เผยแพร่ครั้งแรก: 15 ธันวาคม 2023
อัปเดตล่าสุด: 22 กันยายน 2026
พอใกล้ปิดบัญชีปลายปี นักบัญชีหลายคนจะเริ่มไล่เช็กรายการปรับปรุงให้ครบ และหนึ่งในบัญชีที่มักทำให้ต้องหยุดคิดก็คือ ประมาณการหนี้สินผลประโยชน์พนักงาน เป็นอีกบัญชีที่นักบัญชีต้องเช็กให้รอบคอบค่ะ เพราะไม่ได้ดูแค่จำนวนวันชดเชยหรือเงินเดือนปัจจุบัน แต่ต้องพิจารณาทั้ง ข้อมูลพนักงาน สมมติฐาน และวิธีประมาณการ
เรื่องนี้ไม่ได้ยากเพราะ Dr./Cr. ค่ะ แต่ยากตรง ข้อมูลพนักงาน สมมติฐาน และวิธีประมาณการ เพราะตัวเลขที่เห็นในงบวันนี้เกี่ยวข้องกับภาระที่อาจต้องจ่ายอีกหลายปีข้างหน้า
บทความนี้จะสรุปให้เข้าใจง่ายว่า ต้องตั้งเมื่อไร ใช้ข้อมูลอะไรคำนวณ ต้องใช้นักคณิตศาสตร์ประกันภัยหรือไม่ และบันทึกบัญชีกับภาษีอย่างไร
ประมาณการหนี้สินผลประโยชน์พนักงาน คืออะไร?
ก่อนคำนวณหรือบันทึกบัญชี ต้องเข้าใจก่อนว่า ประมาณการหนี้สินผลประโยชน์พนักงาน คือภาระที่กิจการมีต่อพนักงาน ซึ่งอาจต้องจ่ายในอนาคตและยังไม่ทราบยอดแน่นอนค่ะ ดูความหมายตามตารางนี้กันเลย
| หัวข้อ | อธิบายง่าย ๆ | ตัวอย่าง |
|---|---|---|
| ผลประโยชน์พนักงาน | สิ่งตอบแทนที่กิจการให้พนักงานเพื่อแลกกับการทำงานหรือเมื่อมีการเลิกจ้าง | เงินเดือน โบนัส สวัสดิการ ค่าชดเชย |
| ประมาณการหนี้สินผลประโยชน์พนักงาน | ภาระที่กิจการมีต่อพนักงานแล้ว แต่ยังไม่รู้แน่ชัดว่า ต้องจ่ายเท่าไร หรือจ่ายเมื่อไร | ค่าชดเชยเมื่อเกษียณ หรือผลประโยชน์ระยะยาวที่ต้องประมาณยอด |
ผลประโยชน์ของพนักงาน (Employee’s Benefit) หมายถึง สิ่งตอบแทนทุกรูปแบบที่กิจการให้เพื่อแลกเปลี่ยนกับการบริการที่ได้รับจากพนักงานหรือการเลิกจ้าง เช่น โบนัส สวัสดิการ ค่าชดเชยเมื่อไล่ออกจากงาน เป็นต้น
ประมาณการหนี้สินผลประโยชน์พนักงาน หมายถึง ภาระผูกพันหรือหนี้สินเกี่ยวกับพนักงานที่กิจการต้องจ่ายให้กับพนักงานซึ่งเกิดอาจขึ้นตั้งแต่อดีตสะสมมาจนถึงปัจจุบัน แต่ยังไม่ชัวร์ว่าต้องจ่ายจำนวนเท่าไร และเมื่อไร
ยกตัวอย่างเช่น บริษัทอาจไล่พนักงานออก ซึ่งกฎหมายบอกว่าต้องจ่ายเงินชดเชยเลิกจ้าง แต่ก็ไม่ชัวร์ว่าจะไล่ออกเมื่อไร เลยต้องตั้งประมาณการหนี้สินนี้เอาไว้ในงบการเงินให้เหมาะสมตามที่มาตรฐานบัญชีกำหนด
หรือกรณีเกษียณ ภาระผลประโยชน์หลังออกจากงาน โดยเฉพาะเงินชดเชยตามกฎหมายแรงงานเมื่อเกษียณอายุ ซึ่งเป็นรายการที่กิจการไทยมักต้องพิจารณาตอนปิดงบ
ผลประโยชน์พนักงาน = สิ่งที่พนักงานมีสิทธิได้รับ
ประมาณการหนี้สินผลประโยชน์พนักงาน = ยอดภาระที่กิจการต้องตั้งไว้สำหรับสิทธิที่อาจต้องจ่ายในอนาคตค่ะ
มาตรฐานบัญชีที่เกี่ยวข้องคืออะไร?
