ความรู้บัญชี, นักบัญชีมือใหม่

ใช้ AI ทำบัญชีอย่างปลอดภัย ต้องปกปิดข้อมูลอะไรบ้าง

ใช้ AI ทำบัญชีอย่างปลอดภัย ต้องระวังข้อมูลอะไรบ้าง

เผยแพร่ครั้งแรก: 26 สิงหาคม 2026
อัปเดตล่าสุด: 27 สิงหาคม 2026

AI ช่วยนักบัญชีจัดหมวด Bank Statement วิเคราะห์รายการ ตรวจ GL และกระทบยอดได้ แต่ไฟล์เหล่านี้มักมีข้อมูลส่วนบุคคลและความลับทางธุรกิจ เช่น ชื่อลูกค้า เลขบัญชี เงินเดือน รายได้ และต้นทุน

ก่อนอัปโหลด นักบัญชีจึงควรถามตัวเองว่า “AI จำเป็นต้องเห็นข้อมูลทั้งหมดนี้หรือไม่?” บทความนี้อธิบายว่าเราควรใช้ AI ทำบัญชีอย่างปลอดภัยยังไงดี ข้อมูลใดควรตัดหรือปกปิด และสิ่งที่ต้องตรวจสอบก่อนนำ AI มาใช้กับงานบัญชีจริงค่ะ

เนื้อหา ซ่อน

ทำไมข้อมูลบัญชีจึงต้องระวังก่อนส่งเข้า AI

ต้องยอมรับว่าการใช้ AI สำหรับนักบัญชีเป็นอะไรที่ช่วยลดเวลาในการทำงานมากจริงๆ ข้อมูลบัญชีไม่ได้มีแค่ตัวเลข แต่ในบางครั้ง เราอาจพบข้อมูลหลายประเภทปะปนกัน เช่น

  • ชื่อบุคคล
  • ชื่อลูกค้าและคู่ค้า
  • เลขบัญชีธนาคาร
  • เลขประจำตัวผู้เสียภาษี
  • ที่อยู่และข้อมูลติดต่อ
  • เงินเดือนและค่าตอบแทน
  • รายได้และต้นทุนของกิจการ
  • ราคาขายหรือเงื่อนไขทางการค้า
  • สัญญาและข้อมูลที่เป็นความลับ

บางข้อมูลอาจเป็น ข้อมูลส่วนบุคคล ขณะที่บางข้อมูล แม้ไม่ใช่ข้อมูลส่วนบุคคล ก็อาจเป็น ความลับทางธุรกิจ

ดังนั้น ก่อนอัปโหลดไฟล์ สิ่งแรกที่ควรถามไม่ใช่ “AI อ่านไฟล์นี้ได้ไหม?”

แต่ควรถามว่า

“AI จำเป็นต้องเห็นข้อมูลทั้งหมดในไฟล์นี้ไหม?”

เพื่อตอกย้ำความมั่นใจว่าเราใช้ AI ทำบัญชีอย่างปลอดภัยจริงๆ

ข้อมูลประเภทใดไม่ควรอัปโหลดเข้า AI โดยไม่จำเป็น

พี่นุชแนะนำให้ระวังเป็นพิเศษกับข้อมูลที่สามารถระบุตัวตนได้ เหล่านี้

ใช้ AI ทำบัญชีอย่างปลอดภัย ไม่ควรให้ส่งข้อมูลอะไรบ้าง
ใช้ AI ทำบัญชีอย่างปลอดภัย ไม่ควรให้ส่งข้อมูลอะไรบ้าง
ข้อมูลแนวทางเบื้องต้น
เลขประจำตัวประชาชนลบหรือปกปิด
เลขบัญชีธนาคารเต็มเหลือเฉพาะส่วนที่จำเป็น
ชื่อ–นามสกุลบุคคลเปลี่ยนเป็นรหัส หากไม่จำเป็นต้องรู้ชื่อ
เงินเดือนพนักงานใช้ข้อมูลจำลองหรือรหัสพนักงาน
ข้อมูลบัตรเครดิตไม่ควรนำเข้า
รหัสผ่าน/OTP/API Keyห้ามนำเข้า

หลักง่าย ๆ คือ

ข้อมูลไหนไม่ช่วยให้ AI ตอบโจทย์ได้ดีขึ้น ก็ไม่จำเป็นต้องส่งเข้าไปค่ะ

แนวคิดนี้สอดคล้องกับหลักการคุ้มครองข้อมูลตามหลัก PDPA เลยค่ะ

ปกปิดข้อมูลบัญชีก่อนใช้ AI อย่างไร?

