เผยแพร่ครั้งแรก: 31 สิงหาคม 2026
อัปเดตล่าสุด: 28 กันยายน 2026
ภ.ง.ด.1 เป็นหนึ่งในแบบภาษีที่ฝ่ายบัญชีต้องดูแลเป็นประจำค่ะถ้าบริษัทมีการจ่ายเงินเดือน ค่าจ้าง หรือเงินได้ที่เข้าเงื่อนไข
สำหรับนักบัญชีมือใหม่ จุดที่มักสับสนไม่ได้มีแค่ว่า ภ.ง.ด.1 ใช้กับอะไร แต่ยังรวมถึงต้องเตรียมข้อมูลจาก Payroll แบบไหน ยื่นผ่าน e-Filing อย่างไร ยื่นวันไหน และก่อนกดยืนยันต้องตรวจยอดอะไรบ้าง
บทความนี้ CPD Academy จึงสรุป วิธียื่น ภ.ง.ด.1 ออนไลน์แบบเป็นขั้นตอน พร้อม Timeline งานตั้งแต่เตรียม Payroll จนถึงเก็บหลักฐานหลังยื่น และ Checklist ก่อนกดยื่น เพื่อช่วยลดปัญหาเดือนภาษีผิด รายชื่อตกหล่น หรือยอดเงินได้และภาษีไม่ตรงกับข้อมูลต้นทางค่ะ
ภ.ง.ด.1 คืออะไร และใครต้องยื่น
ภ.ง.ด.1 คือ แบบยื่นรายการภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย สำหรับการจ่ายเงินได้ตามมาตรา 40(1) และ 40(2) ในกรณีที่ผู้จ่ายมีหน้าที่หักภาษี ณ ที่จ่ายตามหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้องค่ะ
ผู้มีหน้าที่ยื่นคือ ผู้จ่ายเงินได้ที่มีหน้าที่หักภาษี ณ ที่จ่าย เช่น บริษัท ห้างหุ้นส่วน หรือนายจ้างค่ะ
สิ่งที่ต้องระวังคือ ไม่ควรดูจากชื่อรายการว่าเป็น “เงินเดือน” หรือ “ค่าจ้าง” อย่างเดียว แต่ควรดู ประเภทเงินได้และข้อเท็จจริงของการจ่าย ประกอบด้วยค่ะ
สรุปง่าย ๆ: ถ้ากิจการมีการจ่ายเงินได้ที่เข้าเงื่อนไข และมีหน้าที่หักภาษี ณ ที่จ่าย ก็ต้องนำข้อมูลนั้นมาจัดทำและยื่น ภ.ง.ด.1 ตามรอบที่เกี่ยวข้องค่ะ
Timeline ยื่น ภ.ง.ด.1: ต้องทำอะไรช่วงไหน
งาน ภ.ง.ด.1 ของแต่ละเดือนเริ่มหลังปิด Payroll ค่ะ จากนั้นให้ตรวจรายชื่อ เงินได้ และภาษีหัก ณ ที่จ่ายให้ครบ เตรียมข้อมูลสำหรับยื่นผ่าน e-Filing และเช็กยอดอีกครั้งก่อนกดยืนยัน
เมื่อยื่นเรียบร้อยแล้ว ให้ชำระภาษีภายในกำหนดของเดือนนั้น พร้อมเก็บแบบ เลขรับ และหลักฐานการชำระไว้สำหรับตรวจสอบย้อนหลัง
จำ Timeline ง่าย ๆ:
ปิด Payroll → เตรียมข้อมูล → ยื่น e-Filing → ตรวจอีกครั้ง → ชำระ → เก็บหลักฐาน
Checklist ข้อมูลก่อนยื่นแบบ
ก่อนเริ่ม ยื่น ภ.ง.ด.1 ออนไลน์ อย่าเพิ่งรีบเข้า e-Filing ค่ะ เพราะถ้าข้อมูลต้นทางยังไม่ครบหรือยอดยังไม่ตรงกัน พอเข้าไปกรอกในระบบแล้วจะยิ่งตามแก้ยากกว่าเดิม
สิ่งที่ควรทำก่อนคือเตรียมข้อมูลจาก Payroll และ Working Paper ให้พร้อม แล้วเช็กให้แน่ใจว่า “คนครบ ยอดครบ และอยู่ถูกเดือน” ก่อนนำไปใช้ยื่นแบบ

