เผยแพร่ครั้งแรก: 27 มีนาคม 2022
อัปเดตล่าสุด: 26 ตุลาคม 2026
เห็นประกาศงานบัญชีที่น่าสนใจ แต่ยังไม่แน่ใจว่าควรเตรียมอะไรก่อนส่งใบสมัคร? บางคนมีประสบการณ์แล้วแต่ไม่รู้จะเขียน Resume อย่างไรให้ตรงกับตำแหน่ง ส่วนคนเพิ่งเรียนจบก็อาจกังวลว่าไม่มีผลงานให้ใส่ค่ะ
บทความนี้ CPD Academy สรุปสิ่งที่ควรเช็กก่อนสมัครงานบัญชี ตั้งแต่การอ่านรายละเอียดงาน เตรียม Resume เลือกหนังสือรับรองการอบรม ไปจนถึง Checklist ก่อนกดส่งใบสมัครค่ะ
ก่อนสมัครงานบัญชี ควรเตรียมอะไรให้พร้อม
ก่อนส่งใบสมัคร ลองทบทวนก่อนค่ะว่าเราสนใจงานบัญชีด้านไหน มีประสบการณ์อะไรที่ตรงกับตำแหน่ง และต้องเตรียมเอกสารอะไรบ้าง เพราะแต่ละบริษัทอาจมองหาคนที่มีทักษะต่างกัน
สิ่งที่ควรเตรียมหลัก ๆ มี 4 เรื่อง
- ตำแหน่งที่สนใจ เช่น บัญชีเจ้าหนี้ บัญชีลูกหนี้ บัญชีทั่วไป หรืองานภาษี
- ประสบการณ์และทักษะที่มี เคยทำงานส่วนไหน ใช้โปรแกรมอะไร และรับผิดชอบงานระดับใด
- เอกสารสมัครงาน Resume วุฒิการศึกษา และเอกสารประกอบตามที่บริษัทกำหนด
- เงื่อนไขที่รับได้ เงินเดือน สถานที่ทำงาน เวลาเดินทาง และรูปแบบการทำงาน
ถ้ายังไม่แน่ใจว่าตัวเองเหมาะกับงานบัญชีประเภทไหน ลองอ่าน งานบัญชีสำหรับเด็กจบใหม่ เลือกงานแรกอย่างไรให้เติบโตในสายอาชีพ? เพื่อทำความเข้าใจตำแหน่งงานแต่ละแบบก่อนค่ะ
แต่ถ้ามีตำแหน่งที่สนใจอยู่แล้ว ขั้นตอนต่อไปคือดูว่าบริษัทกำลังมองหาคนที่ทำอะไรได้บ้าง
อ่านรายละเอียดงาน (Job Description) อย่างไรให้รู้ว่างานนี้ตรงกับเราหรือไม่
เวลาเห็นประกาศรับสมัคร อย่าเพิ่งดูแค่ชื่อตำแหน่งค่ะ ลองอ่านรายละเอียดงาน (Job Description) ให้ครบก่อน เพราะบางบริษัทอาจต้องการคนดูแลบัญชีเฉพาะด้าน ขณะที่บางแห่งให้รับผิดชอบหลายส่วน
ก่อนสมัคร ลองแยกดู 4 เรื่องนี้
| สิ่งที่ต้องดู | คำถามที่ควรถามตัวเอง |
| หน้าที่หลัก | ต้องทำบัญชีส่วนไหน รับผิดชอบอะไรบ้าง |
| คุณสมบัติ | มีข้อไหนที่เราทำได้ และข้อไหนยังต้องเรียนรู้ |
| โปรแกรมที่ใช้ | เคยใช้โปรแกรมที่ระบุหรือมีพื้นฐานใกล้เคียงหรือไม่ |
| ระดับความรับผิดชอบ | มีหัวหน้าช่วยตรวจ หรือรับผิดชอบงานทั้งหมดด้วยตัวเอง |