คำว่า ปกปิดข้อมูล หรือ Anonymize ที่เจอบ่อย ๆ ในเรื่อง AI ถ้าเอามาใช้กับงานบัญชี ดังนี้

“ตัดข้อมูลที่ระบุตัวคนหรือกิจการออกให้มากที่สุด โดยยังเหลือข้อมูลพอสำหรับคำถามที่เราต้องการวิเคราะห์”

ลองมาดูลำดับของการตัดหรือปกปิดข้อมูลกันค่ะ

ประเภทข้อมูลแนวทางตัวอย่าง
ใช้ได้เมื่อจำเป็นส่งเฉพาะคอลัมน์ที่ใช้วิเคราะห์วันที่ ประเภทรายการ ยอดเงิน
ต้องปกปิดเปลี่ยนเป็นรหัสหรือตัดบางส่วนชื่อลูกค้า เลขบัญชี เลขผู้เสียภาษี
ไม่ควรส่งโดยไม่มีฐานและการควบคุมที่เหมาะสมหลีกเลี่ยงข้อมูลละเอียดอ่อนหรือความลับที่ไม่เกี่ยวข้องรหัสผ่าน ข้อมูลยืนยันตัวตน ข้อมูลเงินเดือนรายบุคคล
ต้องพิจารณาระดับองค์กรตรวจสัญญา สิทธิ์ และการเก็บข้อมูลGL ทั้งกิจการ สัญญา ฐานข้อมูลลูกค้า

ตัวอย่างข้อมูลที่ควรลบหรือเปลี่ยนชื่อก่อนใช้ AI

สมมติเราต้องการให้ AI ช่วยตรวจ GL

ไฟล์เดิมอาจมี

วันที่เลขที่เอกสารคู่ค้าเลขผู้เสียภาษีรายการจำนวน
15/07EXP001บริษัท ABC จำกัด01055XXXXXค่าโฆษณา30,000
16/07EXP002นายสมชาย ใจดี1-XXXX-XXXXX-XX-Xค่าบริการ50,000

ถ้าโจทย์ไม่ได้ต้องวิเคราะห์ตัวตนคู่ค้า เราอาจเตรียมเป็น

วันที่เลขที่เอกสารรายการจำนวน
15/07EXP001ค่าโฆษณา30,000
16/07EXP002ค่าบริการ50,000

AI ยังช่วยตรวจยอด หาเหตุผิดปกติ หรือเปรียบเทียบรายการได้ โดยไม่ต้องเห็นข้อมูลระบุตัวบุคคลที่ไม่จำเป็น

Tip จาก CPD Academy: อย่าทำไฟล์สำหรับ AI ด้วยวิธี “เอาไฟล์จริงไปก่อนแล้วค่อยคิดว่าจะลบอะไร” ให้ทำสำเนาไฟล์แล้วเตรียมเวอร์ชันสำหรับวิเคราะห์โดยเฉพาะค่ะ บางครั้งอาจทำง่ายๆ แต่ตัด column ที่ไม่จำเป็นสำหรับ AI ออกเพียงเท่านั้น

เตรียม Bank Statement และ GL ก่อนอัปโหลดอย่างไร

เริ่มต้นจากหลักง่าย ๆ ที่เราคุยกันก่อนหน้า คือ ตัดเฉพาะข้อมูลที่ระบุตัวบุคคลหรือไม่จำเป็นต่อการตอบคำถามออก และเก็บข้อมูลที่ช่วยให้ AI วิเคราะห์ได้จริง

เตรียม Bank Statement และ GL ก่อนใช้ AI
เตรียม Bank Statement และ GL ก่อนใช้ AI

สำหรับ Bank Statement

ควรพิจารณาตัดหรือปกปิดข้อมูล เช่น

  • ชื่อเจ้าของบัญชี ถ้าไม่จำเป็นต่อการวิเคราะห์
  • เลขบัญชีเต็ม อาจเหลือเฉพาะ 3–4 หลักท้าย
  • ที่อยู่
  • เลขประจำตัวประชาชนหรือข้อมูลระบุตัวบุคคลอื่น
  • ข้อมูลอื่นบนหัวกระดาษที่ไม่ได้เกี่ยวกับรายการเดินบัญชี