ข้อมูลหลักที่ควรเตรียมมี 6 รายการค่ะ
| ข้อมูลที่ต้องเตรียม | เช็กอะไร |
|---|---|
| 1. ชื่อ–นามสกุลผู้มีเงินได้ | รายชื่อครบ ไม่มีตกหล่นหรือซ้ำ |
| 2. เลขประจำตัวประชาชน/เลขผู้เสียภาษี | เลขถูกต้องและตรงกับผู้มีเงินได้ |
| 3. วันที่จ่ายเงินได้ | อยู่ในเดือนภาษีที่กำลังจะยื่น |
| 4. ประเภทเงินได้ | แยกให้ถูกตามข้อเท็จจริง เช่น 40(1) หรือ 40(2) |
| 5. จำนวนเงินได้ | ยอดรายคนและยอดรวมตรงกับ Payroll |
| 6. ภาษีหัก ณ ที่จ่าย | ยอดรายคนและยอดรวมตรงกับ Working Paper |
1. ชื่อ–นามสกุลผู้มีเงินได้
เช็กว่ารายชื่อผู้มีเงินได้ของเดือนนั้นครบหรือยัง โดยเฉพาะกรณี
- มีพนักงานเข้าใหม่
- มีพนักงานลาออก
- มีการเปลี่ยนชื่อ–นามสกุล
- มีผู้รับค่าตอบแทนที่ไม่ได้อยู่ใน Payroll ประจำ
จุดที่พลาดบ่อยคือ Payroll มีข้อมูลครบ แต่ตอนเตรียมยื่นแบบมีบางรายตกหล่นค่ะ
2. เลขประจำตัวประชาชนหรือเลขประจำตัวผู้เสียภาษี
เลขประจำตัวควรตรงกับข้อมูลของผู้มีเงินได้จริง เพราะเป็นข้อมูลสำคัญที่ใช้ระบุตัวบุคคลในแบบ
สำหรับพนักงานเข้าใหม่ แนะนำให้เช็กเป็นพิเศษก่อนนำข้อมูลเข้าระบบ เพราะถ้าพิมพ์ผิดตั้งแต่ต้น อาจต้องย้อนกลับมาแก้ข้อมูลภายหลังค่ะ
3. วันที่จ่ายเงินได้
ต้องเช็กว่า จ่ายเงินได้จริงวันไหน เพราะเดือนภาษีควรอิงกับรอบการจ่ายที่เกี่ยวข้อง ไม่ใช่ดูจากชื่อ Payroll อย่างเดียว
เช่น Payroll ระบุว่า “เงินเดือนเดือนสิงหาคม” แต่ถ้าจ่ายจริงในเดือนกันยายน ก็ควรตรวจให้ชัดว่าแบบที่กำลังยื่นต้องอยู่ในรอบภาษีใดค่ะ
จุดนี้สำคัญมาก เพราะถ้าเลือกเดือนภาษีผิด แม้ยอดเงินได้และภาษีจะถูก ก็ยังเป็นการยื่นผิดรอบได้
4. ประเภทเงินได้
เช็กให้ชัดว่าเงินที่จ่ายเป็นเงินได้ประเภทใด เช่น มาตรา 40(1) หรือ 40(2)
ไม่ควรดูจากชื่อรายการอย่างเดียว เช่น “ค่าจ้าง” หรือ “ค่าตอบแทน” แล้วสรุปทันที แต่ควรดูข้อเท็จจริงของการจ่ายประกอบด้วยค่ะ
5. จำนวนเงินได้
นำยอดเงินได้จาก Payroll มาตรวจว่ารวมรายการที่ต้องใช้ยื่นครบแล้วหรือยัง
เช่น
- เงินเดือน
- ค่าจ้าง
- ค่าตอบแทน
- รายการอื่นที่เข้าเงื่อนไข
ตรงนี้ไม่ควรเช็กเฉพาะยอดรวม แต่ควรดูรายคนด้วย เพราะอาจมีกรณี ยอดรวมตรง แต่มีการสลับหรือขาดบางราย ได้ค่ะ
6. ภาษีหัก ณ ที่จ่าย
เช็กภาษีหัก ณ ที่จ่ายของแต่ละคนให้ตรงกับข้อมูลที่คำนวณไว้ใน Payroll หรือ Working Paper
จากนั้นค่อยรวมยอดทั้งหมดเพื่อเทียบกับยอดที่จะนำไปยื่นใน e-Filing
วิธียื่น ภ.ง.ด.1 ออนไลน์ผ่าน e-Filing