การอ่านรายละเอียดงานให้ครบช่วยให้เราปรับ Resume ได้ตรงกับตำแหน่งมากขึ้นค่ะ โดย Indeed แนะนำให้เลือกเน้นทักษะและประสบการณ์ที่เกี่ยวข้องกับงานที่สมัคร แทนการใช้ Resume แบบเดียวกันกับทุกบริษัท
ตัวอย่างเช่น หากประกาศระบุว่าต้องจัดทำภาษีหัก ณ ที่จ่าย แต่เราเคยทำเพียงรวบรวมเอกสารให้หัวหน้า ก็ควรแยกให้ชัดว่าเรามีประสบการณ์เตรียมข้อมูล ไม่ใช่เคยรับผิดชอบการยื่นแบบทั้งหมดค่ะ
Tip จาก CPD Academy: ลองเลือกหน้าที่สำคัญจากประกาศสัก 3–5 ข้อ แล้วนำมาเทียบกับประสบการณ์ใน Resume จะช่วยให้รู้ว่าควรเน้นข้อมูลส่วนไหน และมีเรื่องใดที่ต้องเตรียมอธิบายเพิ่มเติม

คุณสมบัติและทักษะอะไรที่นายจ้างสายบัญชีมักมองหา
นอกจากวุฒิการศึกษาแล้ว บริษัทก็มักดูด้วยค่ะว่าเรามีความรู้พื้นฐานบัญชีมากน้อยแค่ไหน ใช้โปรแกรมอะไรได้บ้าง และพร้อมเรียนรู้งานที่ยังไม่เคยทำหรือเปล่า
ตัวอย่างทักษะที่เกี่ยวข้องกับงานบัญชี ได้แก่
| ทักษะ | ตัวอย่างที่ควรแสดงให้เห็น |
| พื้นฐานบัญชี | เข้าใจเดบิต–เครดิต เอกสารบัญชี และรายการปรับปรุง |
| Excel และโปรแกรมบัญชี | จัดข้อมูล ใช้สูตรพื้นฐาน หรือบันทึกรายการในระบบ |
| ความรู้ภาษี | เข้าใจเอกสารภาษีซื้อ–ขาย และภาษีหัก ณ ที่จ่ายตามหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง |
| ความละเอียดรอบคอบ | ตรวจข้อมูลก่อนบันทึก และค้นหาสาเหตุเมื่อยอดไม่ตรง |
| การสื่อสารและทำงานร่วมกัน | ติดตามเอกสารและประสานงานกับฝ่ายอื่นได้ |
แต่ละบริษัทอาจให้ความสำคัญกับทักษะไม่เหมือนกันค่ะ เช่น งานบัญชีเจ้าหนี้อาจเน้นการตรวจเอกสารซื้อและการจ่ายเงิน ขณะที่งานบัญชีทั่วไปอาจต้องเข้าใจการกระทบยอดและการปิดบัญชีด้วย
ถ้าใช้ Excel ทำ PivotTable เพื่อสรุปรายการซื้อได้ ก็ลองเขียนให้เห็นว่าเคยนำไปใช้ทำอะไร แทนการระบุเพียงว่า “ใช้ Excel ได้ดี” จะช่วยให้บริษัทเห็นทักษะของเราชัดขึ้นค่ะ
Resume สมัครงานบัญชีควรมีข้อมูลอะไรบ้าง
Resume ไม่จำเป็นต้องใส่ทุกอย่างที่เคยทำค่ะ สิ่งสำคัญคือทำให้คนอ่านเห็นว่าเรามีประสบการณ์และทักษะอะไรที่เกี่ยวข้องกับตำแหน่ง ซึ่งสอดคล้องกับ คำแนะนำการเขียน Resume จาก Harvard University ที่เน้นการจัดข้อมูลให้อ่านง่าย เลือกประสบการณ์ให้ตรงกับงาน และแสดงผลงานที่อธิบายได้จริง
ข้อมูลที่ควรมี ได้แก่
