่างเช่น
- ค่าจ้างเดือนมกราคม → นำส่งภายใน 15 กุมภาพันธ์
- ค่าจ้างเดือนกุมภาพันธ์ → นำส่งภายใน 15 มีนาคม
- ค่าจ้างเดือนมีนาคม → นำส่งภายใน 15 เมษายน
ก่อนยื่นควรเช็กงวดเดือนในระบบให้ตรงกับข้อมูลเงินเดือนของเดือนนั้นทุกครั้ง เพราะหากเลือกงวดผิด แม้จำนวนผู้ประกันตนและยอดเงินสมทบจะถูก ก็อาจทำให้ต้องย้อนกลับมาแก้ไขภายหลังค่ะ
พนักงานเข้าใหม่หรือลาออก ต้องทำอะไรเพิ่ม
กรณีพนักงานเข้าใหม่หรือลาออก นอกจากเช็กข้อมูลใน สปส.1-10 แล้ว ควรตรวจสถานะผู้ประกันตนในระบบให้ตรงกับข้อเท็จจริงด้วยค่ะ
| กรณี | สิ่งที่ควรเช็ก |
|---|---|
| พนักงานเข้าใหม่ | ตรวจว่าขึ้นทะเบียนผู้ประกันตนเรียบร้อย และสถานะพร้อมนำส่งเงินสมทบ |
| พนักงานลาออก | ตรวจการแจ้งสิ้นสภาพ และเช็กงวดสุดท้ายที่ต้องนำส่งเงินสมทบ |
จุดสำคัญคือสถานะผู้ประกันตนในระบบต้องตรงกับข้อมูลจริงของเดือนนั้นค่ะ โดยเฉพาะวันที่เริ่มงาน วันที่ลาออก และงวดสุดท้ายที่ต้องนำส่งเงินสมทบ
Checklist หลังยื่นประกันสังคม
หลังยื่นแบบและชำระเงินสมทบเรียบร้อยแล้ว ควรเช็กและเก็บหลักฐานให้ครบ 5 เรื่องนี้ค่ะ

| Checklist | ต้องทำอะไร |
|---|---|
| 1. ดาวน์โหลดและเก็บแบบ สปส.1-10 | เก็บแบบให้ตรงกับงวดที่ยื่น |
| 2. เก็บหลักฐานการชำระเงินสมทบ | ตรวจว่าชำระเรียบร้อยและเก็บหลักฐานไว้ |
| 3. ตรวจยอดอีกครั้ง | เช็กจำนวนผู้ประกันตน ค่าจ้าง และเงินสมทบให้ตรงกับข้อมูลต้นทาง |
| 4. จัดเก็บเอกสารไว้ด้วยกัน | เก็บแบบ หลักฐานการชำระ และไฟล์ที่ใช้ตรวจสอบยอดเป็นชุดของเดือนนั้น |
| 5. บันทึกกำหนดรอบถัดไป | เตรียมวันยื่นและชำระของเดือนถัดไปไว้ล่วงหน้า |
การเก็บเอกสารแยกเป็นรายเดือนจะช่วยให้ตรวจย้อนหลังได้ง่ายขึ้น โดยเฉพาะเวลาต้องเทียบข้อมูลประกันสังคมกับข้อมูลเงินเดือนหรือรายการที่เกี่ยวข้องในภายหลังค่ะ
Tip จาก CPD Academy: หลังยื่นแต่ละเดือน แนะนำให้เก็บ แบบ สปส.1-10 + หลักฐานการชำระ + ไฟล์ตรวจสอบยอด ไว้ในโฟลเดอร์เดียวกัน จะช่วยลดเวลาตามหาเอกสารตอนตรวจย้อนหลังค่ะ
หากต้องการดูงานภาษีรายเดือนต่อ อ่านได้ที่ วิธียื่น ภ.ง.ด.1 ออนไลน์ พร้อม Timeline และ Checklist ก่อนยื่น ค่ะ
สรุป: วิธียื่นประกันสังคมออนไลน์ สปส.1-10 พร้อม Timeline รายเดือน
งานยื่นประกันสังคมออนไลน์ สปส.1-10 จะทำได้ง่ายขึ้น ถ้าแบ่งงานเป็นขั้นตอนตั้งแต่ต้นค่ะ เริ่มจากเตรียมข้อมูลผู้ประกันตน ตรวจค่าจ้างและเงินสมทบให้ตรงกับข้อมูลเงินเดือน จากนั้นจึงยื่นผ่าน e-Service ตรวจยอดก่อนกดยืนยัน ชำระเงินสมทบ และเก็บหลักฐานของงวดนั้นให้ครบ