หลังจากเตรียมข้อมูลจาก Payroll และเช็กว่า คนครบ ยอดตรง เดือนถูก แล้ว ขั้นตอนต่อไปคือการนำข้อมูลไปยื่นผ่าน
e-Filing ของกรมสรรพากร ค่ะ

ถ้ามองเป็น Flow งาน จะมี 7 ขั้นตอนหลัก ดังนี้
| ขั้นตอน | ต้องทำอะไร |
|---|---|
| 1. ตรวจ Payroll | เช็กรายชื่อ เงินได้ ภาษี และวันที่จ่าย |
| 2. เตรียมข้อมูล | จัดข้อมูลให้อยู่ในรูปแบบพร้อมกรอกหรือนำเข้า |
| 3. เข้า e-Filing | เข้าระบบของกรมสรรพากร |
| 4. เลือกแบบและเดือนภาษี | เลือก ภ.ง.ด.1 และเดือนให้ถูกต้อง |
| 5. บันทึกหรือนำเข้าข้อมูล | ใส่ข้อมูลผู้มีเงินได้ให้ครบ |
| 6. กระทบยอด | เทียบจำนวนคน เงินได้รวม และภาษีรวมกับข้อมูลต้นทาง |
| 7. ยืนยันและชำระภาษี | กดยืนยัน ชำระภาษี และเก็บหลักฐาน |
ขั้นตอนที่ 1 ตรวจ Payroll
ก่อนเริ่มยื่น ให้เช็กก่อนว่า รายชื่อผู้มีเงินได้ เงินได้ ภาษีหัก ณ ที่จ่าย และวันที่จ่าย ของเดือนนั้นเรียบร้อยแล้ว
ถ้าข้อมูลต้นทางยังไม่พร้อม ไม่ควรรีบเข้า e-Filing ค่ะ
ขั้นตอนที่ 2 เตรียมข้อมูลให้อยู่ในรูปแบบพร้อมยื่น
เตรียมชื่อ–นามสกุล เลขประจำตัว วันที่จ่าย ประเภทเงินได้ เงินได้ และภาษีให้พร้อม
หากมีผู้มีเงินได้จำนวนมาก สามารถใช้ RD Prep ช่วยจัดเตรียมข้อมูลก่อนนำเข้า e-Filing ได้ค่ะ
ขั้นตอนที่ 3 เข้าสู่ระบบ e-Filing
เข้าสู่ระบบ e-Filing ของกรมสรรพากรด้วยบัญชีของผู้ประกอบการ โดยสามารถเข้าใช้งานตามช่องทางที่ระบบรองรับ เช่น RD ID หรือ Digital ID ค่ะ
ก่อนเริ่ม แนะนำให้เช็กว่า ชื่อผู้ใช้งาน บัญชีที่ใช้เข้าสู่ระบบ และสิทธิในการยื่นแบบของกิจการถูกต้อง เพื่อไม่ให้ติดปัญหาในขั้นตอนถัดไป

Tip จาก CPD Academy: เตรียมเลขประจำตัวผู้เสียภาษีอากรและรหัสผ่านให้พร้อมก่อนเข้าสู่ระบบ จะช่วยให้ยื่นแบบได้รวดเร็วยิ่งขึ้นค่ะ
ขั้นตอนที่ 4 เลือกแบบ ภ.ง.ด.1 และเดือนภาษี
หลังเข้าสู่ระบบแล้ว ให้เลือกเมนู หัก ณ ที่จ่าย จากนั้นเลือกยื่นแบบ ที่ ภ.ง.ด.1 เพื่อนำเข้าข้อมูลที่ละรายการ และระบุเดือนภาษีที่ต้องการยื่นค่ะ

ก่อนกดต่อ ให้เช็ก 3 จุด:
- แบบที่เลือกคือ ภ.ง.ด.1
- เดือนภาษีถูกต้อง
- ข้อมูลผู้มีหน้าที่หักภาษีถูกต้อง
ถ้าพบว่าข้อมูลผู้มีหน้าที่หักภาษีไม่ตรง ควรตรวจสอบหรือแก้ไขให้เรียบร้อยก่อนเริ่มกรอกข้อมูลผู้มีเงินได้ค่ะ
ขั้นตอนที่ 5 บันทึกหรือนำเข้าข้อมูลผู้มีเงินได้
ในขั้นตอนนี้จะเป็นการนำข้อมูลที่ได้เตรียมไว้กรอกเข้าสู่ระบบ โดยจะเน้นไปที่การบันทึกข้อมูลทีละรายการ ให้กรอกข้อมูลของผู้มีเงินได้ตามช่องที่ระบบกำหนดค่ะ