ส่วนข้อมูลที่ควรเก็บไว้ ได้แก่

  • วันที่
  • เลขที่อ้างอิงรายการ ถ้ามี
  • รายละเอียดรายการ
  • เงินเข้า
  • เงินออก
  • ยอดคงเหลือ ถ้าจำเป็นต่อการตรวจ
  • หมายเหตุที่ช่วยอธิบายรายการ

ตัวอย่างเช่น ถ้าโจทย์คือให้ AI ช่วยจัดกลุ่มรายการและหาว่ารายการไหนต้องขอเอกสารเพิ่ม เราไม่จำเป็นต้องให้ AI เห็นเลขบัญชีเต็ม แต่ยังควรเก็บรายละเอียดรายการไว้ เพราะคำว่า META, BANK FEE หรือ TRANSFER มีประโยชน์ต่อการวิเคราะห์ค่ะ

สำหรับ GL

ใช้หลักเดียวกันค่ะ ข้อมูลที่ควรพิจารณาตัดหรือปกปิด เช่น

  • ชื่อพนักงานหรือบุคคลที่ไม่เกี่ยวกับการวิเคราะห์
  • เลขประจำตัวประชาชน
  • เลขบัญชีธนาคารเต็ม
  • ที่อยู่หรือข้อมูลติดต่อ
  • ข้อมูลลับอื่นที่ไม่ได้ช่วยในการตรวจ GL

ส่วนข้อมูลที่ควรเก็บไว้ เช่น

  • วันที่บันทึก
  • เลขที่เอกสาร
  • รหัสบัญชี
  • ชื่อบัญชี
  • คำอธิบายรายการ
  • เดบิต
  • เครดิต
  • ยอดคงเหลือ ถ้ามี
  • เลขที่อ้างอิงที่จำเป็นต่อการตรวจสอบ

อ่านต่อ: ใช้ AI ตรวจ Bank Statement จัดหมวดรายการ และทำ Request List

ก่อนใช้ AI ต้องเช็กการตั้งค่าความเป็นส่วนตัวอะไรบ้าง?

อัปเดตล่าสุดถึงวันที่ในบทความ สำหรับ ChatGPT ในพื้นที่ใช้งานส่วนบุคคล เช่น Free, Plus และ Pro ผู้ใช้สามารถตั้งค่าไม่ให้บทสนทนาใหม่ถูกนำไปใช้เพื่อพัฒนาโมเดลได้จาก Data Controls ส่วนบริการสำหรับองค์กรอย่าง ChatGPT Business และ Enterprise จะไม่ใช้ข้อมูลขององค์กรเพื่อฝึกโมเดลโดยค่าเริ่มต้นอยู่แล้ว

ฝั่ง Claude ก็มีความแตกต่างระหว่างบัญชีผู้ใช้ทั่วไปกับผลิตภัณฑ์สำหรับองค์กรเช่นกัน โดย Anthropic ระบุว่าผลิตภัณฑ์เชิงพาณิชย์จะไม่ใช้ข้อมูลเข้า–ออกเพื่อฝึกโมเดลโดยค่าเริ่มต้น ส่วนบัญชีผู้ใช้ทั่วไปจะขึ้นอยู่กับการตั้งค่าและการยินยอมของผู้ใช้

ดังนั้นก่อนใช้กับข้อมูลจริง ควรเช็กอย่างน้อยว่า

  • เปิดหรือปิดการนำข้อมูลไปใช้พัฒนาโมเดลอย่างไร
  • ข้อมูลถูกเก็บไว้นานเท่าไร
  • ใครสามารถเข้าถึงข้อมูลในพื้นที่ทำงาน
  • สามารถลบข้อมูลได้อย่างไร
  • บริษัทมีนโยบายอนุญาตให้ใช้เครื่องมือนั้นหรือไม่