ถ้าจะบันทึกบัญชีให้ถูก เราต้องเข้าใจว่ามาตรฐานการบัญชี ที่เกี่ยวข้องมีอะไรบ้าง?
| กิจการมีส่วนได้เสียสาธารณะ | กิจการไม่มีส่วนได้เสียสาธารณะ |
| TAS 19 เรื่อง ผลประโยชน์ของพนักงาน | TFRS for NPAEs บทที่ 16 ประมาณการหนี้สิน หนี้สินที่อาจเกิดขึ้น และสินทรัพย์ที่อาจเกิดขึ้น |
โดยทั่วไปแล้ว กิจการส่วนใหญ่ในไทย ใช้มาตรฐาน TFRS for NPAEs กันค่ะ ซึ่งเป็นมาตรฐานชุดเล็ก ไม่ซับซ้อนเท่ากับ TAS19
และใน TFRS for NPAEs บทที่ 16 ให้นิยามไว้กว้างๆ ตามนี้
| ประมาณการหนี้สิน หมายถึง หนี้สินหรือภาระผูกพันปัจจุบันที่มีความไม่แน่นอนเกี่ยวกับจังหวะเวลาหรือจำนวนที่ต้องจ่ายชำระ ประมาณการหนี้สินจะต้องรับรู้ก็ต่อเมื่อเป็นไปตามเงื่อนไขทุกข้อต่อไปนี้ 1. กิจการมีภาระผูกพันปัจจุบัน ซึ่งเป็นผลจากเหตุการณ์ในอดีตไม่ว่าภาระผูกพันนั้นจะเป็นภาระผูกพันตามกฎหมายหรือภาระผูกพันจากการอนุมาน 2. มีความเป็นไปได้ค่อนข้างแน่ที่กิจการจะสูญเสียทรัพยากรที่มีประโยชน์เชิงเศรษฐกิจต่อกิจการเพื่อจ่ายชำระภาระผูกพันดังกล่าว 3. สามารถประมาณจำนวนของภาระผูกพันได้อย่างน่าเชื่อถือ |
กิจการต้องรับรู้หนี้สินผลประโยชน์พนักงานเมื่อใด
จุดเริ่มต้นต้องกลับไปดู ภาระของกิจการตามกฎหมาย ข้อบังคับการทำงาน และข้อตกลงกับพนักงาน ค่ะ
กรณีที่พบมากที่สุดคือค่าชดเชยเมื่อเกษียณอายุ
พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน มาตรา 118/1 กำหนดให้การเกษียณอายุตามที่นายจ้างและลูกจ้างตกลงกันหรือนายจ้างกำหนด ถือเป็นการเลิกจ้าง และถ้าไม่ได้กำหนดอายุเกษียณ หรือกำหนดเกิน 60 ปี ลูกจ้างที่อายุครบ 60 ปีมีสิทธิแสดงเจตนาเกษียณ โดยมีผลเมื่อครบ 30 วัน และมีสิทธิได้รับค่าชดเชยตามมาตรา 118
ส่วนค่าชดเชยตามมาตรา 118 ปัจจุบันมีระดับสูงสุดสำหรับลูกจ้างที่ทำงานติดต่อกันตั้งแต่ 20 ปีขึ้นไปเท่ากับค่าจ้างอัตราสุดท้าย 400 วัน
ตารางค่าชดเชยที่ควรรู้
| ระยะเวลาการทำงาน | เงินชดเชย |
| 120 วัน แต่ไม่ถึง 1 ปี | 30 วัน หรือ 1 เดือน |
| 1 ปี แต่ไม่ถึง 3 ปี | 90 วัน หรือ 3 เดือน |
| 3 ปี แต่ไม่ถึง 6 ปี | 180 วัน หรือ 6 เดือน |
| 6 ปี แต่ไม่ถึง 10 ปี | 240 วัน หรือ 8 เดือน |
| 10 ปี แต่ไม่ถึง 20 ปี | 300 วัน หรือ 10 เดือน |
| 20 ปีขึ้นไป | 400 วัน หรือ 13.33 เดือน |
อย่างไรก็ตาม ยอดหนี้สินที่แสดงในงบไม่ควรเอาจำนวนวันจากตารางมาคูณเงินเดือนปัจจุบันแล้วจบ เพราะยังต้องพิจารณาข้อมูลและสมมติฐานอื่นอีกค่ะ
ต้องใช้ข้อมูลอะไรในการประมาณการ