ข้อมูลสำคัญที่ควรเช็กให้ครบ ได้แก่
- ประเภทเงินได้
- เลขประจำตัวผู้เสียภาษีอากร
- คำนำหน้าชื่อ ชื่อ และนามสกุล
- วันที่จ่าย
- จำนวนเงินได้ที่จ่าย
- จำนวนภาษีที่หัก
- เงื่อนไขการหักภาษี
เมื่อกรอกครบแล้วให้กด บันทึก และตรวจว่ารายการที่เพิ่มเข้ามาแสดงถูกต้องก่อนเพิ่มรายการถัดไปค่ะ
Tip จาก CPD Academy: หากมีผู้มีเงินได้หลายรายการ สามารถเลือก นำเข้าข้อมูลจากไฟล์ ตามรูปแบบที่ระบบรองรับ แทนการกรอกทีละรายการได้ค่ะ
ขั้นตอนที่ 6 กระทบยอดก่อนกดยืนยัน
หลังจากนำข้อมูลพนักงานเข้าสู่ระบบทั้งหมดเรียบร้อยแล้ว ขั้นตอนต่อไปคือการกระทบยอดก่อนกดยืนยัน
โดยจะเทียบข้อมูลใน e-Filing กับ Payroll หรือ Working Paper เน้นไปที่ 3 ยอดนี้
จำนวนผู้มีเงินได้ → เงินได้รวม → ภาษีหัก ณ ที่จ่ายรวม

ถ้ายังไม่ตรง ให้หาสาเหตุก่อนกดยืนยันแบบค่ะ
ขั้นตอนที่ 7 ยืนยันแบบ ชำระภาษี และเก็บหลักฐาน
เมื่อกระทบยอดเรียบร้อยแล้ว ให้ตรวจ ยอดภาษีและวันครบกำหนดชำระ อีกครั้งก่อนกดยืนยันแบบค่ะ
หลังยื่นแบบแล้ว ให้เข้าเมนู ตรวจสอบผลการยื่นแบบ เพื่อเช็กว่าสถานะขึ้น ยื่นแบบสำเร็จ และดำเนินการชำระภาษีตามช่องทางที่ระบบกำหนด หากมีภาษีที่ต้องชำระ

เมื่อทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว ควรเก็บเอกสารให้ครบ ได้แก่
- แบบที่ยื่น
- เลขรับหรือเลขอ้างอิงการยื่น
- หลักฐานการชำระภาษี
Tip จาก CPD Academy: แนะนำให้เก็บแบบยื่น เลขรับ และหลักฐานการชำระไว้ในโฟลเดอร์เดียวกันของเดือนนั้น จะช่วยให้ค้นย้อนหลังได้ง่ายเวลาตรวจสอบค่ะ
ภ.ง.ด.1 ยื่นวันไหน? ออนไลน์กับกระดาษต่างกันอย่างไร
โดยทั่วไป ภ.ง.ด.1 มีกำหนดยื่นตามรอบเดือนของการจ่ายเงินได้ค่ะ แต่ช่องทางยื่นมีผลต่อกำหนดเวลาค่ะ
สรุปง่าย ๆ คือ
| ช่องทางยื่น | กำหนดทั่วไป |
|---|---|
| ยื่นออนไลน์ผ่าน e-Filing | ภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดไป |
| ยื่นแบบกระดาษ | ภายใน 7 วันนับแต่วันสิ้นเดือน |
แต่ ปัจจุบัน ภ.ง.ด.1 ต้องยื่นผ่านช่องทางอิเล็กทรอนิกส์เป็นหลัก หากไม่สามารถยื่นผ่านช่องทางอิเล็กทรอนิกส์ได้ ต้องยื่นแบบกระดาษพร้อมหนังสือชี้แจงเหตุผลและความจำเป็นต่อกรมสรรพากรค่ะ
Tip จาก CPD Academy: อย่าจำแค่ “วันที่ 15” อย่างเดียวค่ะ ควรตรวจวันครบกำหนดจริงในปฏิทินภาษีของเดือนนั้นทุกครั้งตรวจปฏิทินและกำหนดยื่นล่าสุดจากกรมสรรพากร
Checklist ก่อนยื่น ภ.ง.ด.1: 7 จุดที่ต้องเช็กให้ตรง Payroll