- ข้อมูลติดต่อ ชื่อ เบอร์โทร อีเมล และช่องทางที่ติดต่อได้จริง
- สรุปประสบการณ์สั้น ๆ ระบุงานบัญชีที่ถนัดหรือเป้าหมายที่เกี่ยวข้องกับตำแหน่ง
- ประสบการณ์ทำงานหรือฝึกงาน บอกหน้าที่ที่รับผิดชอบและผลงานที่อธิบายได้
- การศึกษา วุฒิการศึกษา สาขา และข้อมูลที่เกี่ยวข้อง
- ทักษะและหลักสูตรอบรม เลือกเฉพาะเรื่องที่เป็นประโยชน์กับงานที่สมัคร
ตัวอย่างการเขียนประสบการณ์ใน Resume
| เขียนแบบทั่วไป | เขียนให้เห็นลักษณะงานชัดขึ้น |
| ทำบัญชีเจ้าหนี้ | ตรวจเอกสารซื้อ บันทึกเจ้าหนี้ และจัดทำรายละเอียดประกอบการจ่ายเงิน |
| ใช้ Excel ได้ | ใช้ PivotTable และ SUMIF สรุปรายการซื้อและตรวจสอบยอด |
| ช่วยงานภาษี | รวบรวมเอกสารภาษีซื้อ–ขายและจัดทำรายละเอียดให้หัวหน้าตรวจ |
ตัวอย่างเหล่านี้เป็นเพียงแนวทางการเขียนนะคะ ควรเลือกใช้เฉพาะงานและทักษะที่เคยทำจริง ไม่จำเป็นต้องเขียนให้ดูเก่งกว่าประสบการณ์ที่มี เพราะตอนสัมภาษณ์บริษัทอาจถามรายละเอียดเพิ่มเติมค่ะ
ถ้าเพิ่งเรียนจบ สามารถใช้ประสบการณ์ฝึกงานหรือโปรเจกต์ระหว่างเรียนแทนได้ โดยระบุให้ชัดว่าเป็นประสบการณ์ประเภทไหนค่ะ หากอยากดูตัวอย่างการเขียนหน้าที่และผลงานเพิ่มเติม อ่าน เรซูเม่นักบัญชีเขียนอย่างไร? พร้อมตัวอย่างประสบการณ์และผลงาน ต่อได้เลยค่ะ
ใน Resume ควรใส่ข้อมูลติดต่อเท่าที่จำเป็นค่ะ เช่น เบอร์โทรและอีเมล ส่วนเลขบัตรประชาชนหรือข้อมูลส่วนตัวที่ละเอียดอ่อน ไม่จำเป็นต้องระบุตั้งแต่ขั้นตอนสมัครงาน หากบริษัทขอเอกสารเพิ่มเติม ควรตรวจสอบเหตุผลและช่องทางจัดส่งให้ปลอดภัยก่อนค่ะ
ก่อนส่ง แนะนำให้บันทึก Resume เป็น PDF และตั้งชื่อไฟล์ให้ค้นหาได้ง่าย เช่น Resume_ชื่อ-นามสกุล_Accounting.pdf แล้วลองเปิดไฟล์ตรวจอีกครั้งค่ะ

หนังสือรับรองการอบรม (Certificate) แบบไหนช่วยให้ใบสมัครน่าสนใจขึ้น
หนังสือรับรองการอบรมช่วยให้บริษัทเห็นว่าเราเคยเรียนรู้อะไรเพิ่มเติมมาบ้างค่ะ แต่ไม่จำเป็นต้องแนบทุกใบ ควรเลือกเฉพาะหลักสูตรที่เกี่ยวข้องกับงานที่สมัคร เพื่อให้ฝ่ายบุคคลเห็นทักษะของเราได้ชัดขึ้น
ลองดูตัวอย่างหัวข้ออบรมที่เกี่ยวข้องกับงานบัญชีแต่ละตำแหน่งค่ะ
| งานที่สมัคร | หัวข้ออบรมที่เกี่ยวข้อง |
| บัญชีเจ้าหนี้–ลูกหนี้ | Excel งานบัญชี การบันทึกบัญชีซื้อ–ขาย หรือโปรแกรมบัญชี |