Free, Pro, Business และ Enterprise ต่างกันอย่างไรในมุมข้อมูล

ตัวอย่าง ChatGPT ในปัจจุบันสามารถแบ่งภาพกว้างได้ว่า

ประเภทเรื่องข้อมูลที่ต้องดู
Free / Plus / Proพื้นที่ใช้งานส่วนบุคคล ต้องตรวจ Data Controls และการตั้งค่าการใช้ข้อมูล
Businessข้อมูลพื้นที่ทำงานไม่ถูกใช้ฝึกโมเดลโดยค่าเริ่มต้น มีการควบคุมสำหรับองค์กรเพิ่มขึ้น
Enterpriseมีการควบคุมระดับองค์กรเพิ่ม เช่น การจัดการผู้ใช้ การเก็บข้อมูล และความสามารถด้านการกำกับดูแลบางประเภท

OpenAI ระบุว่าข้อมูลของ ChatGPT Business, Enterprise และบริการ API ไม่ถูกนำไปใช้ฝึกโมเดลโดยค่าเริ่มต้น และข้อมูลมีการเข้ารหัสระหว่างส่งและขณะจัดเก็บ

ฝั่ง Claude ก็มีแนวทางแยกผลิตภัณฑ์สำหรับผู้ใช้ทั่วไปออกจาก Claude for Work และ API เช่นกัน และ Enterprise มีการควบคุมระยะเวลาเก็บข้อมูลเพิ่มเติม

Tip จาก CPD Academy: ถ้าสำนักงานบัญชีจะใช้ AI กับข้อมูลลูกค้าเป็นประจำ อย่าตัดสินใจจาก “ฟีเจอร์ทำอะไรได้บ้าง” อย่างเดียว ให้เอาเรื่อง Data Policy, สิทธิผู้ใช้ และการควบคุมขององค์กรมาเป็นเกณฑ์เลือกด้วยค่ะ

การเชื่อม AI กับ Google Drive หรือระบบอื่น ต้องดูสิทธิอะไรบ้าง?

ปัจจุบัน AI สามารถเชื่อมต่อกับเครื่องมืออื่นได้มากขึ้น เช่น Drive, อีเมล หรือระบบงานต่าง ๆ

ตรงนี้สะดวกมาก แต่ก็ต้องระวังมากขึ้นเช่นกันค่ะ

เพราะจากเดิมที่ AI เห็นเพียงไฟล์ที่เราอัปโหลด ระบบอาจสามารถเข้าถึงข้อมูลตาม สิทธิที่เราอนุญาตให้แอปนั้น

ก่อนเชื่อมต่อ ควรตรวจว่า

  • ให้สิทธิอ่านข้อมูลอะไร
  • ให้สิทธิแก้ไขหรือสร้างข้อมูลหรือไม่
  • เข้าถึงโฟลเดอร์ใดได้บ้าง
  • ใช้บัญชีส่วนตัวหรือบัญชีของบริษัท
  • ใครในองค์กรมีสิทธิเปิดการเชื่อมต่อ
  • ยกเลิกสิทธิได้อย่างไร

สำหรับ ChatGPT แอปที่เชื่อมต่อจะเข้าถึงข้อมูลตามสิทธิของผู้ใช้และขอบเขต OAuth ที่ได้รับอนุญาต ขณะที่ผู้ดูแลพื้นที่ทำงานสามารถควบคุมการเปิดใช้บางความสามารถได้

หลักคิดง่าย ๆ คือ

AI ควรเห็นเท่าที่ต้องเห็น และทำได้เท่าที่จำเป็นต้องทำ

ไม่ใช่ให้สิทธิทั้ง Drive เพราะอยากวิเคราะห์ Excel แค่ไฟล์เดียวค่ะ

หน้าที่ของกิจการในฐานะผู้ควบคุมข้อมูลยังหายไปหรือไม่เมื่อใช้ AI

ไม่หายค่ะ

การนำ AI มาใช้ไม่ได้ทำให้หน้าที่เรื่องข้อมูลย้ายไปอยู่กับผู้ให้บริการ AI ทั้งหมด

กิจการยังต้องพิจารณาว่า

  • มีเหตุผลอะไรในการนำข้อมูลไปประมวลผล
  • ใช้ข้อมูลเท่าที่จำเป็นหรือไม่
  • ใครมีสิทธิเข้าถึง
  • มีมาตรการรักษาความปลอดภัยอย่างไร
  • ผู้ให้บริการภายนอกประมวลผลข้อมูลอย่างไร
  • มีการส่งหรือประมวลผลข้อมูลในต่างประเทศหรือไม่

สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลมีเนื้อหาอบรมสำหรับผู้ปฏิบัติงานที่ครอบคลุมทั้งฐานการประมวลผล หน้าที่ผู้ควบคุมข้อมูล ข้อตกลงกับผู้ประมวลผล และการโอนข้อมูลไปต่างประเทศ ซึ่งสะท้อนว่าการใช้บริการภายนอกต้องพิจารณามากกว่าแค่กด “Upload” ค่ะ

Checklist ก่อนใช้ AI กับข้อมูลบัญชีและข้อมูลลูกค้า

ก่อนกดส่งไฟล์ ลองหยุดเช็ก 8 ข้อนี้ก่อนค่ะ

  • ข้อมูลนี้จำเป็นต่อการตอบคำถามหรือไม่
  • ลบข้อมูลระบุตัวบุคคลที่ไม่จำเป็นแล้วหรือยัง
  • มีข้อมูลลับทางธุรกิจที่ไม่ควรส่งหรือไม่
  • ตรวจการตั้งค่าการใช้ข้อมูลล่าสุดแล้วหรือยัง
  • ถ้ามีการเชื่อมต่อระบบอื่น ได้ตรวจสิทธิการเข้าถึงแล้วหรือยัง
  • มีนักบัญชีตรวจผลลัพธ์ก่อนนำไปใช้จริงหรือไม่
ChatGPT Image Aug 27 2026 08 02 51 PM 1 - CPD Academy
Checklist ก่อนใช้ AI ทำบัญชี ต้องระวังอะไรบ้าง

ถ้าข้อไหนตอบไม่ได้ นักบัญชีอย่าเพิ่งรีบอัปโหลดข้อมูลสำคัญเข้าไปนะคะ เพราะบางครั้งประหยัดเวลา 10 นาที แต่สร้างความเสี่ยงเรื่องข้อมูลขึ้นมาโดยไม่รู้ตัว ไม่คุ้มกันเลยค่ะ

AI เสนอ แต่นักบัญชียังต้องรับผิดชอบงานสุดท้าย

อีกเรื่องหนึ่งที่ไม่ควรหลุดจากคำว่า “ความปลอดภัย” คือ ความถูกต้องของผลลัพธ์

แม้เราจะปกปิดข้อมูลดี ใช้แผนองค์กร และตั้งค่าครบแล้ว AI ก็ยังตอบผิดได้

ดังนั้นการใช้ AI อย่างปลอดภัยต้องมีทั้ง

Data Safety — ข้อมูลถูกจัดการอย่างเหมาะสม

และ

Accounting Safety — คำตอบถูกตรวจโดยคนที่มีความรู้

สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ ETDA ให้ความสำคัญกับ AI Governance ที่ไม่ได้ดูเพียงความปลอดภัยของเทคโนโลยี แต่รวมถึงความเป็นส่วนตัว ความถูกต้อง ความน่าเชื่อถือ และความรับผิดชอบเมื่อเกิดความผิดพลาดด้วย

จากมุมพี่นุช หลักที่ควรจำจึงมีสองบรรทัดค่ะ

ก่อนส่งข้อมูลเข้า AI — ถามว่า AI จำเป็นต้องเห็นไหม
หลัง AI ส่งคำตอบกลับมา — ถามว่านักบัญชีตรวจแล้วหรือยัง

สรุป ใช้ AI ทำบัญชีอย่างปลอดภัย เริ่มจากส่งข้อมูลให้น้อยเท่าที่จำเป็น

การ ใช้ AI ทำบัญชีอย่างปลอดภัย ไม่ได้หมายความว่าเราต้องกลัวข้อมูลจนไม่กล้าใช้ AI เลยค่ะ แต่ต้องรู้ว่า ข้อมูลอะไรจำเป็น ข้อมูลอะไรควรปกปิด และใครเป็นคนรับผิดชอบผลลัพธ์สุดท้าย

ก่อนอัปโหลด Bank Statement, GL หรือข้อมูลลูกค้า ลองเริ่มจากหลักง่าย ๆ คือ ตัดข้อมูลที่ AI ไม่จำเป็นต้องรู้ ตรวจนโยบายและสิทธิการเข้าถึงของเครื่องมือ และให้นักบัญชีตรวจคำตอบทุกครั้งก่อนนำไปใช้ เพราะ AI ที่ดีควรช่วยลดงาน ไม่ใช่เพิ่มความเสี่ยงใหม่ให้กิจการค่ะ

อยากใช้ AI กับงานบัญชี รู้ทั้ง “วิธีใช้” และ “จุดที่ต้องระวัง”?