ก่อนกดยืนยันแบบ อย่าเช็กแค่ว่ายอดรวมตรงค่ะ เพราะบางครั้งยอดรวมอาจถูก แต่มี รายชื่อตกหล่น เดือนภาษีผิด หรือข้อมูลรายคนไม่ตรง ได้
แนะนำให้ไล่เช็ก 7 จุดนี้อีกครั้งก่อน Submit

| จุดที่ต้องเช็ก | เช็กอะไร |
|---|---|
| 1. เดือนภาษี | เลือกเดือนที่ต้องการยื่นถูกต้อง และสอดคล้องกับวันที่จ่ายจริง |
| 2. รายชื่อผู้มีเงินได้ | รายชื่อครบ ไม่มีตกหล่นหรือซ้ำ โดยเฉพาะพนักงานเข้าใหม่และลาออก |
| 3. เลขประจำตัว | เลขประจำตัวประชาชนหรือเลขประจำตัวผู้เสียภาษีถูกต้อง |
| 4. วันที่จ่าย | วันที่จ่ายเงินได้อยู่ในรอบภาษีที่กำลังยื่น |
| 5. เงินได้ตรง Payroll | ยอดรายคนและยอดรวมตรงกับ Payroll |
| 6. ภาษีตรง Working Paper | ยอดรายคนและยอดรวมตรงกับ Working Paper |
| 7. ยอดรวมตรง | จำนวนผู้มีเงินได้ เงินได้รวม และภาษีรวมตรงกับข้อมูลต้นทาง |
ก่อนกด Submit ให้หยุดเช็ก 3 ยอดนี้อีกครั้ง จำนวนผู้มีเงินได้ → เงินได้รวม → ภาษีหัก ณ ที่จ่ายรวม
ถ้า 3 ยอดนี้ยังไม่ตรงกับ Payroll หรือ Working Paper อย่าเพิ่งกดยื่นค่ะ ควรหาสาเหตุให้ชัดก่อนว่าเกิดจาก รายชื่อตกหล่น ข้อมูลซ้ำ เงินได้บางรายการไม่ถูกนำเข้า หรือภาษีของบางรายไม่ตรงกัน
Checklist หลังยื่น ภ.ง.ด.1
หลังยื่นแบบและชำระภาษีเรียบร้อยแล้ว งานยังไม่จบค่ะ ควรเก็บหลักฐานของเดือนนั้นให้ครบ เพื่อให้ตรวจย้อนหลังได้ง่าย และใช้ต่อกับงานสิ้นปี
Checklist ที่ควรเก็บมีดังนี้

- ตรวจสถานะการยื่น ว่าแบบยื่นสำเร็จเรียบร้อย
- บันทึกเลขรับและดาวน์โหลดแบบ เก็บไว้เป็นหลักฐาน
- เก็บหลักฐานการชำระภาษี
- กระทบยอดกับ Payroll และ Working Paper อีกครั้ง
- จัดเก็บเอกสารไว้ตรวจสอบย้อนหลัง ให้เป็นชุดของเดือนนั้น
เอกสารเหล่านี้จะช่วยให้ตอนตรวจย้อนหลังหรือทำงานต่อ เช่น ภ.ง.ด.1ก และงานสิ้นปี ง่ายขึ้นค่ะ อ่านต่อได้ที่ ภ.ง.ด.1ก คืออะไร ใครต้องยื่น พร้อมวิธียื่นและตรวจสอบ
และอย่าลืมว่า Payroll ไม่ได้มีแค่ภาษี หากกิจการมีผู้ประกันตน ฝ่ายบัญชียังต้องดูแลการนำส่งประกันสังคมด้วย สามารถอ่านต่อที่ วิธียื่นประกันสังคมออนไลน์ สปส.1-10 พร้อม Timeline รายเดือน
ถ้ายื่น ภ.ง.ด.1 ผิด ต้องทำอย่างไร
ถ้าพบข้อผิดพลาด อย่าเพิ่งรีบยื่นใหม่ทันที แต่ให้ดูก่อนว่าผิดเรื่องอะไร เช่น
- รายชื่อผิด
- เงินได้ผิด
- ภาษีผิด
- รายการตกหล่น
- เดือนภาษีผิด
- นำส่งภาษีขาดหรือเกิน
ตั้งแต่วันที่ 24 กรกฎาคม 2569 ระบบ e-Filing รองรับการยื่นแบบเพิ่มเติมกรณีนำส่งภาษีไว้เกินสำหรับ ภ.ง.ด.1 รวมถึงแบบภาษีหัก ณ ที่จ่ายบางประเภทแล้วค่ะ