ก่อนคำนวณ อย่าเพิ่งเปิด Excel แล้วเริ่มใส่สูตรค่ะ สิ่งแรกที่ควรทำคือจัดข้อมูลพนักงานก่อน ข้อมูลสำคัญ เช่น
| ข้อมูล | ใช้พิจารณาอะไร |
|---|---|
| วันเกิด | อายุปัจจุบันและเวลาถึงเกษียณ |
| วันเริ่มงาน | อายุงานและสิทธิค่าชดเชย |
| เงินเดือน/ค่าจ้าง | ฐานผลประโยชน์ |
| อายุเกษียณ | วันที่คาดว่าจะเกิดภาระจ่าย |
| นโยบายขึ้นเงินเดือน | ประมาณเงินเดือนในอนาคต |
| ประวัติลาออก | ประเมินโอกาสอยู่จนถึงวันที่ได้รับสิทธิ |
| อัตราการเสียชีวิต | ใช้ในแบบจำลองที่ซับซ้อน |
| อัตราคิดลด | แปลงเงินในอนาคตกลับเป็นมูลค่าปัจจุบัน |
| ข้อบังคับ/สัญญาจ้าง | ตรวจสิทธิที่บริษัทให้เพิ่มเติมจากกฎหมาย |
ปัญหาที่ทำให้ยอด Provision ผิดบ่อยมากไม่ใช่สูตรคำนวณ แต่เป็น Master Data พนักงานไม่ตรง เช่น วันเริ่มงานผิด ลืมพนักงานลาออก หรือเอาเงินเดือนเก่ามาคำนวณค่ะ
Tip จาก CPD Academy: ก่อน Update Provision ทุกปี ให้กระทบรายชื่อพนักงานกับ Payroll และ HR Master ก่อนเสมอ อย่าใช้ไฟล์ปีก่อนแล้วเปลี่ยนแค่เงินเดือนค่ะ
วิธีประมาณการสำหรับกิจการที่ใช้ TFRS for NPAEs
สำหรับกิจการ NPAEs หลักสำคัญคือ ยอดที่รับรู้ต้องเป็นประมาณการที่ดีที่สุดและมีข้อมูลรองรับอย่างเหมาะสม
ในทางปฏิบัติ การประมาณผลประโยชน์พนักงานอาจมีความซับซ้อนหลายระดับ จึงไม่ควรใช้สูตรเดียวกับทุกบริษัท

ตัวอย่างหลักคิดแบบง่าย
สมมติพนักงานคนหนึ่ง
- อายุปัจจุบัน 55 ปี
- คาดเกษียณอายุ 60 ปี
- อายุงานเมื่อเกษียณเกิน 20 ปี
- เงินเดือนปัจจุบัน 50,000 บาท
- สิทธิตามกฎหมาย ณ เกษียณ = 400 วัน
ถ้าใช้เพียงตัวเลขปัจจุบันมาคำนวณตรง ๆ อาจได้ค่าชดเชยโดยประมาณประมาณ 13.33 เดือนของค่าจ้าง แต่ นี่เป็นเพียงฐานเริ่มต้น ไม่ใช่ยอด Provision ที่เหมาะสมในงบการเงินทันที
เพราะยังต้องถามต่อว่า
- อีก 5 ปีเงินเดือนจะเพิ่มขึ้นเท่าไร
- พนักงานจะอยู่กับบริษัทจนถึงเกษียณหรือไม่
- เงินที่ต้องจ่ายในอนาคตมีมูลค่าปัจจุบันเท่าไร
- ต้องจัดสรรภาระให้กับบริการของพนักงานแต่ละปีอย่างไร
ยิ่งกิจการมีพนักงานจำนวนมาก อายุงานหลากหลาย Turnover สูง นโยบายเงินเดือนซับซ้อน หรือยอดมีสาระสำคัญ วิธีคำนวณก็ยิ่งต้องมีความน่าเชื่อถือมากขึ้นค่ะ
จำเป็นต้องใช้นักคณิตศาสตร์ประกันภัยหรือไม่
มาตรฐานไม่ได้กำหนดว่าตัวเลขจะใช้ได้เฉพาะเมื่อคำนวณโดยนักคณิตศาสตร์ประกันภัย หากกิจการมีความสามารถคำนวณตามหลักที่เกี่ยวข้องได้เอง แต่คำถามถัดไปที่นักบัญชีต้องคิดต่อ คือ กิจการสามารถจัดทำประมาณการที่น่าเชื่อถือได้เองหรือไม่?