| บัญชีทั่วไป | การบันทึกบัญชี งบทดลอง และการกระทบยอด |
| งานภาษี | VAT และภาษีหัก ณ ที่จ่าย |
| งานบัญชีที่ใช้ข้อมูลจำนวนมาก | Excel การจัดข้อมูล และการทำรายงานสรุป |
ตัวอย่างเช่น หากสมัครงานด้านภาษีและเคยอบรมเรื่อง VAT หรือภาษีหัก ณ ที่จ่าย ก็สามารถระบุหลักสูตรที่เรียนและความรู้ที่ได้รับให้ชัดเจนได้ค่ะ โดยเลือกเฉพาะเรื่องที่เกี่ยวข้องกับหน้าที่ของตำแหน่งนั้น
Tip จาก CPD Academy: เลือกหนังสือรับรองการอบรมที่ตรงกับตำแหน่งก่อน ส่วนหลักสูตรอื่นเก็บไว้ในประวัติการอบรมเพิ่มเติมก็ได้ค่ะ
ทั้งนี้ หนังสือรับรองการอบรมทั่วไปเป็นหลักฐานการเรียนรู้ แต่ไม่สามารถใช้แทนใบอนุญาตหรือคุณสมบัติทางวิชาชีพที่กฎหมายกำหนดได้ค่ะ

เช็กบริษัทและขอบเขตงานอะไรบ้างก่อนกดสมัคร
ก่อนส่ง Resume ลองหาข้อมูลบริษัทเพิ่มเติมสักนิดค่ะ ทั้งลักษณะธุรกิจ สถานที่ทำงาน และหน้าที่ที่ประกาศรับสมัคร เพราะบางครั้งชื่อตำแหน่งดูตรงกับที่ต้องการ แต่รายละเอียดงานจริงอาจไม่เหมือนที่เราคิด
เรื่องที่ควรเช็กมีดังนี้
- ธุรกิจของบริษัท ขายสินค้า ให้บริการ หรือทำธุรกิจประเภทไหน
- ความน่าเชื่อถือ มีข้อมูลติดต่อ เว็บไซต์ และสถานที่ดำเนินงานที่ตรวจสอบได้หรือไม่
- ขอบเขตงาน มีหน้าที่อื่นนอกเหนือจากงานบัญชีหรือไม่ เช่น ธุรการหรือประสานงาน
- โครงสร้างทีม ต้องทำบัญชีคนเดียวหรือมีหัวหน้าช่วยตรวจทาน
- ค่าตอบแทนและสวัสดิการ เงินเดือน เวลาทำงาน วันหยุด ประกันสังคม และเงื่อนไขที่เกี่ยวข้อง
หากต้องการตรวจสอบข้อมูลนิติบุคคล สามารถใช้ DBD DataWarehouse+ ของกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เพื่อดูข้อมูลจดทะเบียนเบื้องต้นได้ค่ะ แต่ต้องเข้าใจด้วยว่าข้อมูลการจดทะเบียนไม่ได้ยืนยันคุณภาพการบริหารหรือสภาพแวดล้อมในการทำงานทั้งหมด
อีกเรื่องที่อยากให้ดูให้ดีคือประกาศที่ระบุหน้าที่กว้างมาก เช่น ให้คนเดียวดูแลบัญชี ภาษี เงินเดือน และปิดงบทั้งหมด หากสนใจตำแหน่งนี้ ควรถามเพิ่มเติมว่าบริษัทแบ่งหน้าที่และตรวจทานงานกันอย่างไร ก่อนตัดสินใจค่ะ
เตรียมตัวอย่างไรสำหรับขั้นตอนสัมภาษณ์งานบัญชี
หลังส่งใบสมัครแล้ว หากบริษัทติดต่อมานัดสัมภาษณ์ สิ่งที่ควรเตรียมไม่ใช่แค่การแนะนำตัวค่ะ แต่ต้องพร้อมอธิบายด้วยว่าสิ่งที่เขียนใน Resume เราเคยทำจริงอย่างไร
