นักบัญชีมือใหม่

วิเคราะห์งบการเงินเป็น เพิ่มค่าตัวให้นักบัญชีได้ยังไง

วิเคราะห์งบการเงินเป็น เพิ่มค่าตัวให้นักบัญชีได้ยังไง

เรียนเหนื่อย ทำงานหนัก เงินเดือนน้อย ชีวิตนักบัญชีมันทำไมน่าเศร้าขนาดนี้….

แม้ว่าอาชีพนักบัญชีเป็นวิชาชีพที่ตลาดแรงงานยังต้องการอย่างมาก แต่ทว่าเราจะเรียนจบบัญชีมาก็ทำเอาเหนื่อยเลยใช่ไหมคะเพื่อนๆ ยิ่งจบมาทำงานแล้วก็ยิ่งเหนื่อยกว่าตอนเรียนเลยหล่ะ แต่การที่เราทำงานอย่างหนักเราก็ต้องได้ผลตอบแทนที่เหมาะสมกับความรู้ความสามารถที่เราได้เรียนมา หรือมีประสบการณ์ทำงานมา

แต่รู้หรือไม่ว่า “การวิเคราะห์งบการเงิน” เป็นความสามารถทางบัญชีอีกอย่างหนึ่ง ที่ช่วยอัพสกิล ทำให้เราได้ค่าตอบแทนที่สูงขึ้นค่ะ

นักบัญชีสามารถอ่านงบการเงินได้ทุกคน เพราะว่าทั้งตอนเรียน และตอนทำงานเราต้องอยู่กับงบการเงินทุกวัน แต่การวิเคราะห์งบการเงินเรามักไม่ให้ความสนใจ เพราะคิดว่าเป็นงานของผู้จัดการหรือฝ่ายบริหาร แต่จริงๆ แล้วถ้าเราทำได้ นี่เป็นอีกโอกาสที่ทำให้เราเติบโตในสายอาชีพนี้ แล้วลองมาดูค่ะว่า การวิเคราะห์งบเป็นจะช่วยให้เราเพิ่มค่าตัวได้อย่างไรใน 4 หัวข้อนี้

1. ช่วยรายงาน
การวิเคราะห์งบการเงินช่วยรายงานผลการดำเนินงานของธุรกิจได้ว่ามีความสามารถในการทำกำไรยังไงบ้าง ซึ่งอัตราส่วนที่ได้จากการวิเคราะห์งบจะใช้เปรียบเทียบกับคู่แข่งธุรกิจได้สบายๆ   ตัวอย่างอัตราส่วนที่นิยมใช้ เช่น
ความสามารถในการทำกำไร  อัตรากำไรขั้นต้น = กำไรขั้นต้น / ยอดขาย x 100 (%) ผลที่ออกมายิ่งมีค่าสูงยิ่งดี
อัตราผลตอบแทนจากสินทรัพย์ = กำไรสุทธิ / สินทรัพย์รวมถัวเฉลี่ย x 100 (%) ผลที่ออกมายิ่งมีค่าสูงยิ่งดี

2. ช่วยแจ้งเตือน

อัตราส่วนที่เราคำนวณจากการวิเคราะห์งบ ช่วยบ่งบอกสัญญาณอันตรายอย่างเช่นการขาดสภาพคล่องได้ก่อนที่จะเจ๊งโดยไม่รู้ตัว ตัวอย่างเช่น

อัตราส่วนเงินทุนหมุนเวียน = สินทรัพย์หมุนเวียน/หนี้สินหมุนเวียน
มีค่า > 1 เท่ากับ สภาพคล่องดี
มีค่า < 1 เท่ากับ ขาดสภาพคล่อง

และถ้าเป็นแบบนี้นักบัญชีต้องรีบแจ้งเจ้าของธุรกิจทันทีเลย

3. ช่วยพยากรณ์
การวิเคราะห์งบดีๆ เผลอๆ อาจช่วยพยากรณ์ธุรกิจหรือเหตุการณ์ที่อาจเกิดขึ้นในอนาคตได้เลยทีเดียว ไม่ว่าจะเป็นการวิเคราะห์เปรียบเทียบยอดขาย ต้นทุน ค่าใช้จ่าย กำไร เช่น กำไรปีนี้ ลดลง จากปีที่แล้ว จาก 2 ล้านบาท เป็น 1 ล้านบาท เนื่องจากมีต้นทุนสูงขึ้นเมื่อเทียบกับยอดขายที่เท่าเดิม ปกติหากเรามข้อมูลย้อนหลังก็ควรเก็บข้อมูลการวิเคราะห์ทุกปี เพื่อนำไปพยากรณ์ทิศทางและบริหาร ถ้าหากครึ่งปีแรก มีค่าใช้จ่ายใดสูงไป ก็สามารถรัดเข็มขัดค่าใช้จ่ายนั้น ในครึ่งปีหลังได้ หรือ รายได้ไม่เป็นไปตามเป้าหมายในปีนี้ ก็ต้องปรับกลยุทธ์การตลาดใหม่ เพื่อกระตุ้นยอดขายในปีหน้า หรืออาจจะกลับไปใช้กลยุทธ์การตลาดแบบเดิมเหมือนในปีที่ทำรายได้ได้สูงๆ

4. ช่วยวางแผน

ช่วยวางแผนภาษี แนวโน้มที่จะเสียภาษี เช่น

  • มีกำไรขั้นต้นไหม Gross Profit = รายได้ – ต้นทุนขาย ถ้ากำไรขั้นต้นติดลบ ก็เป็นสัญญานว่าเราอาจถูกสรรพากรแพ่งเล็งแน่นอน
  • หรือนำกำไรสุทธิมาลองคูณกับอัตราภาษี เพื่อวางแผนการจ่ายชำระค่าภาษีอากรได้ วางแผนว่าต้องสำรองเงินเพื่อจ่ายภาษีเท่าไหร่ และนอกจากนี้ทั้งปีที่เหลืออยู่ เรายังสามารถวางแผนใช้จ่ายให้เข้าเงื่อนไขลดหย่อนเพิ่มเติมของกรมสรรพากรได้อีกด้วย เช่น ถ้าทำทำบุญ บริจาคหรือให้สิ่งของประจำปีอยู่แล้ว ก็แค่ไปเรียนรู้ต่อว่าจะทำอย่างไรที่สามารถนำมาลดหย่อนภาษีได้แล้วทำให้จ่ายค่าภาษีประจำปีลดลง

เพื่อนๆ คงเห็นความสำคัญของการวิเคราะห์งบการเงินที่จะส่งผลดีต่อตัวเราเองไปแล้วนะคะ ว่านักบัญชีอย่างเราถ้าเพิ่มการวิเคราะห์งบการเงินไปเป็นความสามารถติดตัว เราก็จะสามารถเป็นนักบัญชีที่มีความสำคัญต่อผู้บริหารและลูกค้าค่ะ เพียงแค่ลองอัพสกิลเรียนรู้ทักษะการวิเคราะห์เพิ่มเติมเพียงเท่านี้ก็มีโอกาสเพิ่มค่าตัวได้ไม่น้อยเลยทีเดียว

หากเพื่อนๆอยากเรียนรู้เกี่ยวกับการวิเคราะห์งบการเงินเพิ่มเติม สามารถเข้าไปดูรายละเอียดได้ ที่นี่ และยังสามารถเก็บชั่วโมงผู้ทำบัญชีได้ถึง 7 ชั่วโมงเลยนะคะ

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • เปิดใช้งานตลอด

บันทึกการตั้งค่า