อาจคำนวณภายในได้ เมื่อ
- จำนวนพนักงานไม่มาก
- โครงสร้างผลประโยชน์ไม่ซับซ้อน
- สมมติฐานไม่ซับซ้อน
- ยอดไม่มีความเสี่ยงว่าจะคลาดเคลื่อนอย่างมีสาระสำคัญ
- ผู้จัดทำมีความรู้และมี Working Paper รองรับ
ควรพิจารณาผู้เชี่ยวชาญ เมื่อ
- พนักงานจำนวนมาก
- มีหลายกลุ่มอายุและอายุงาน
- Turnover มีผลต่อประมาณการมาก
- มีผลประโยชน์หลายประเภท
- ต้องใช้สมมติฐานทางประชากรศาสตร์และการเงินหลายตัว
- Provision มีสาระสำคัญต่องบ
- ผู้บริหารหรือผู้สอบบัญชีต้องการความเชื่อมั่นมากขึ้น
ดังนั้น ไม่ใช่คำถามว่า “กฎหมายบังคับให้จ้างไหม” เพียงอย่างเดียว แต่ต้องถามว่า “ถ้าคำนวณเอง ตัวเลขเชื่อถือได้เพียงพอไหม”
ตัวอย่างบันทึกบัญชีหนี้สินผลประโยชน์พนักงาน
ถัดมาเราลองมาดูตัวอย่างการบันทึกบัญชี กรณีมีการตั้งประมาณการหนี้สินผลประโยชน์พนักงานกัน จริงๆ แล้วก็ไม่ได้แตกต่างจากตัวอย่างการบันทึกบัญชี ค่าใช้จ่ายประเภทอื่นๆ เท่าใดนัก เพียงแต่ว่ารายการนี้เราจะต้องปรับปรุงยอดให้สัมพันธ์กับตารางคำนวณประมาณการหนี้สินผลประโยชน์ของพนักงานที่อัปเดตนั่นเอง
- ประมาณการเพิ่มขึ้นในปี – จะบันทึกเป็นค่าใช้จ่าย และหนี้สินในงบการเงิน
- ประมาณการลดลงในปี – จะบันทึกลดค่าใช้จ่าย และลดหนี้สินในงบการเงิน
- จ่ายเงินชดเชยพนักงานที่เกษียณ หรือให้ออก – ลดหนี้เงิน และลดเงินสดในงบการเงิน

หลักง่าย ๆ คือ ยอดต้นปี + ปรับเพิ่มระหว่างปี − จ่ายจริง = ยอดปลายปี และทุกครั้งควรกระทบยอดกับไฟล์คำนวณให้ตรงกันก่อนปิดงบค่ะ
แสดงรายการในงบการเงินและปรับปรุงภาษีอย่างไร

ทางบัญชี
ยอดหนี้สินที่กิจการต้องรับรู้จะแสดงเป็น หนี้สินในงบฐานะการเงิน ตามการจัดประเภทที่เหมาะสม ส่วนค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องรับรู้ตามมาตรฐานที่กิจการถือปฏิบัติ
จุดสำคัญคือยอดต้อง Update ณ วันสิ้นงวด ไม่ควรใช้ยอดเดิมไปเรื่อย ๆ โดยไม่ทบทวน
ทางภาษี
กรมสรรพากรมีข้อหารือ กค 0702/1978 ลงวันที่ 8 เมษายน 2568 โดยตรงเกี่ยวกับบริษัทที่ทยอยรับรู้ประมาณการเงินชดเชยเกษียณอายุพนักงานตาม TFRS for NPAEs
กรมสรรพากรวินิจฉัยว่า ยอดประมาณการเงินชดเชยเกษียณที่รับรู้ทางบัญชีเป็นเงินสำรอง ซึ่งต้องห้ามเป็นรายจ่ายในการคำนวณกำไรสุทธิตามมาตรา 65 ตรี (1) แต่เมื่อบริษัทจ่ายเงินชดเชยตามกฎหมายแรงงานให้พนักงานจริงในรอบบัญชีใด สามารถนำจำนวนที่จ่ายมาเป็นรายจ่ายในการคำนวณกำไรสุทธิของรอบนั้นได้ตามเงื่อนไขค่ะ