ในคอร์ส ทำบัญชี-ปิดบัญชีรายเดือน SME ด้วย Claude AI ของ CPD Academy เราฝึกตั้งแต่จัดหมวด Bank Statement วิเคราะห์รายการ ตรวจงบทดลอง กระทบยอด และสรุปงานบัญชีรายเดือน โดยเน้นว่าจุดไหนให้ AI ช่วยได้ และจุดไหนนักบัญชียังต้องตรวจเองค่ะ

เหมาะกับคนที่ไม่อยากรู้แค่ว่า “AI ทำอะไรได้” แต่ต้องการเอาไปใช้กับงานบัญชีจริงอย่างมีกรอบและควบคุมความเสี่ยงได้

FAQ: ใช้ AI ทำบัญชีอย่างปลอดภัย

1. สามารถอัปโหลด Bank Statement เข้า AI ได้ไหม

ทำได้ในทางเทคนิค แต่ควรพิจารณาความจำเป็นและตัดหรือปกปิดข้อมูลที่ไม่เกี่ยวกับคำถามก่อน เช่น เลขบัญชีเต็ม ชื่อบุคคล หรือข้อมูลที่เป็นความลับ รวมถึงตรวจนโยบายของเครื่องมือที่ใช้ล่าสุดค่ะ

2. ChatGPT Free หรือ Pro ใช้กับข้อมูลบัญชีได้ไหม

ควรตรวจการตั้งค่า Data Controls และนโยบายล่าสุดก่อนใช้กับข้อมูลจริงค่ะ สำหรับพื้นที่ใช้งานส่วนบุคคล ผู้ใช้สามารถควบคุมการนำบทสนทนาไปใช้พัฒนาโมเดลได้ แต่แนวทางนี้แตกต่างจากบริการสำหรับองค์กรที่ไม่ใช้ข้อมูลธุรกิจฝึกโมเดลโดยค่าเริ่มต้น

3. AI แบบ Business หรือ Enterprise ปลอดภัยกว่าบัญชีส่วนตัวไหม

บริการสำหรับองค์กรมีการควบคุมและเงื่อนไขด้านข้อมูลเพิ่มเติม และผู้ให้บริการรายใหญ่ระบุว่าไม่ใช้ข้อมูลธุรกิจเพื่อฝึกโมเดลโดยค่าเริ่มต้น แต่กิจการยังต้องตรวจความเหมาะสมกับนโยบายและความเสี่ยงของตัวเองค่ะ

4. เชื่อม AI กับ Google Drive ได้ไหม

ได้ แต่ต้องตรวจสิทธิที่ AI ได้รับ โดยเฉพาะว่ามีสิทธิอ่าน แก้ไข หรือเข้าถึงข้อมูลส่วนใดบ้าง ไม่ควรให้สิทธิกว้างเกินความจำเป็นค่ะ

5. นโยบาย AI ต้องเช็กบ่อยแค่ไหน

อย่างน้อยควรตรวจทุกครั้งเมื่อมีการเปลี่ยนแผนบริการ เชื่อมระบบใหม่ หรือผู้ให้บริการประกาศเปลี่ยนเงื่อนไขค่ะ

อ่านต่อใน Cluster AI สำหรับนักบัญชี

แหล่งอ้างอิง

  1. OpenAI — Business Data Privacy, Security and Compliance และ Data Controls: นโยบายการใช้ข้อมูลสำหรับบัญชีส่วนบุคคลและบริการสำหรับองค์กร
  2. Anthropic Privacy Center — แนวทางการใช้ข้อมูลเพื่อฝึกโมเดลสำหรับ Claude Consumer และ Commercial Products

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • เปิดใช้งานตลอด

บันทึกการตั้งค่า