ลองเตรียมไว้ 4 เรื่อง
- อ่านประกาศงานอีกครั้ง ทบทวนหน้าที่และคุณสมบัติที่บริษัทต้องการ
- ทบทวนพื้นฐานที่เกี่ยวข้อง เช่น เจ้าหนี้ ลูกหนี้ ภาษี หรือการปิดบัญชีตามตำแหน่ง
- เตรียมตัวอย่างประสบการณ์ อธิบายว่าเคยทำอะไร เจอปัญหาอย่างไร และจัดการอย่างไร
- เตรียมคำถามถามกลับ เช่น ทีมบัญชีแบ่งหน้าที่อย่างไร ใช้โปรแกรมอะไร และช่วงทดลองงานคาดหวังอะไรบ้าง
ถ้ายังไม่เคยทำงานจริง ก็ใช้ตัวอย่างจากการฝึกงานหรือโปรเจกต์ระหว่างเรียนได้ค่ะ ไม่จำเป็นต้องเล่าให้ดูเหมือนมีประสบการณ์มากกว่าความจริง
สำหรับคำถามสัมภาษณ์และวิธีตอบแบบละเอียด สามารถอ่าน สัมภาษณ์งานบัญชี ถามอะไรบ้าง? พร้อมแนวตอบและจุดที่ควรระวัง ต่อได้เลยค่ะ
Checklist ก่อนส่งใบสมัครงานบัญชี
ก่อนกดส่ง ลองตรวจอีกครั้งค่ะ เพราะบางครั้งเราเตรียม Resume มาอย่างดี แต่ลืมแนบไฟล์ หรือเผลอส่งเอกสารเวอร์ชันที่ยังไม่ได้แก้ไขก็มีโอกาสเกิดขึ้นได้
| Checklist | เช็ก |
| อ่านหน้าที่และคุณสมบัติของตำแหน่งครบแล้ว | ☐ |
| ปรับ Resume ให้ตรงกับงานที่จะสมัคร | ☐ |
| ตรวจชื่อบริษัทและชื่อตำแหน่งในเอกสาร | ☐ |
| ตรวจเบอร์โทรและอีเมลที่ใช้ติดต่อ | ☐ |
| เลือกหนังสือรับรองการอบรมหรือผลงานที่เกี่ยวข้อง | ☐ |
| ตรวจคำผิดและเปิดไฟล์ PDF ดูก่อนส่ง | ☐ |
| แนบเอกสารครบตามที่ประกาศกำหนด | ☐ |
| ตรวจช่องทางสมัครและกำหนดปิดรับสมัคร | ☐ |
หลังส่งใบสมัครแล้ว แนะนำให้จดชื่อบริษัท ตำแหน่ง วันที่สมัคร และสถานะการติดต่อไว้ด้วยค่ะ ถ้าสมัครหลายแห่งพร้อมกันจะได้ไม่สับสนเวลามีคนโทรมานัดสัมภาษณ์

สรุป เตรียมตัวให้พร้อมก่อนส่งใบสมัคร
การสมัครงานบัญชีไม่ได้เริ่มต้นที่การกดส่งใบสมัครค่ะ แต่เริ่มจากการเข้าใจงานที่สนใจ รู้ว่าตัวเองมีทักษะอะไร และเตรียมเอกสารให้แสดงความสามารถที่ตรงกับตำแหน่ง
ไม่จำเป็นต้องมีประสบการณ์ครบทุกข้อในประกาศนะคะ สิ่งสำคัญคือบอกตามจริงว่าเคยทำอะไรได้บ้าง มีเรื่องไหนที่พร้อมเรียนรู้เพิ่มเติม และตรวจรายละเอียดให้ครบก่อนส่งใบสมัครค่ะ
FAQ คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการสมัครงานบัญชี
1. ไม่มีประสบการณ์ทำงาน สมัครงานบัญชีได้ไหม?