ดังนั้น สำหรับ ประมาณการเงินชดเชยเกษียณอายุในกรณีตามข้อหารือนี้ Flow จะเป็นประมาณนี้
| รายการ | บัญชี | ภาษี |
|---|---|---|
| ตั้ง Provision | รับรู้ค่าใช้จ่ายและหนี้สินตามหลักบัญชี | บวกกลับ Tax Computation |
| Update Provision | ปรับยอดตามประมาณการใหม่ | วิเคราะห์ Tax Adjustment ต่อเนื่อง |
| จ่ายเงินชดเชยจริง | ลดหนี้สิน | พิจารณาเป็นรายจ่ายทางภาษีในปีที่จ่ายตามเงื่อนไข |
Tip จาก CPD Academy: เวลา Review บัญชีนี้ ให้มี Working Paper สองชุดหรืออย่างน้อยสองคอลัมน์ — Book Provision กับ Tax Adjustment เพราะยอดทางบัญชีกับยอดที่ใช้คำนวณภาษีอาจไม่เท่ากันค่ะ
Checklist ก่อนปิดบัญชีผลประโยชน์พนักงาน
ก่อน Final งบ ลองเช็กตามนี้ค่ะ
| Checklist | เช็กแล้ว |
|---|---|
| รายชื่อพนักงานตรงกับ HR และ Payroll | ☐ |
| วันเกิดและวันเริ่มงานถูกต้อง | ☐ |
| เงินเดือนล่าสุด Update แล้ว | ☐ |
| อายุเกษียณตรงกับข้อบังคับ/ข้อตกลงของกิจการ | ☐ |
| ตรวจสิทธิตามมาตรา 118 และ 118/1 แล้ว | ☐ |
| พนักงานเข้าใหม่/ลาออกระหว่างปีถูกปรับแล้ว | ☐ |
| สมมติฐานเงินเดือนและ Turnover เหมาะสม | ☐ |
| วิธีประมาณการเหมาะกับความซับซ้อนของกิจการ | ☐ |
| Provision มี Working Paper รองรับ | ☐ |
| ประเมินความจำเป็นในการใช้ผู้เชี่ยวชาญแล้ว | ☐ |
| ยอดจ่ายจริงระหว่างปีถูกตัดจากหนี้สินแล้ว | ☐ |
| ตรวจการแสดงรายการและ Disclosure แล้ว | ☐ |
| ทำ Tax Adjustment สำหรับ Provision แล้ว | ☐ |
| กระทบยอด Opening → Addition → Payment → Closing แล้ว | ☐ |
ถ้าทำ Roll-forward ให้ครบว่า ยอดต้นปี + ค่าใช้จ่าย/การปรับประมาณปีนี้ − เงินที่จ่ายจริง = ยอดปลายปี จะช่วยจับรายการผิดได้ง่ายขึ้นมากค่ะ
อ่านต่อในบทความอื่นที่น่าสนใจ
- ประมาณการหนี้สินคืออะไร? บันทึกบัญชีและภาษีอย่างไร
- บันทึกบัญชีค่าใช้จ่ายค้างจ่ายอย่างไร? พร้อมวิธีแก้เมื่อลืมตั้ง
- 10 ตัวอย่างบันทึกบัญชีค่าใช้จ่าย เอกสารและจุดที่ต้องระวัง
- ค่าใช้จ่ายคืออะไร? ต่างจากสินทรัพย์อย่างไร พร้อมเกณฑ์ตัดสินใจ
สรุป ประมาณการหนี้สินผลประโยชน์พนักงาน