ถ้าจะจำ Timeline แบบสั้น ๆ ให้จำว่า
เตรียมข้อมูล → ยื่น e-Service → เช็กก่อนกด → ชำระ → เก็บหลักฐาน
ก่อนกดยืนยัน ให้เน้นเช็ก 3 จุดสำคัญคือ
จำนวนผู้ประกันตน → ค่าจ้างรวม → เงินสมทบรวม
และอย่าลืมตรวจสถานะพนักงานเข้าใหม่หรือลาออกให้เป็นปัจจุบัน เพราะเป็นอีกจุดที่ทำให้ข้อมูลในระบบไม่ตรงกับข้อมูลเงินเดือนของเดือนนั้นได้ค่ะ
หลังจากรู้วิธียื่นประกันสังคมออนไลน์แล้ว นายจ้างยังมีงาน กองทุนเงินทดแทน ที่ต้องติดตามเป็นรายปีด้วย อ่านต่อเรื่อง กองทุนเงินทดแทน 2570 คืออะไร? สรุป e-Wage และกำหนดเวลาที่นายจ้างต้องรู้ เพื่อดูงานประจำปีที่เชื่อมต่อจากเรื่องประกันสังคมรายเดือนได้ค่ะ
หากอยากดูภาพรวมก่อนว่าใน 1 ปี บริษัทต้องทำเรื่องภาษีและประกันสังคมพนักงานอะไรบ้าง อ่านต่อได้ที่ ภาษีและประกันสังคมพนักงาน: บริษัทต้องทำอะไรบ้างตลอดปี ค่ะ
FAQ
สปส.1-10 ต้องยื่นทุกเดือนหรือไม่
ต้องยื่นทุกเดือนค่ะ สำหรับนายจ้างที่มีผู้ประกันตนและมีหน้าที่นำส่งเงินสมทบประกันสังคมในเดือนนั้น
สปส.1-10 ต้องยื่นภายในวันไหน
ภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดไป แนะนำให้ตรวจสอบใน ระบบ e-Service อีกครั้งค่ะ
ถ้ายื่น สปส.1-10 ผิด แก้ได้ไหม
แก้ได้ค่ะ แต่ต้องดูก่อนว่าผิดเรื่องอะไร เช่น รายชื่อผู้ประกันตน ค่าจ้าง เงินสมทบ หรืองวดเดือน เพราะวิธีแก้แต่ละกรณีอาจแตกต่างกัน ควรตรวจขั้นตอนล่าสุดจากสำนักงานประกันสังคมก่อนดำเนินการ
ถ้าส่งเงินสมทบช้าเสียอะไร
หากนำส่งเงินสมทบล่าช้า จะเสียเงินเพิ่ม ร้อยละ 2 ต่อเดือน ของเงินสมทบที่ค้างตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดค่ะ
ภ.ง.ด.1 กับ สปส.1-10 ใช้ข้อมูลชุดเดียวกันไหม
เริ่มต้นจากข้อมูลเงินเดือนเหมือนกัน แต่ใช้คนละวัตถุประสงค์ค่ะ และไม่จำเป็นต้องเท่ากัน เพราะ ประกันสังคมจะใช้เป็นค่าจ้างสำหรับการทำงานในเวลาปกติ ส่วน ภ.ง.ด.1 ครอบคลุมเงินได้ตามมาตรา 40(1) และ 40(2) ซึ่งกว้างกว่าค่ะ
อ่านบทความอื่นเพิ่มเติม
1.ภ.ง.ด.1ก คืออะไร ใครต้องยื่น พร้อมวิธียื่นและตรวจสอบ
ถ้าอยากต่อยอดความรู้จากงานประกันสังคม ไปสู่งานบัญชีและภาษีที่นักบัญชีต้องใช้จริงในแต่ละเดือน สามารถเลือกเรียน คอร์ส E-Learning ได้ที่ คอร์สทั้งหมดของ CPD Academy
สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ Line: @cpdacademy