ตอบ: สมัครได้ค่ะ หากตำแหน่งเปิดรับผู้ไม่มีประสบการณ์ สามารถใช้ข้อมูลจากการฝึกงาน โปรเจกต์มหาวิทยาลัย และทักษะที่เกี่ยวข้องใน Resume แทนประสบการณ์ทำงานประจำได้
2. จำเป็นต้องใช้ Resume ภาษาอังกฤษไหม?
ตอบ: ขึ้นอยู่กับข้อกำหนดของบริษัทค่ะ หากประกาศระบุให้ส่งภาษาอังกฤษก็ควรเตรียมตามนั้น แต่หากไม่ได้ระบุ สามารถพิจารณาจากภาษาที่บริษัทใช้ในประกาศและการสื่อสารได้
3. ถ้ามีคุณสมบัติไม่ครบทุกข้อ ยังสมัครได้ไหม?
ตอบ: สมัครได้ในบางกรณีค่ะ โดยเฉพาะหากมีทักษะหลักตรงกับตำแหน่ง แต่ควรแยกให้ชัดว่าข้อใดเป็นคุณสมบัติจำเป็น และข้อใดเป็นคุณสมบัติที่บริษัทพิจารณาเพิ่มเติม
4. ควรแนบหนังสือรับรองการอบรมทุกใบไหม?
ตอบ: ไม่จำเป็นค่ะ เลือกเฉพาะหนังสือรับรองการอบรมจากหลักสูตรที่เรียนจบจริงและเกี่ยวข้องกับตำแหน่ง หากบริษัทต้องการเอกสารเพิ่มเติม ค่อยส่งตามที่ขอได้ค่ะ
5. ส่งใบสมัครแล้วไม่มีการตอบกลับ ควรทำอย่างไร?
ตอบ: ตรวจสอบก่อนว่าประกาศยังเปิดรับอยู่หรือไม่ และบริษัทระบุระยะเวลาพิจารณาไว้หรือเปล่า หากผ่านช่วงเวลาที่เหมาะสมแล้ว สามารถติดตามผลอย่างสุภาพหนึ่งครั้ง พร้อมสมัครตำแหน่งอื่นที่สนใจควบคู่กันได้ค่ะ
อยากเพิ่มทักษะและมีหนังสือรับรองการอบรมไว้ประกอบการสมัครงาน?
นอกจากเตรียม Resume ให้พร้อมแล้ว การอบรมเพิ่มเติมในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับงานบัญชี ก็ช่วยให้เราเตรียมความรู้ก่อนเริ่มทำงานได้มั่นใจขึ้นค่ะ
ลองดูคอร์ส ทำบัญชี-ปิดบัญชีรายเดือน สำหรับนักบัญชีมือใหม่ ของ CPD Academy ที่มีทั้ง Workshop และ Checklist ให้ฝึกทำตาม ตั้งแต่การรับเอกสาร บันทึกบัญชี ไปจนถึงการปิดบัญชีรายเดือน
เมื่อเรียนครบ ผ่านการทดสอบตามเกณฑ์ และยืนยันตัวตนเรียบร้อยแล้ว ผู้เรียนสามารถดาวน์โหลด หนังสือรับรองการอบรม เพื่อนำไปประกอบประวัติการอบรมและการสมัครงานได้ค่ะ