ประมาณการหนี้สินผลประโยชน์พนักงาน ไม่ใช่แค่เอาจำนวนวันชดเชยตามกฎหมายมาคูณเงินเดือน แล้วตั้ง Provision ให้เสร็จค่ะ นักบัญชีต้องดูตั้งแต่ กฎหมายแรงงาน ข้อบังคับกิจการ อายุงาน เงินเดือน อายุเกษียณ สมมติฐาน และวิธีประมาณการ รวมถึงประเมินด้วยว่าความซับซ้อนของกิจการอยู่ในระดับที่ทำเองได้อย่างน่าเชื่อถือหรือควรใช้ผู้เชี่ยวชาญ
ที่สำคัญต้องแยก Book กับ Tax ให้ชัด เพราะตามแนววินิจฉัยกรมสรรพากรล่าสุดสำหรับประมาณการเงินชดเชยเกษียณ ยอด Provision ทางบัญชีไม่ได้เป็นรายจ่ายทางภาษีในปีที่ตั้ง แต่เมื่อมีการจ่ายเงินชดเชยจริงจึงพิจารณารายจ่ายทางภาษีตามเงื่อนไขค่ะ
ถ้าอยากต่อยอดเรื่องบัญชี ภาษี และงานปิดบัญชีให้เข้าใจเป็นระบบมากขึ้น สามารถเลือกดูคอร์สเรียนอื่น ๆ ของ CPD Academy ได้ค่ะ
มีทั้งคอร์สสำหรับนักบัญชีมือใหม่ ผู้ทำบัญชี ผู้สอบบัญชี และเจ้าของธุรกิจ ครอบคลุมตั้งแต่พื้นฐานบัญชี ภาษี ไปจนถึงงานปิดงบและการทำงานจริง
ประเด็นสำคัญ TFRS for NPAEs
วิธีปิดงบการเงินอย่างถูกต้องและทันเวลา
เลือกดูคอร์สที่เหมาะกับงานของคุณได้ที่ CPD Academy
FAQ ประมาณการหนี้สินผลประโยชน์พนักงาน
1. บริษัทเล็กต้องตั้งหนี้สินผลประโยชน์พนักงานไหม?
อย่าตัดสินจากขนาดบริษัทอย่างเดียวค่ะ ต้องดูว่ากิจการมีภาระตามกฎหมายหรือข้อตกลงหรือไม่
2. อายุงานเกิน 20 ปี ใช้ค่าชดเชยกี่วัน?
ตามมาตรา 118 กรณีเข้าเงื่อนไขค่าชดเชยและมีอายุงานตั้งแต่ 20 ปีขึ้นไป อัตราสูงสุดคือค่าจ้าง 400 วัน
3. ใช้เงินเดือนปัจจุบัน × 400 วัน ได้เลยไหม?
ไม่ควรใช้เป็นยอด Provision โดยอัตโนมัติค่ะ เพราะยังต้องพิจารณาระยะเวลาถึงเกษียณ เงินเดือนในอนาคต ความเป็นไปได้ที่พนักงานจะอยู่ต่อ และหลักการวัดมูลค่าที่กิจการถือปฏิบัติ
4. NPAEs ต้องจ้างนักคณิตศาสตร์ประกันภัยไหม?
มาตรฐานไม่ได้บังคับว่าต้องจ้างนักคณิตศาสตร์ประกันภัยทุกกรณี แต่กิจการต้องทำให้ตัวเลขมีความน่าเชื่อถือ ดังนั้นควรพิจารณาความซับซ้อน จำนวนพนักงาน สาระสำคัญ และความสามารถของผู้จัดทำค่ะ
5. ประมาณการค่าชดเชยเกษียณเป็นรายจ่ายทางภาษีได้ไหม?
ยอดประมาณการทางบัญชีสำหรับเงินชดเชยเกษียณในกรณีนั้นเข้าลักษณะเงินสำรองต้องห้ามตามมาตรา 65 ตรี (1) ส่วนเงินชดเชยที่จ่ายจริงสามารถนำมาพิจารณาเป็นรายจ่ายของปีที่จ่ายได้ตามเงื่อนไขค่ะ