ดังนั้น หากยื่นผิด ควรดูประเภทของข้อผิดพลาดก่อน แล้วจึงเลือกวิธีแก้ไขให้ตรงกับกรณีค่ะ
สรุป: วิธียื่น ภ.ง.ด.1 ออนไลน์ พร้อม Timeline และ Checklist ก่อนยื่น
การ ยื่น ภ.ง.ด.1 ออนไลน์ จะทำงานง่ายขึ้น ถ้าแบ่งเป็นขั้นตอนตั้งแต่ต้นค่ะ เริ่มจากปิด Payroll เตรียมข้อมูลผู้มีเงินได้ กระทบยอดกับ Working Paper แล้วจึงนำข้อมูลเข้า e-Filing ตรวจแบบและเดือนภาษี ก่อนยืนยันและชำระภาษี
ถ้าจะจำ Timeline แบบสั้น ๆ ให้จำว่า
ปิด Payroll → เตรียมข้อมูล → ยื่น e-Filing → เช็กก่อนกด → ชำระ → เก็บหลักฐาน
ส่วน Checklist ก่อนยื่น ภ.ง.ด.1 ให้เน้น 3 เรื่องสำคัญที่สุดคือ
เดือนถูก → คนครบ → ยอดตรง
โดยเฉพาะ จำนวนผู้มีเงินได้ เงินได้รวม และภาษีหัก ณ ที่จ่ายรวม ควรกระทบกับ Payroll หรือ Working Paper ได้ก่อนกดยืนยันค่ะ
FAQ เกี่ยวกับการยื่นแบบ ภ.ง.ด.1
ภ.ง.ด.1 ต้องยื่นทุกเดือนหรือไม่
ไม่ใช่ทุกกรณีค่ะ ต้องดูว่าในเดือนนั้นมีการจ่ายเงินได้ที่เข้าเงื่อนไขและมีหน้าที่หักภาษี ณ ที่จ่ายหรือไม่ ไม่ควรพิจารณาจากการมีพนักงานเพียงอย่างเดียว
ภ.ง.ด.1 ใช้กับเงินได้ประเภทใด
ใช้กับเงินได้ตามมาตรา 40(1) และ 40(2) ในกรณีที่เข้าเงื่อนไขค่ะ เช่น เงินเดือน ค่าจ้าง
นายจ้างยังยื่นแบบ ภ.ง.ด.1 แบบกระดาษได้หรือไม่
ปัจจุบันต้องยื่นผ่านช่องทางอิเล็กทรอนิกส์ค่ะ หากมีเหตุจำเป็นที่ไม่สามารถยื่นออนไลน์ได้ จึงสามารถยื่นแบบกระดาษพร้อมหนังสือชี้แจงเหตุผลต่อสำนักงานสรรพากรพื้นที่สาขาที่เกี่ยวข้องได้
ก่อนยื่น ภ.ง.ด.1 ควรเช็กอะไรเป็นพิเศษ
ควรเช็ก 3 เรื่องหลักคือ เดือนถูก คนครบ และยอดตรงค่ะ โดยเฉพาะจำนวนผู้มีเงินได้ เงินได้รวม และภาษีหัก ณ ที่จ่ายรวม ควรกระทบกับ Payroll หรือ Working Paper ได้ก่อนกดยืนยันแบบ
ถ้ายื่นแบบ ภ.ง.ด.1 ผิด แก้ได้ไหม
แก้ได้ค่ะ แต่ต้องดูก่อนว่าผิดกรณีไหน เช่น เงินได้ตกหล่น ภาษีขาด ภาษีนำส่งเกิน หรือเลือกเดือนภาษีผิด เพราะวิธีแก้แต่ละกรณีไม่เหมือนกัน
อ่านบทความอื่นเพิ่มเติม
- ภาษีและประกันสังคมพนักงาน: บริษัทต้องทำอะไรบ้างตลอดปี
- กองทุนเงินทดแทน 2570 คืออะไร? สรุป e-Wage และกำหนดเวลาที่นายจ้างต้องรู้
ถ้าคุณเป็นนักบัญชี ผู้ทำบัญชี หรือผู้สอบบัญชีที่อยากอัปเดตความรู้ด้านบัญชีและภาษี พร้อมนำไปใช้กับงานจริง สามารถเลือกดูคอร์สอบรม CPD ได้ที่ CPD Academy
สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ Line: @cpdacademy
